×

7 รถใหม่พร้อมลุยโรดทริปทุกเส้นทาง

ปัญญา ลีลาสุนทรกุล | Features Editor | 19 September 2018

หน้าฝนใกล้จบลงแล้ว และเวลาของการขับรถเที่ยวแบบเหยียบคันเร่งเต็มแรง เข้าเกียร์สปอร์ต เข้าโค้งฉวัดเฉวียนก็มาถึงเสียที ดังนั้นเราจะเห็นบรรดาค่ายรถเปิดตัวรถใหม่ๆ ออกมาเป็นว่าเล่น มาดูกันหน่อยว่ามีรถคันไหนเข้าตาและเหมาะกับโรดทริปกันบ้าง 


1. BMW X4 xDrived20d M Sport 
เริ่มต้นที่รถสัญชาติเยอรมันที่ขนเอา X4 xDrived20d M Sport เจเนอเรชันใหม่มาเปิดตัวในไทย พระเอกของรุ่นอยู่ที่ดีไซน์ Sports Activity Coupe มาพร้อมชุดแต่ง M Sport ที่หล่อเหลาคมคาย พูดได้ว่าขับไปเที่ยวไหนก็มีแต่คนมอง นอกจากนั้น BMW ยังเพิ่มความยาวขึ้น 81 มม. กว้างขึ้น 37 มม. และฐานล้อกว้างอีก 54 มม. ทำให้พื้นที่ในรถเพิ่มขึ้นและส่งผลต่อการทรงตัวที่ดีเยี่ยม ส่วนหัวใจของรถใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ เกิดเป็นการขับเคลื่อนที่สมบรูณ์แบบ ภายในตกแต่งสไตล์สปอร์ตทั้งคอนโซลหน้ารถ ที่นั่ง เกียร์ และพวงมาลัย ทำให้คนขับรื่นรมย์กับการขับรถยิ่งขึ้น 



2. Volvo XC40 
นับตั้งแต่วอลโว่ปรับโฉมใหม่ทำให้รถค่ายนี้ได้รับเสียงตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ หนึ่งในนั้นคือ XC40 ที่เพิ่งเปิดตัวในไทยไปหมาดๆ จุดเด่นของรุ่นนี้มีอยู่ด้วยกันหลายจุด แต่เด่นที่สุดคือดีไซน์แบบฉบับสวีดิชที่โฉบเฉี่ยวและเซ็กซี่ตั้งแต่ไฟหน้า ฝากระโปรง ตัวถัง เลยถึงด้านในห้องโดยสาร มาพร้อมความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบจัดเต็มจนทำให้เพื่อนร่วมทางอุ่นใจกับการท่องเที่ยวขึ้นเป็นกอง รุ่นนี้มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นท็อป T5 R-Design AWD มีระบบทันสมัยมากกว่า มีระบบเสียง Harman Kardon Premium Sound และขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมเครื่องยนต์แรงกว่า และอีกรุ่น T5 AWD มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายแต่น้อยกว่ารุ่นแรก ขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า และชุดแต่งมาตรฐาน
 



3. Mercedes-Benz GLE 2019
เป็นรถอเนกประสงค์อีกแบรนด์ที่ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดี ล่าสุดเปิดตัวรุ่น GLE เจเนอเรชันสำหรับปี 2019 ออกมาแล้ว ความเจ๋งของรุ่นนี้อยู่ที่การติดตั้งระบบใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวมาหมาดๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วงล่างแบบ E-ACTIVE BODY CONTROL on a 48 volt basis, ระบบช่วงล่างแบบถุงลม Airmatic ที่สามารถควบคุมความแข็ง-นุ่มของแต่ละชิ้นได้อย่างอิสระทั้ง 4 ล้อ, ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบใหม่ 4Matic มาพร้อมกับระบบ Toque on Demand (TonD) ซึ่งจะทำหน้าที่กระจายแรงบิดไปยังล้อทั้ง 4 ตามความต้องการ เป็นต้น ส่วนดีไซน์ปรับใหม่ทั้งตัวถังภายนอกที่โค้งมนมากขึ้น กระจังหน้า ไฟหน้า LED ความสว่างส่องไกล 650 เมตร หรือแม้แต่ภายในห้องโดยสารที่หรูหรายิ่งกว่าเดิม รถคันนี้น่าจะขับเที่ยวสนุกทุกสภาพถนน เพราะติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ กำลังสูงสุด 367 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ เรียกว่ากำลังล้นเหลือและแรงดั่งใจแน่นอน 

4. Ford Ranger Raptor
แค่ชื่อชั้นก็บอกแล้วว่าเหมาะกับการเดินทางไกลมากแค่ไหน เพราะได้รับการออกแบบให้มีความสมบุกสมบันมากกว่ากระบะทั่วไปด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ ระบบเกียร์อันยอดเยี่ยม ฐานล้อที่ถูกขยายเพื่อการทรงตัว โช้กอัพของ FOX Racing Shox ปีกนกอะลูมิเนียม รวมถึงล้อและยางที่ออกแบบให้สามารถรองรับการขับขี่แบบออฟโรดโดยเฉพาะ แม้แต่ห้องโดยสารได้รับการออกแบบรองรับการลุยทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเบาะที่นั่งเหมาะกับการนั่งนานๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา ส่วนขุมพลังเป็นเครื่องดีเซล 213 แรงม้า ระบบเกียร์ 10 สปีดอันนุ่มนวลแต่ดุดัน คู่มากับระบบกันสะเทือนใหม่ที่ทำให้รถทรงตัวและมุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ นี่เป็นอีกคันที่เราว่าเหมาะกับการพาเพื่อนเดินทาง



5. Lexus UX
จากรถต้นแบบในปี 2016 สู่ตัวจริงในปีนี้ สำหรับรุ่นนี้ถูกวางตัวให้เป็น entry-level ในกลุ่ม SUV ของ Lexus เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการรถ SUV พรีเมียมในราคาเอื้อมถึงและขนาดกะทัดรัดเทียบเท่า CH-R รุ่นนี้แยกเป็นรุ่นย่อยถึง 3 รุ่น ได้แก่ Lexus UX 200 เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง คู่กับระบบเกียร์ CVT กำลังสูงสุด 168 แรงม้า, Lexus UX 250h ขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยระบบขับเคลื่อนไฮบริด ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยหมุนล้อคู่หลังกำลังรวมทั้งระบบ 176 แรงม้า และ Lexus UX F Sport อีกหนึ่งทางเลือกด้วยตัวรถที่เสริมภาพลักษณ์ด้วยชุดแต่งสปอร์ต เพิ่มประสิทธิภาพในการขับด้วยช่วงล่างแบบแปรผัน พร้อมระบบเสียงสังเคราะห์ Active Sound Control System ทั้งหมดมาในดีไซน์ตัวถัง กระจังหน้า ไฟหน้า ไฟท้าย ตลอดจนเส้นสายที่แสนโฉบเฉี่ยวและเรียบคม นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกคัน 
 


6. Toyota CH-R
ส่วนคนที่ชอบ Crossover SUV ขนาดเล็กเป็นต้องชอบคันนี้ ไม่ใช่แค่ดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของเพชร แต่ยังมีสีสันสดใสแบบที่คู่แข่งไม่มี และล้ำกว่าด้วยขุมพลังไฮบริดเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง 1.8 ลิตร 98 แรงม้า ทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 72 แรงม้า ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่โตโยต้านำมาใช้กับรถรุ่นนี้เป็นรุ่นแรก มาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อการขับเคลื่อนและความปลอดภัยมากมาย ไม่จบแค่นั้น ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายแบบที่หาได้ในรถโตโยต้าทุกคัน ใครมองหารถคันใหม่สำหรับขับใช้งานและเดินทางไกล ลองไปทดสอบคันนี้ดูแล้วจะติดใจ
 



7. Mazda CX-3 
เป็นอีกคันที่น่าสนใจไม่แพ้กัน หลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นจาก Mazda 2, Mazda 3 และ CX-5 ไปแล้ว ถึงเวลาปรับโฉม CX-3 กันบ้าง รุ่นนี้มาพร้อมรูปโฉมใหม่โฉบเฉี่ยวเหนือใคร ทั้งภายนอกอย่างกระจังหน้า ไฟท้าย LED แถมโครเมียมแต่งรอบคัน และภายในห้องผู้โดยสารที่เปลี่ยนคอนโซลกลางใหม่ เพราะคันนี้เปลี่ยนมาใช้เบรกมือแบบไฟฟ้าแทนจึงไม่มีก้านเบรกมืออีกต่อไป ยกระดับเครื่องยนต์มีให้เลือก 2 แบบระหว่างเบนซิน SKYACTIV-G 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ SKYACTIV-D ขนาดใหม่ 1.8 ลิตร คู่มากับเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ปลอดภัยและขับสนุกบนเส้นทางไกลๆ พร้อมสีใหม่อย่างสีเทาแมชชีนเกรย์ และสีแดงโซลเรดคริสตัล ใครชอบรถครอสโอเวอร์จัดคันนี้ไว้ในลิสต์ได้เลย