×

10 เทศกาลดนตรีทั่วโลกในครึ่งหลังปี 2018

ธีรดา มูลศิริ | Editorial Manager | 10 June 2018

เรามีความเชื่อหัวชนฝาอยู่อย่างหนึ่งที่ว่า “ไม่มีใครออกเดินทางโดยไม่มีเหตุผล” บางคนออกไปเสาะหาแหล่งกำเนิดใบชา บางคนออกไปตามรอยภาพยนตร์ในดวงใจ บางคนออกไปสัมผัสปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน คืออย่างน้อยที่สุดต้องมีเป้าหมายให้ได้ไขว่คว้ากันเสียหน่อย 

สำหรับตัวเราที่หลงใหลในเสียงดนตรี อะดรีนาลีนพลุ่งพล่านทุกทีเมื่อได้ย้ายร่างกายไปอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน เหตุผลหลักๆ ในการเก็บกระเป๋าออกเดินทางหลายต่อหลายครั้งจึงหนีไม่พ้นคอนเสิร์ตหรือเทศกาลดนตรี ที่ถือว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ เพราะได้เที่ยวและได้เก็บแต้มงานดนตรีไปพร้อมกัน 



ครึ่งปีหลังนับว่าเป็นช่วงเวลาที่คึกคักสุดๆ ของเทศกาลดนตรีทั้งหลาย โดยเฉพาะแถบยุโรปที่อากาศเย็นสบายกำลังดีในช่วงซัมเมอร์ ส่วนฝั่งเอเชียในบางประเทศก็กำลังเข้าฤดูใบไม้ร่วงพอดี เราจึงไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ที่บรรดาเฟสติวัลจะออกมาประกาศไลน์อัพศิลปินยั่วใจให้ตีตั๋วไปมันกันรัวๆ

เพื่อนเดินทางถือโอกาสรวบรวม 10 เทศกาลดนตรี ทุกหัวระแหงทั่วโลก ไล่นิ้วกันไปตั้งแต่เดือนมิถุนายนนี้ ยาวไปจนถึงธันวาคมสิ้นปี รวมถึงพิกัดเด็ดและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในแต่ละหมุดหมายที่จะช่วยให้ทุกคนสนุกกับทริปมากขึ้นอีกเท่าตัว

ROCK IN RIO LISBOA
Where: เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส
When: 23-24 และ 29-30 มิถุนายน



จากชื่อก็บอกอยู่ชัดๆ เลยว่าต้องเป็นเทศกาลดนตรีร็อกสะบัดหัวกันกระจาย Rock in Rio จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 30 ปี มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจสุดๆ เพราะนอกจากจะเป็นเทศกาลดนตรีแรกที่จัดขึ้นในแถบอเมริกาใต้แล้ว ยังเป็นเทศกาลที่สร้างความสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจให้แก่ชาวบราซิลในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบอบเผด็จการทหารสู่ระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย

Rock in Rio ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 1985 จัดเต็มกันถึง 10 วันที่เมืองรีโอเดจาเนโร ซึ่งความยิ่งใหญ่ไฟกะพริบคือ เทศกาลนี้ก่อสร้างสถานที่จัดขึ้นมาเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า City of Rock จุคนได้ประมาณ 250,000 คน ไลน์อัพก็เจ๋งเป็นบ้า ได้วงระดับพระกาฬมาโชว์สดๆ ทั้ง Queen, AC/DC, Yes, Rod Stewart ฯลฯ

พอจัดมาจนถึงครั้งที่ 3 ก็ได้ผลตอบรับดีมากจนถึงขนาดที่ผู้ก่อตั้ง Roberta Medina ตัดสินใจขยายเทศกาลออกไปสู่เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เมืองมาดริด ประเทศสเปน และลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันแรกจนถึงวินาทีนี้ Rock in Rio ระเบิดความมันไปแล้วทั้งหมด 18 ครั้งใน 4 เมือง มีศิลปินกว่า 1,700 รายตบเท้ามาขึ้นเวที และมีผู้เข้าร่วมเทศกาลรวมๆ แล้วประมาณ 9 ล้านคน

สำหรับ Rock in Rio 2018 นี้หวยออกที่เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส มี 4 เวทีหลัก นำโดย Muse, The Killers, Bruno Mars และ Katy Perry (คนหลังนี่ป๊อปไปหน่อย แต่โชว์ดีงามดาวล้านดวง เราให้อภัย) ตอนนี้ยังจับจองบัตรเป็นโชว์ๆ ได้อยู่ ราคาประมาณ 2,600 บาท (69 ยูโร) ที่ rockinriolisboa.sapo.pt/lisboa/en ส่วนแพ็กเกจอื่นๆ ขายหมดเกลี้ยงไปเรียบร้อยแล้ว


Photo Credit: Alamy

Lisbon: ถ้าใครเข็ดขยาดกับอากาศหนาวและรู้ตัวว่ามีความสุขกับแดดอุ่นๆ มากกว่า เดือนมิถุนายนลากยาวไปถึงสิงหาคมนี่แหละคือช่วงทองของคุณ นอกจากเดินเที่ยวได้สบายๆ ไร้ปัญหารักแร้เปียก ยังแวะไปนอนเกยหาดริมมหาสมุทรแอตแลนติกในเมืองกัชไกช์ (Cascais) เพื่ออาบแดดที่ไม่ร้อนดั่งนรกแตก พร้อมอวดผิวสีน้ำผึ้งเนียนสวยสไตล์สาวเอเชียได้อีกด้วย
EXIT
Where: เมืองนอวีซาด ประเทศเซอร์เบีย
When: 12-15 กรกฎาคม



เป็นอีกเฟสติวัลที่น่าสนใจทั้งโลเคชันและต้นกำเนิด เพราะความจริงแล้ว EXIT เกิดจากการรวมกลุ่มนักศึกษาชาวเซอร์เบียเพื่อต่อต้านอดีตประธานาธิบดี Slobodan Milošević ในปี 2000 โดยมีสโลแกนในตอนนั้นว่า “Exit out of ten years of madness.” เรียกได้เต็มปากเลยแหละว่าเป็นกิจกรรมทางการเมืองอย่างหนึ่ง แต่นำเสนอออกมาในรูปแบบคอนเสิร์ตและการแสดงโชว์ศิลปะ ซึ่งได้ผลลัพธ์น่าพอใจ เพราะดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นให้มาสนใจปัญหาบ้านเมืองได้มากขึ้น

พอประเทศเซอร์เบียหลุดพ้นจากการปกครองภายใต้ Milošević ในปีถัดมา ตัวเทศกาลดนตรี EXIT ก็กลายเป็นลูกรักของทุกสังกัดทุกกระทรวงโดยทันที มีทุนสนับสนุนเทมาให้แบบไม่ขาดสาย มีนักการเมืองเบอร์ใหญ่มาเปิดงาน และจัดต่อเนื่องมาทุกๆ ปี ทั้งยังมีรางวัลมาการันตีว่าเจ๋งจริง เช่น Best Major Festival 2013 และ 2017 จาก European Festival Awards และ The Guardian ยังยกให้เป็นเทศกาลดนตรีที่ดีที่สุดในโลกในปี 2006 เสียบแทนเทศกาลดนตรี Glastonbury ที่ไม่ได้จัดในปีนั้นไปอย่างไร้ข้อกังขา

EXIT 2018 ก็ยังให้ความสำคัญกับอิสรภาพและดนตรีเหมือนเช่นเคย เห็นไลน์อัพแล้วหอบล่วงหน้าได้เลย เพราะมี David Guetta, Migos, Martin Garrix เป็นเฮดไลเนอร์ ร่วมด้วยศิลปินสายอิเล็กทรอนิกส์นับร้อย เต้นให้ยับกันไปข้างหนึ่ง ราคาบัตรผ่าน 4 วันอยู่ที่ประมาณ 4,100 บาท (109 ปอนด์) แต่ถ้าอยากไปชิมลางแค่วันเดียวก็ซื้อบัตรแยกวัน ราคาประมาณ 1,400 บาท (31.90 ปอนด์) จองบัตรที่ exit-festival-tickets.eventgenius.co.uk


Photo Credit: Klovovi

Belgrade: ถ้าตัดภาพจำช่วงสงครามออกไปก็น่าแปลกใจอยู่เหมือนกันที่เซอร์เบียไม่อยู่ในลิสต์ประเทศแรกๆ ที่หลายคนคิดอยากจะไป ทั้งที่อยู่ติดกับฮังการีและโรมาเนีย ซึ่งเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ถ้าจะให้ฮาร์ดเซลล์ประเทศเซอร์เบียภายในไม่กี่บรรทัดเราอยากบอกว่า ถ้าชอบความหลากหลายของสถาปัตยกรรมตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 19 ไล่มาจนถึงอาร์ตนูโวก็ควรหาโอกาสไปเที่ยวชมเมืองเบลเกรด (Belgrade) ดูสักครั้ง เมืองหลวงแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Church of Saint Sava โบสถ์ออร์ทอดอกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในแถบคาบสมุทรบอลข่านอีกด้วยนะ
PITCHFORK MUSIC FESTIVAL
Where:
เมืองชิคาโก ประเทศสหรัฐอเมริกา
When: 20-22 กรกฎาคม


Cage The Elephant ที่ Pitchfork Music Festival ภาพโดย Matt Lief Anderson

ใครเป็นคอเพลงสายลึก ตั้งใจฟังดนตรี และอ่านบทวิจารณ์จริงๆ จังๆ เชื่อว่าต้องรู้จัก Pitchfork นิตยสารออนไลน์ในเครือ Condé Nast ที่มีแพสชันแรงกล้า มุ่งเขียนแต่เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับวงการดนตรีโดยเฉพาะ ยิ่งถ้าอินกับศิลปินอินดี้อิสระน่าจะชอบรีวิวของ Pitchfork เป็นพิเศษ เพราะสื่อนี้ไม่เกี่ยงความดังมากดังน้อย มีบทวิจารณ์ให้อ่านกันตั้งแต่ Father John Misty, Solange ไปจนถึง Liz Phair และ Bruce Springsteen เลยทีเดียว

เมื่อคนวิจารณ์ดนตรีมาลงมือจัดเทศกาลดนตรี Pitchfork Music Festival จึงกลายเป็นอีกหนึ่งงานที่ไม่ควรพลาด ถึงจะไม่ได้จัดใหญ่โตมโหฬารจุคนเป็นหมื่นเป็นแสน แต่สิ่งที่คอเพลงมั่นใจได้แน่ๆ คือไลน์อัพศิลปินที่ Pitchfork ตกผลึกมาแล้วว่าโชว์เจ๋งแน่นอน โดยเฉพาะแนวอัลเทอร์เนทีฟ-ร็อก อินดี้-ร็อก และอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าให้เปรียบเทียบเทศกาลที่ไวบ์คล้ายๆ กันในฝั่งเอเชียก็เรียกได้ว่า St Jerome’s Laneway Festival มีความใกล้เคียงกันอยู่

Pitchfork Music Festival 2018 นี้นับเป็นครั้งที่ 13 แล้ว ยังคงจัดที่ Union Park ใจกลางเมืองชิคาโกเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ปีนี้มี Tame Impala, Fleet Foxes และที่เจ๋งสุดๆ คือ Ms. Lauryn Hill ศิลปินหญิงอายุ 43 ปีผู้กลับมาทัวร์คอนเสิร์ตอีกครั้งในโอกาสครบรอบ 20 ปีของอัลบั้ม The Miseducation of Lauryn Hill ที่เคยโด่งดังมากในปี 1998 ส่วนราคาบัตรวันเดียวอยู่ที่ประมาณ 2,400 บาท (75 ดอลลาร์) และแพ็กเกจรวม 3 วันอยู่ที่ประมาณ 5,600 บาท (175 ดอลลาร์) จองได้ที่ pitchforkmusicfestival.com


Photo Credit: Giuseppe Milo

Chicago: นอกจากชิคาโกมาราธอนที่เป็นความฝันของนักวิ่งทั่วโลก เมืองชิคาโกก็มีชื่อเสียงอยู่แล้วในด้านสถาปัตยกรรมองค์รวมของตัวเมือง ไม่ว่าจะเป็นตึก John Hancock Center, Willis Tower และ Tribune Tower รวมถึงรูปปั้นถั่วสะท้อน Cloud Gate และถ้าใครชอบเสพงานศิลปะแนว Impressionism ก็ต้องไปเหยียบ The Art Institute of Chicago ให้ได้สักครั้ง
GOOD VIBES FESTIVAL
Where:
เก็นติ้งไฮแลนด์ ประเทศมาเลเซีย
When: 21-22 กรกฎาคม



วาร์ปกลับมาที่ฝั่งเอเชียกันบ้าง ขอแนะนำให้รู้จักกับ Good Vibes Festival เทศกาลดนตรีระดับนานาชาติจากมาเลเซีย ประเทศเพื่อนบ้านใกล้กันกับเมืองไทยนี่เอง เหตุผลที่ต้องรู้จักเฟสติวัลนี้จริงๆ จังๆ ก็เพราะว่าแค่คอนเสิร์ตศิลปินต่างชาติเดี่ยวๆ ยังเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน (ด้วยคอนเทนต์เนื้อหาของเพลงและตัวศิลปินที่อาจไปขัดกับความเชื่อทางศาสนา จารีตประเพณี หรือประเด็นทางการเมือง) Good Vibes Festival เลยถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญของวงการเฟสติวัลในมาเลเซียที่ทีมโปรโมเตอร์ฝ่าฟันให้เกิดขึ้นได้จริง และไม่โดนยกเลิกก่อนวันงานแค่วันเดียวเหมือนกับเทศกาลอื่นๆ เช่น Soulfest Asia และ Future Music Festival เป็นต้น 

นอกจากราคาตั๋วที่ถูกแสนถูกกับไลน์อัพศิลปินแนวป๊อป ร็อก อินดี้ อิเล็กทรอนิกส์ทั้งในและนอกกระแสที่อลังการเป็นบ้า Good Vibes Festival ยังมาพร้อมโลเคชันสุดกิ๊บเก๋ยูเรก้าที่เก็นติ้งไฮแลนด์ (Genting Highlands) แดนซ์กันบนเขา อากาศเย็นสบาย บางวันก็มีฝนโปรยปรายลงมาจนพื้นหญ้าเปียกเฉอะแฉะ (เพราะเป็นหน้ามรสุมพอดี) ก็ถือว่าเป็นความสนุกบนความเลอะเทอะเปรอะเปื้อนกันไป

Good Vibes Festival 2018 ประกาศไลน์อัพเรียบร้อยแล้ว มีตั้งแต่เบอร์ใหญ่อย่างสาว Lorde วงร็อกอเมริกัน The Neighbourhood ดูโอซินท์ป๊อปฝั่งอังกฤษ Honne ดีเจที่น่าจับตามองอย่าง Petite Biscuit, ODESZA ฯลฯ เราเชียร์ให้ซื้อบัตรแพ็กเกจเข้าได้ 2 วัน ราคา 2,900 บาท (360 ริงกิต) เพราะบัตรวันเดียวก็ปาเข้าไป 2,400 บาทแล้ว จองได้ที่ goodvibesfestival.com งานนี้ไม่ต้องคิดเยอะ ตั๋วถูก บินไว ไปได้เลย!


Photo Credit: Naim Fadil

Genting Highlands: ถ้าเคยไปเที่ยวกัวลาลัมเปอร์แล้วก็กระโดดข้ามไปเที่ยวเก็นติ้งไฮแลนด์ได้เลย นั่งรถบัสประมาณ 2 ชั่วโมงก็ถึงจุดหมาย จะไปนั่งกระเช้าชมวิวบนเคเบิลคาร์ (Genting Skyway และ Awana Skyway) บ้าพลังไปกับเครื่องเล่นกว่า 50 อย่างในสวนสนุก หรือไปเสี่ยงโชคที่คาสิโนก็ย่อมได้
FUJI ROCK FESTIVAL
Where:
เมืองยูซาวะ จังหวัดนีงาตะ ประเทศญี่ปุ่น
When: 27-29 กรกฎาคม



ยังปักหลักอยู่ที่เอเชียกับหนึ่งเทศกาลที่หลายคนกากบาทปฏิทินรอทุกปี Fuji Rock Festival เทศกาลดนตรีร็อกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มี 6 เวทีหลักกับศิลปินระดับโลกให้เลือกเดินขาลากไปดูกัน ไม่ว่าจะเป็น Red Hot Chili Peppers, Oasis, Muse หรือ Limp Bizkit ก็เคยมาเหยียบงานนี้แล้ว

หลายคนเห็นชื่อเฟสติวัลแล้วต้องคิดว่า “จัดที่ภูเขาไฟฟูจิแน่เลย” เราขอเฉลยว่าถูกต้องแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น Fuji Rock Festival เคยจัดที่สกีรีสอร์ต Fuji Tenjinyama เพียงครึ่งแรกครั้งเดียวในปี 1997 เพราะแค่วันแรกก็โดนพายุไต้ฝุ่นซัดกระหน่ำ ผู้จัดจึงตัดสินใจประกาศยกเลิกงานวันถัดมาแบบกะทันหัน (แน่นอนว่าโดนด่ายับ) จากนั้นจึงเปลี่ยนสถานที่เรื่อยๆ จนมาลงตัวที่ Naeba Ski Resort เมืองยูซาวะ จังหวัดนีงาตะ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานในปี 2018 เช่นกัน

เฮดไลเนอร์หลักใน Fuji Rock Festival 2018 นี้ได้แก่ N.E.R.D, Keendrink Lamar, Bob Dylan and His Band, Post Malone, Brahman และ CHVRCHES ลองกวาดตาดูจนทั่วไลน์อัพแล้วหลุดดนตรีร็อกไปหน่อย แต่ไม่ได้ออกนอกลู่นอกทางจนน่าเกลียด ใครอยากสัมผัสเทศกาลดนตรีที่ว่ากันว่าสะอาดที่สุดในโลกก็ตีตั๋วไปชมได้ในราคาประมาณ 13,000 บาทสำหรับแพ็กเกจ 3 วัน (45,000 เยน) หรือตั๋ววันเดียวราคาประมาณ 5,800 บาท (20,000 เยน) จองบัตรที่ fujirock-eng.com

Niigata: จากโตเกียวมานีงาตะด้วยรถไฟ JR ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงนิดๆ ก็จะได้สัมผัสกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นชายหาดซาซะงาวะ นางาเระ, แม่น้ำอะกาโนะ และทะเลสาบเฮียวที่มีหงส์ครองอยู่กว่า 5,000 ตัว ทิ้งความวุ่นวายของเมืองหลวงไว้ข้างหลังแล้วมาใช้ชีวิตช้าๆ บ้างก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลย

TOMORROWLAND
Where:
เมืองบูม ประเทศเบลเยียม
When: 20-22 และ 27-29 กรกฎาคม

ผู้คนจากทั่วโลกที่มาร่วมงาน Tomorrowland

บอกเลยว่านอกจากจะต้องใช้เงินมากมายทั้งค่าตั๋ว ค่าไฟลต์ และค่าที่พักแล้ว ยังต้องใช้แต้มบุญทั้งหมดที่มีผนึกเข้ากับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเท่าที่จะหาได้ เพราะ Tomorrowland เป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีคนเข้าร่วมแตะ 360,000 คนจากทั่วโลก ยังไม่รวมคนที่ลงชื่อรอ Waiting List อีกกว่า 2 ล้านคน เฟสติวัลนี้กวาดรางวัล Best Music Event จาก International Dance Music Awards ติดกันถึง 5 ปีซ้อน (2012-2016) สมแล้วที่ขายตั๋วหมดภายในไม่ถึงชั่วโมงทั้งๆ ที่ยังไม่ประกาศไลน์อัพด้วยซ้ำ 

แน่นอนว่าตั๋ว Tomorrowland 2018 ขายเกลี้ยงแล้ว (เสียใจด้วยนะ) ทั้งตั๋วแพ็กเกจ ตั๋ววันเดียว ตั๋วบันเดิลก็ถูกจับจองไปหมดแล้วทั้งสิ้น อยากบอกไลน์อัพให้ช้ำใจเล่นๆ ว่ามันแน่นมาก ไม่ว่าจะเป็น Armin Van Buuren, Axwell /\ Ingrosso, Alesso, Dimitri Vegas & Like Mike, Hardwell, Martin Garrix, Tiësto, David Guetta และอื่นๆ อีกมากมายหลายร้อยชีวิต เรียกว่ายกโขยงดีเจเบอร์ใหญ่ของทั้งโลกมารวมตัวกันในที่เดียว

ถ้ามีความปรารถนาอันแรงกล้า อยากไปล่าสายรัดข้อมือจาก Tomorrowland ให้ได้สักครั้งในชีวิต เราขอผายมือเชิญไปที่ป้ายหน้าปี 2019 บอกช่วงราคาบัตรไว้ล่วงหน้าเลยว่าประมาณ 3,600-19,000 บาท ติดตามอัปเดตทาง www.tomorrowland.com/global ให้ดีจะได้ไม่พลาดท่าอีก


Photo Credit: Matthieu Bout

Antwerp: สถานที่จัด Tomorrowland คือเมืองบูม (Boom) เป็นส่วนหนึ่งของแอนต์เวิร์ป (Antwerp) จังหวัดทางตอนเหนือของประเทศเบลเยียม ก่อนจะไปเต้นลืมตายกันที่เทศกาลดนตรีแนะนำให้ใช้เวลาสำรวจเมืองแอนต์เวิร์ปนี่แหละ คนรักศิลปะจะได้เพลิดเพลินไปกับผลงานของ Peter Paul Rubens จิตรกรเจ้าบ้านผู้สร้างสรรค์ผลงานสไตล์บาโรกไว้ทั้งในมหาวิหาร โบสถ์ พิพิธภัณฑ์ และบ้านของเขาเอง ส่วนแฟชั่นนิสต้าทั้งหลายก็จะกรี๊ดกร๊าดไปกับกลิ่นอายของ Raf Simons, Olivier Theyskens และ Kris Van Assche เป็นต้น


SZIGET FESTIVAL
Where:
เมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี
When: 8-15 สิงหาคม



Sziget Festival เกิดขึ้นในช่วงหลังการล่มสลายของยุคคอมมิวนิสต์ในปี 1989 เป็นช่วงที่รัฐบาลกำลังจะถังแตก ไม่มีทุนให้จัดเทศกาลรื่นเริงในช่วงหน้าร้อนเหมือนก่อน เหล่าศิลปินและคอเพลงร็อกเลยรวมตัวลงขันจัดเทศกาลดนตรีกันเองเป็นครั้งแรกในปี 1993 ในชื่อ Diáksziget Festival จากนั้นก็ได้ Pepsi เครื่องดื่มอัดลมเจ้าใหญ่มาเป็นสปอนเซอร์ จึงเปลี่ยนชื่องานเป็น Pepsi Sziget ระหว่างปี 1996-2001 และกลายเป็น Sziget Festival จนถึงทุกวันนี้

เฟสติวัลนี้จัดยาวตลอด 1 สัปดาห์เต็มๆ บนเกาะ Hajógyári Island ตั้งอยู่ใจกลางแม่น้ำดานูบบริเวณที่คั่นระหว่างฝั่ง Buda และ Pest (อารมณ์เหมือนเกาะ Île de la Cité กับ Île Saint-Louis กลางแม่น้ำแซนในปารีสแบบนั้นเลย) ความดีงามคือ ไม่ว่าชอบฟังเพลงแนวไหนก็ไปร่วมงานได้ทั้งนั้น เพราะ Sziget Festival รวบรวมศิลปินทุกแนวมาครบถ้วนตั้งแต่ป๊อปจ๋าติดชาร์ตไปจนถึงเพลงพื้นเมือง (World Music) โดยนักดนตรีท้องถิ่นหลากหลายประเทศ นอกจากนี้ยังมีโชว์ Performing Arts, กิจกรรมระหว่างวัน (เล่นโยคะ ปั้นเซรามิก ดวลบอร์ดเกม อะไรก็ว่าไป) รวมถึงเสวนา TEDx อีกด้วย
 
ไลน์อัพ Sziget Festival 2018 นี้บอกเลยว่าสั่นสะเทือน เตรียมตัวมันไปกับ Gorillaz, Arctic Monkeys, Mumford & Sons, Liam Gallagher และอีกกว่า 400 ศิลปิน บัตรแยกวันราคาประมาณ 3,000 บาท (79 ยูโร) หรือจัดเต็มไปเลยก็ได้กับบัตรแพ็กเกจ 7 วัน ราคาประมาณ 12,300 บาท (325 ยูโร) จองได้ที่ szigetfestival.com


Photo Credit: Shawn Harquail

Budapest: ช่วงเดือนสิงหาคมอากาศอาจเริ่มเย็นลงแล้ว (อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 14 องศาเซลเซียส) ชาวฮังกาเรียนนิยมไปแช่บ่อน้ำร้อนเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย นักท่องเที่ยวอย่างเราก็ไปนอนแช่กับเขาได้นะ เราแนะนำบ่อกลางเมืองฝั่ง Pest อย่าง Széchenyi Thermal Bath บ่อน้ำร้อนบำบัดที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีอายุมากกว่า 100 ปี ลืมภาพห้องออนเซ็นทึบๆ ไปได้เลย เพราะบ่อกลางแจ้งที่นี่โอบล้อมด้วยตึกโอ่อ่าสีเหลืองอำพันสไตล์นีโอ-บาโรก บอกเลยว่าสวยมาก ก ไก่ ล้านตัว!
READING FESTIVAL
Where:
เมืองเรดิง (บาร์กเชอร์) ประเทศอังกฤษ
When: 24-26 สิงหาคม



เห็นชื่อแล้วอย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเป็นเทศกาลจับกลุ่มนั่งอ่านหนังสือ Reading Festival มาจากชื่อเมืองเรดิง (Reading) ในเทศมณฑลบาร์กเชอร์ของประเทศอังกฤษ เฟสติวัลนี้จัดมาตั้งแต่ปี 1961 ในฐานะ National Jazz and Blues Festival นับว่าเป็นงานที่เก่าแก่ที่สุดในโลกงานหนึ่ง ปัจจุบันมีเทศกาลน้องสาวชื่อ Leeds Festival ที่เมืองลีดส์ (Leeds) ในเทศมณฑลเวสต์ยอร์กเชียร์ โดยจัดพร้อมกันช่วงสุดสัปดาห์ของวันหยุดธนาคารในเดือนสิงหาคม (Bank Holiday) ของทุกปี

ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์สำคัญมากมายเกิดขึ้นที่ Reading Festival จนถึงกับต้องบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของวงการดนตรี หนึ่งในนั้นคือปี 1992 ที่ถือเป็นการแสดงสดในสหราชอาณาจักรครั้งสุดท้ายของวงร็อกอเมริกันในตำนาน Nirvana ก่อนที่นักร้องนำ Kurt Cobain จะจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายใน 2 ปีถัดมา (พูดถึงทีไรก็เศร้าทุกที)

Reading Festival 2018 ประกาศไลน์อัพแล้ว ได้ Fall Out Boy, Kings of Leon, Kendrink Lamar และ Panic! At The Disco มาเป็นเฮดไลเนอร์ ร่วมด้วยศิลปินระดับโลกอีกหลายร้อยชีวิต นอกจาก Main Stage แล้วเราอยากแนะนำให้แวะไปดู BBC Radio 1 Stage ด้วย เพราะมีศิลปินหน้าใหม่ที่น่าจับตามองมาปล่อยของกันเพียบ เช่น Wolf Alice, Sigrid, Fickle Friends, Maggie Rogers เป็นต้น เห็นไลน์อัพแล้วพร้อมเปย์หมดตัวหมดใจ บัตรแพ็กเกจ 3 วันราคาประมาณ 9,600 บาท (221.4 ปอนด์) ส่วนบัตรแยกวันเดียวราคาประมาณ 3,300 บาท (76.5 ปอนด์) จองที่ readingfestival.com



Reading: ก่อนพุ่งตรงไปที่เรดิง ลองเผื่อเวลาสักวันไว้สำรวจพระราชวังวินด์เซอร์ เพราะนอกจากมีประวัติอันยาวนานที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์อังกฤษแล้ว ล่าสุดนี้ตัวโบสถ์ St George’s Chapel ยังเป็นสถานที่จัดพิธีเสกสมรสและกล่าวคำสัตย์สาบานของเจ้าชายเฮนรี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ และเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ (เมแกน มาร์เคิล) ในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมานี้เอง
LOLLAPALOOZA BERLIN
Where:
เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
When: 8-9 กันยายน



ความจริงแล้ว Lollapalooza มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 1991 ก่อนแพร่กระจายความมันไปสู่เพื่อนบ้านอย่างชิลี บราซิล อาร์เจนตินา และเยอรมนีในปี 2015 โดยปักหลักกันอยู่ที่เบอร์ลิน เมืองหลวงที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายทางศิลปะและวัฒนธรรม

Lollapalooza Berlin ครั้งแรกในปี 2015 จัดที่สนามบิน Berlin Tempelhof ที่ปิดทำการไปตั้งแต่ปี 2008 และกลายเป็นสถานที่สาธารณะให้ไปเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจจนถึงทุกวันนี้ (แบบนี้ก็ได้ด้วย) ภายในงานไม่ได้มีแค่ดนตรี แต่ยังมีเฟสติวัลย่อยๆ เป็นสับเซตอีก 3 หน่วย คือ Kidzapalooza สำหรับเด็กโดยเฉพาะ, The Green Neighbourhood เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ Lolla Fun Fair รวบรวมอาหารและเครื่องดื่มมาออกร้าน

Lollapalooza Berlin 2018 ได้สถานที่จัดเป็น Olympiastadion และ Olympiapark ที่เคยใช้จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนเมื่อปี 1936 ได้ศิลปินดังอย่าง The Weeknd, Imagine Dragons, The National, Years & Years ฯลฯ มาแสดงสดกัน บัตรแพ็กเกจ 2 วันราคาประมาณ 5,300 บาท (139 ยูโร) และบัตรแยกวันเดียวราคาประมาณ 3,000 บาท (79 ยูโร) จองได้ที่ lollapaloozade.com


Photo Credit: Robert Agthe

Berlin: ถ้าชอบสตรีตอาร์ต เราเอาหัวเป็นประกันเลยว่าคุณจะมีความสุขเพลิดเพลินเจริญหูเจริญตามากๆ ที่เบอร์ลิน เพราะสตรีตอาร์ตมีอยู่ทุกที่ทุกตารางนิ้ว ตามถนน สถานีรถไฟ ป้ายรถเมล์ ห้องน้ำสาธารณะ ถ้าอยู่คร่อมสุดสัปดาห์ต้องหาโอกาสไปเดินตลาดนัดกลางแจ้ง Mauerpark ในวันอาทิตย์ด้วยนะ มีร้านแผ่นเสียงเก่าเป็นสิบ ร้านขายของวินเทจแบบขนกันมาเป็นคันรถ รวมถึงคาราโอเกะในสวนที่แค่ไปยืนดูก็สนุกแล้ว
WONDERFRUIT
Where:
เมืองพัทยา ประเทศไทย
When: 13-16 ธันวาคม



ปิดท้ายด้วยเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติหนึ่งเดียวในลิสต์จากประเทศไทยของเรา Wonderfruit เทศกาลดนตรีผลไม้มหัศจรรย์จากไอเดียของ 2 ผู้ก่อตั้ง คุณพีท-ประณิธาน พรประภา และคุณเจ-มณฑล จิรา ที่อยากให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ Music Festival จริงๆ จังๆ แบบที่เมืองนอกเขามีกันบ้าง ในงานแบ่งเป็น 6 พาร์ตใหญ่ๆ ได้แก่ Arts, Music, Farm to Feasts, Health & Wellness, Talks & Workshops และ Natural Adventures โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับธรรมชาติมากที่สุด

Wonderfruit จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2014 ที่ Siam Country Club เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี และกลายเป็นเฟสติวัลที่เหล่าคอเพลงนอกกระแสและฮิปสเตอร์ตั้งตารอกันทุกปี ศิลปินที่เหยียบเท้ามาเยือนในปีก่อนๆ มีทั้ง Richie Hawtin, Roots Manuva, Izzy Bizu, Wild Beasts, Lianne La Havas, Rudimental, Young Fathers เป็นต้น ถึงไลน์อัพจะไม่ได้ทำให้เราว้าวอ้าปากค้างขนาดนั้น แต่ก็นับเป็นก้าวสำคัญของวงการดนตรีในเมืองไทยที่สามารถจัดเทศกาลดนตรีดีๆ เทียบเท่าระดับนานาชาติได้สำเร็จสมบูรณ์

Wonderfruit 2018 ปีนี้ยังไม่ประกาศไลน์อัพ แต่เปิดให้จับจองบัตร Early Bird แพ็กเกจรวม 4 วันในราคา 4,500 บาท จองได้ที่ ticketmelon.com


Photo Credit: Not That Bob James

Pattaya: เราคนไทยคงคุ้นเคยกับพัทยากันอยู่แล้ว เพราะเป็นชายหาดใกล้กรุงเทพฯ ที่ใช้เวลาขับรถแค่ 2 ชั่วโมงก็ได้พักผ่อนชิลๆ นอนอาบแดดอุ่นๆ (ในช่วงบ่ายแก่ๆ) และลงเล่นน้ำทะเลดับร้อนได้ชะงัดนักแล ถ้าใครไม่มีรถก็ไม่ต้องน้อยใจไป ตอนนี้รถไฟไทยเปิดให้บริการสายกรุงเทพ-บ้านพลูตาหลวง โดยจะหยุดเทียบชานชาลาที่สถานีพัทยาด้วย ราคาเริ่มต้นที่ 50-170 บาทเท่านั้นเอง รายละเอียดเพิ่มเติมที่ railway.co.th
นอกจาก 10 เทศกาลดนตรีที่เล่าให้ฟังมาทั้งหมดนี้ยังมีเฟสติวัลยักษ์ใหญ่ที่รอระเบิดความมันในปีหน้าฟ้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Ultra ช่วงมีนาคม Coachella ช่วงเมษายน และ Glastonbury ช่วงมิถุนายน ถ้าปีนี้เตรียมตัวไม่ทันแล้วก็หยอดกระปุกสมทบรอไว้ไปปีหน้าเลยก็ยังได้ หวังว่าเสียงเพลงจะพาทุกคนไปท่องเที่ยวได้ทั่วโลกเลย!