×

สั่งทาปาส จิบกาแฟ อ่านหนังสือที่ Cottage Café

ปิยะลักษณ์ นาคะโยธิน | writer | 05 January 2018



แม้ไปเยือนเจนีวามาแล้วหลายครั้ง หากแต่เมืองนี้สร้างความประหลาดใจชวนประทับจิตให้ได้เสมอ เคยเดินเล่นอยู่ภายในสวนที่โดดเด่นด้วยอนุสาวรีย์บรันสวิก (Brunswick Monument) เพราะพักโรงแรมโบ-ริวาฌ (Hotel Beau-Rivage Geneva) ที่อยู่ติดกัน ในทำเลสวยงามที่หน้าโรงแรมคือพรอเมอนาดเลียบทะเลสาบเจนีวา

ในฉากหลังของน้ำพุ Jet d’Eau คือแนวเทือกเขาแอลป์ที่หากวันใดท้องฟ้ากระจ่างก็จะเห็นยอดเขาสูงอย่างมงบล็องและตัวเมืองเจนีวา เห็นบ้านอิฐหลังย่อมอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์บรันสวิกแต่ก็ไม่เคยเข้าไปสักที จนฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมานี้เองที่ได้ค้นพบความน่ารักดีงามของบ้านอิฐที่แปลงเป็นร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อ Cottage Café

แรกเริ่มเดิมทีกระท่อมหลังนี้เป็นปะรำที่พักของทีมช่างก่อสร้างอนุสาวรีย์ในช่วง ค.ศ. 1876-1879 ก่อนส่งต่อให้ทีมช่างจัดสวนมาพักพิง ภายหลังดัดแปลงเป็นคาเฟ่ แล้วก็ทิ้งว่างไว้ จนได้รับการบูรณะโดยเทศบาลเมืองเจนีวา และตกแต่งใหม่โดย Nicole Boder และทีมงานของร้าน Cottage Café ที่เริ่มเปิดให้บริการเมื่อ ค.ศ. 2008 

ว่ากันที่จุดตั้งต้นของการก่อสร้างอนุสาวรีย์บรันสวิก ที่พำนักแห่งสุดท้ายของดยุกแห่งบรันสวิก (Duke of Brunswick) ซึ่งสร้างแบบนีโอ-กอทิกเลียนแบบสุสานของตระกูล Scaligeri ในเวโรนา ดยุกแห่งบรันสวิกผู้เป็นทั้งอัศวิน นักภาษาศาสตร์ นักดนตรี แต่ใช้ชีวิตค่อนข้างโลดโผนจนเป็นเหตุให้ถูกขับออกจากตำแหน่ง ต้องลี้ภัยไปอยู่หลายเมืองทั่วยุโรป จนมาใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายที่เจนีวา และทิ้งพินัยกรรมยกมรดกให้เมืองเจนีวาแลกกับพิธีศพสวยงามและอนุสาวรีย์ชื่อของเขา ทางเมืองเองไม่เคยมีสุสานเช่นนี้มาก่อน ทำให้มีการถกเถียงกันมากมาย ท้ายที่สุดจึงตกลงสร้างขึ้นที่นี่ ซึ่งมีความหมายด้านหนึ่งตรงที่ดยุกเคยพำนักอยู่โรงแรมโบ-ริวาฌติดกันนี้เอง



มาถึงความดีงามของ Cottage Café ใน พ.ศ. นี้ กระท่อมหลังเล็กที่เค้าโครงเป็นอิฐให้ความรู้สึกเก่าแก่ แต่ก็ดูแข็งแรงจากการปรับปรุงครั้งใหม่ กำแพงกระจกรายรอบเผยให้เห็นภายในที่ไม่ได้มีแค่โต๊ะเก้าอี้ของร้านอาหาร แต่ยังมีหนังสือและบอร์ดเกมเรียงราย ครั้นเข้าไปนั่งภายในร้าน เมื่อมองออกมาด้านนอกก็เห็นสวนสวยงาม และอนุสาวรีย์บรันสวิกที่ในช่วงลำแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์สาดมาจากด้านหลังส่องกระทบตัวอนุสาวรีย์และทะเลสาบเจนีวาเบื้องหลังให้ดูยิ่งงดงาม การตกแต่งและบรรยากาศของร้านบอกให้รู้ถึงความสนใจที่หลากหลายของ Nicole Boder เจ้าของร้าน ตั้งแต่ด้านอาหาร แฟชั่น ดีไซน์ ภาพถ่าย จนถึงภาพยนตร์ ด้วยความที่เกิดในโมร็อกโก เติบโตที่อิสราเอล และย้ายกลับมาทำงานร้านอาหารที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อบรรลุนิติภาวะ 
 


อาหารที่เสิร์ฟในร้านเป็นแนวทาปาส โดยมื้อเช้าเป็นพวกมูสลี ขนมปังออร์แกนิก แยมโฮมเมด อาหารกลางวันคือสลัด พาสตา ปลา ขนมอบต่างๆ และตั้งแต่หกโมงเย็นคือทาปาสและเมซเซ (Tapas and Mezzes) ที่มีให้เลือกเป็นจานๆ เยอะมาก ทางเราละลานตา น้ำลายสอ สั่งเยอะเกินงาม แต่ก็กินเรียบทุกจานด้วยความอร่อยและกลมกล่อม ได้รสชาติของเครื่องปรุงและส่วนผสมที่สดใหม่ รายการทาปาสมีตั้งแต่สลัดชีส ตาบูเลห์คีนัว อะโวคาโดกับซาวร์ครีม มะเขือม่วงและพริกหวานหมักน้ำมัน ปลาหมึก เห็ด แฮม มันอบกับมะเขือเทศตากแห้ง เบคอนรมควันห่อลูกบ๊วยแล้วนำไปอบ ฯลฯ ขณะที่ขนมปังที่เสิร์ฟให้ทุกโต๊ะอยู่แล้วก็อร่อยสุขภาพดี เพลงที่เปิดคลอในร้านให้อารมณ์สบายๆ บางจังหวะมีอาการอยากขยับแข้งขานิดหน่อย หยิบหนังสือจากชั้นมาเปิดอ่านดูเพลินๆ ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ และอย่าเพิ่งออกจากร้านหากยังไม่ได้รับประทานของหวานหรือไอศกรีม ทางเราเป็นสายช็อกโกแลตจึงจัดเมนู Chocolate Fondant ที่มาแบบชุ่มช็อกโกแลต แต่ได้รสเปรี้ยวจากซอสเบอร์รี่ให้กินจนเพ้อ แล้วปล่อยเวลาไปกับบรรยากาศดีงามยามค่ำคืนของ Cottage Café Geneva

COTTAGE CAFÉ
Address: Rue Adhemar Fabri 7, 1201 Geneva, Switzerland 
Phone: +41 22 731 60 16 
Website: www.cottagecafe.ch/en/home 
เปิดบริการ: วันจันทร์-ศุกร์ 7.30-24.00 น. วันเสาร์ 9.00-24.00 น. ปิดวันอาทิตย์ เดินทางโดยรถเมล์สาย 1, 25 

ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการท่องเที่ยวเจนีวา คลิกไปที่ www.geneve.com