×

คู่มือพกนาฬิกาเที่ยวฉบับเต็มที่ควรแชร์เก็บไว้อ่าน

ปัญญา ลีลาสุนทรกุล | Features Editor | 24 December 2018


 

แม้สมาร์ตวอตช์จะเป็นที่นิยมแค่ไหน แต่เมื่อเดินทางจริงๆ นาฬิกาคลาสสิกดั้งเดิมก็น่าพิสมัยกว่า เพียงดูเวลาจากบนเครื่องบินหรือในสนามบินแล้วหมุนเม็ดมะยมหรือกดปุ่ม (นาฬิกา GMT หรือจับพิกัดดาวเทียม) ก็ได้เวลาจุดหมาย ไม่ต้องเชื่อมต่อบลูทูธให้เสียเวลาและพกสายชาร์จให้วุ่นวาย ว่าแต่ถ้าจะพกนาฬิกาสักเรือนไปจริงๆ ก็ควรเตรียมความพร้อมกันสักหน่อย
 


ทริปไหนใส่นาฬิกาเรือนไหนดี
ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจก่อนว่านาฬิกาที่เหมาะกับทริปต่างๆ คือแบบไหนกัน ถ้าต้องเดินทางเที่ยวหลายประเทศต่อๆ กันหรือหลายไทม์โซนแล้วละก็ควรใส่นาฬิกาจำพวก GMT ที่สามารถแสดงสองไทม์โซนให้เรารู้เวลาบ้านเกิดและจุดหมายได้พร้อมกัน ถ้าต้องไปชายหาด ดำน้ำ หรือแม้แต่ปีนเขา ตะลุยป่า ควรใส่นาฬิกาพวก Dive Watch ที่ออกแบบให้กันน้ำลึกและทนทาน แต่ถ้าเป็นทริปกินตัวแตกทั้งร้านริมทางหรือภัตตาคารมิชลิน ใช้ชีวิตในเมือง แวะชอปปิง เข้าบาร์เก๋ๆ ทุกค่ำคืน นาฬิกากลไกอัตโนมัติแบบคลาสสิกถึงจะเหมาะที่สุด



 

ดังนั้นการเลือกใส่นาฬิกาออกเดินทางในทริปต่างๆ จึงไม่ต่างจากการเลือกชุดและรองเท้าให้เหมาะกับจุดหมาย แต่นาฬิกาก็มีข้อแตกต่างจากสิ่งของเหล่านั้น เพราะบางเรือนเป็นของมีมูลค่าหรูหราหรือไม่ก็เป็นเรือนโปรดที่มีความหมายต่อเรา ดังนั้นก่อนเดินทางจงมั่นใจว่าพกพาและดูแลนาฬิกาอย่างถูกวิธีแล้ว
 

ก่อนออกเดินทาง
ก่อนการเดินทางจะเริ่มต้นขึ้นควรตรวจเช็กการทำงานของนาฬิกาเรือนที่จะใส่ในระหว่างเดินทางว่ากลไกทำงานปกติและไม่มีปัญหาอะไร  ถ้ารู้สึกว่ากลไกเดินช้ากว่าปกติหรือบอกเวลาไม่แม่นยำควรส่งศูนย์บริการตรวจสอบให้เรียบร้อย หากมีค่าบริการซ่อมเกิดขึ้นควรกลับไปอ่านรายละเอียดประกันนาฬิกา เพราะหลายต่อหลายแบรนด์ขยายความคุ้มครองถึง 5 ปีกันแล้ว
 

การเดินทางมาถึง
รู้กันอยู่แล้วว่าไม่ควรเก็บนาฬิกาในกระเป๋าเดินทาง เพราะไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์งัดกระเป๋าเพื่อขโมยของมีค่าหรือสายการบินส่งกระเป๋าเดินทางล่าช้าและผิดจุดหมายปลายทางหรือไม่ ดังนั้นทุกครั้งที่พนักงานออกตั๋วจึงมีการเตือนอีกครั้งก่อนกระเป๋าเข้าสู่สายพานว่าให้นำของมีค่าออกจากกระเป๋า ควรตรึกตรองอีกทีว่านาฬิกาไม่ได้อยู่ในนั้นแน่นอน
 

 
ส่วนใหญ่แล้วเราจึงมักสวมนาฬิกาไว้บนข้อมือหลังจากผ่านการตรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว เพราะมีขั้นตอนตรวจค้นร่างกายเพื่อรักษาความปลอดภัย หลายคนจึงเก็บนาฬิกาในกระเป๋าสะพายหรือกระเป๋าพกติดตัวขึ้นเครื่อง ทั้งนี้ทั้งนั้นแนะนำให้เก็บไว้ในกระเป๋าที่ออกแบบมาเพื่อเก็บนาฬิกา และไม่ควรพกกล่องนาฬิกาของแบรนด์ออกไป เพราะขาเข้าประเทศจะมีปัญหากับด่านศุลกากรอย่างแน่นอน
 


 
ถึงจุดหมายปลายทาง
เดินทางถึงที่หมายแล้วอย่าลืมปกป้องนาฬิกาของคุณจากการกระแทกใดๆ ก็ตาม หรือแม้แต่การหลุดร่วงจากข้อมือและหัวขโมยที่ซ่อนอยู่ตามหัวมุมถนนต่างๆ แม้ว่านาฬิกาจะไม่มีราคาค่างวดก็ตาม เพราะการเป็นนักท่องเที่ยวเท่ากับการตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพและการโจรกรรมไปโดยปริยาย

แต่ถ้าคิดจะเก็บไว้ในโรงแรมหรือแม้แต่ในยามนอนหลับก็ควรเก็บใส่ซองเก็บนาฬิกาและเก็บไว้ในตู้เซฟอีกที เพราะความซุ่มซ่ามเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เช่น ดึกดื่นแล้วจะลุกไปเข้าห้องน้ำแต่ดันไม่เปิดไฟในห้อง แล้วเผลอชนกับโต๊ะหัวเตียงจนนาฬิกาหล่นกระแทกพื้น จงจำไว้ว่าความซุ่มซ่ามและความซวยเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

 

 
ขากลับเข้าประเทศ
ถ้าเป็นการเดินทางภายในประเทศที่บินไม่กี่ชั่วโมงก็ไม่น่าห่วงอะไร แต่ถ้าบินกลับระหว่างประเทศแล้วละก็ นาฬิกาหลายๆ เรือนที่พกไปควรเก็บไว้ในกระเป๋าพกติดตัวอย่างมิดชิด อย่างไรก็ตามเราก็ยังมีสิทธิ์โดนศุลกากรเรียกถามอยู่ดี ยิ่งถ้าเป็นนาฬิกาเรือนใหม่เอี่ยมที่ถอยมาได้ไม่กี่เดือนยิ่งโดนเรียกให้แสดงสิ่งของนำเข้าประเทศแน่นอน แนะนำให้พกสำเนาใบเสร็จนาฬิกาซึ่งระบุวันเดือนปีที่ซื้อเพื่อพิสูจน์ว่าเรามีนาฬิกาก่อนเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งจะทำให้อุ่นใจและไม่ต้องพะวงว่าจะโดนเจ้าหน้าที่เรียกถามอีกต่อไป



ภาพประกอบทั้งหมดจาก Omega Watch ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.omegawatches.com