×

12 จุดชมซากุระสุด unseen ในญี่ปุ่น

รัฐวรรณ พัฒนรัชตอดุล | writer | 02 April 2018

เข้าเดือนมีนาคมทีไร มือลั่นมือสั่นอยากกดตั๋วไปลงสนามบินไหนก็ได้ของญี่ปุ่นตลอดๆ เพราะฤดูต่อไปคือฤดูที่นักท่องเที่ยวไทยหลายคนรอคอย นั่นคือฤดูใบไม้ผลิ หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่าช่วงซากุระนั่นเอง แน่นอนว่าของสวยๆ งามๆ ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่แพง และปริมาณนักท่องเที่ยวมหาศาล 

ปกติแล้วตามหลักภูมิศาสตร์ หากเป็นฤดูใบไม้ผลิดอกไม้จะเริ่มผลิดอกสะพรั่งไล่จากทางใต้สุดของประเทศ คือภูมิภาคคิวชู แล้วจึงค่อยไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ จนจบที่ภูมิภาคฮอกไกโด ซึ่งอยู่เหนือสุดของประเทศ กลับกัน หากเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีที่ภูมิภาคฮอกไกโดก่อน แล้วจึงมาจบที่ภูมิภาคคิวชู 

แนะนำให้ดูไว้ก่อนเลยว่าแต่ละภูมิภาคเริ่มบานเมื่อไร (บางคนก็ดูล่วงหน้าเป็นปี เตรียมพร้อมเป็นปีเลยก็มีนะ) และบานเต็มที่ช่วงไหน จะได้ไม่พลาดอีก จากการพยากรณ์ (มีเว็บไซต์ของญี่ปุ่นหลายเว็บที่พยากรณ์ระยะเวลาที่ซากุระบาน ซึ่งเราใช้ข้อมูลของเว็บไซต์ Japanguide.com เป็นหลัก) แล้วเห็นว่าปีนี้ซากุระจะบานไวกว่าปีก่อนด้วย เพื่อนเดินทางเลยอยากแนะนำสถานที่ชมซากุระแบบอันซีนหน่อยๆ แต่รับรองว่าวิวที่ได้นั้นสวยไม่แพ้กันเลยละ 
 

คิวชู (Kyushu)
เริ่มบานประมาณวันที่ 27 มีนาคม 2018 
บานเต็มที่ประมาณวันที่ 8 เมษายน 2018 

จุดชมซากุระแนะนำ

สวนมาอิซุรุ (Maizuru Park) จังหวัดฟุกุโอะกะ: ตั้งอยู่บริเวณรอบๆ ปราสาทฟุกุโอะกะ (Fukuoka Castle) นักท่องเที่ยวจะได้ชมซากุระสามสายพันธุ์ (Yoshino, Yamazakura และ Rezakura) มากกว่า 1,000 ต้น ในงาน Fukuoka Castle Sakura Festival ที่จัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และการไลต์อัพตอนกลางคืนซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของการชมซากุระที่นี่

การเดินทาง: รถไฟ Kuko Line สถานี Akasaka เดินประมาณ 15 นาที

ศาลเจ้ายุโดะกุ (Yudoku Inari Shrine) จังหวัดซะกะ: ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นหนึ่งในสามศาลเจ้าที่โด่งดังที่สุดในภูมิภาคคิวชู ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมที่นี่ถึงสามล้านคน ความสวยงามในช่วงที่ซากุระบานของศาลเจ้าแห่งนี้คือภาพสีชมพูของดอกซากุระที่ตัดกับสีแดงของเสาโทริอิเป็นทางยาว

การเดินทาง: รถไฟ JR Nagasaki สถานี Hizen-Hama แล้วนั่งรถบัสไปลงป้าย Yuda Shrine ประมาณ 15 นาที จากนั้นเดินไปที่ศาลเจ้าประมาณ 5 นาที 
 

ชูโงะกุ (Chugoku)
เริ่มบานประมาณวันที่ 2 เมษายน 2018 
บานเต็มที่ประมาณวันที่ 11 เมษายน 2018

จุดชมซากุระแนะนำ

สวนสาธารณะเซ็งโกจิ (Senkoji Park) จังหวัดฮิโระชิมะ: เป็น 1 ใน 100 สถานที่ชมซากุระที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นสวนที่ตั้งอยู่บนภูเขา ภายในสวนมีวัดเซ็งโกจิตั้งอยู่ด้วย ที่นี่มีกระเช้าให้บริการเพื่อชมวิวซากุระตลอดระยะทางกว่า 1,000 ต้นไปจนถึงยอดเขาที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 140 เมตร ค่ากระเช้า Senkoji Temple Mountain Ropeway ไป-กลับ ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 250 เยน

การเดินทาง: รถไฟ JR San-yo สถานี Onomichi แล้วเดินไปขึ้นกระเช้าที่ Senkoji Temple Mountain Ropeway ประมาณ 15 นาที
 

คันไซ (Kansai)
เริ่มบานประมาณวันที่ 2 เมษายน 2018 
บานเต็มที่ประมาณวันที่ 10 เมษายน 2018

จุดชมซากุระแนะนำ

สวนฮาราดะนิเอ็ง (Haradani-en) จังหวัดเกียวโต: สวนแห่งนี้เป็นสวนที่คนญี่ปุ่นนิยมมาชมดอกซากุระซึ่งมีมากกว่า 400 ต้น บนพื้นที่สวน 130,000 ตารางเมตร อยู่ไม่ไกลจากวัดทองหรือวัดคิงกะกุจิ (Kinkakuji) เลย ที่นี่ไม่ใช่สวนสาธารณะ แต่เป็นสวนส่วนบุคคลที่เจ้าของเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้ 

การเดินทาง: รถไฟ Karasuma Line สถานี Kitaoji ขึ้นรถ City Bus (North 1 Line) ลงป้าย Takagamine Genkoan-mae

วัดฮะเซะ (Hase Temple) จังหวัดนะระ: วัดแห่งนี้ได้รับฉายาว่าเป็นวัดดอกไม้ เพราะในช่วงดอกไม้บานนั้นวัดจะถูกล้อมรอบไปด้วยต้นซากุระ โดยเฉพาะจุดที่เป็นอาคารหลักของวัดจะสวยมากทีเดียว 

การเดินทาง: รถไฟ Enoshima Dentetsu Line สถานี Hase เดินประมาณ 6 นาที 
 

ชูบุ (Chubu)
เริ่มบานประมาณวันที่ 1 เมษายน 2018 
บานเต็มที่ประมาณวันที่ 16 เมษายน 2018

จุดชมซากุระแนะนำ

แม่น้ำโกโจ (Gojo River) จังหวัดไอชิ: อุโมงค์ซากุระกว่า 1,400 ต้น ตลอดความยาวของแม่น้ำโกโจประมาณ 7.6 กิโลเมตร ที่นี่มีการจัดงานเทศกาล Iwakura Sakura Festival ซึ่งมีการประดับไฟในช่วงกลางคืนด้วย 

การเดินทาง: รถไฟ Meitetsu-Inuyama Line หรือ Meitetsu-Limited Express Line สถานี Iwakura เดินไปยังแม่น้ำประมาณ 5 นาที 

Fuji Reien Cemetery จังหวัดชิซุโอะกะ: นับเป็นสถานที่ชมซากุระที่แปลกที่สุดตั้งแต่เคยเห็นมา เพราะที่นี่เป็นถนนที่มีสุสานทอดยาว เบื้องหน้าคือภูเขาไฟฟุจิ ความสวยของต้นซากุระสามารถช่วยลดความน่ากลัวไปได้เยอะทีเดียว 

การเดินทาง: รถไฟ JR Gotemba ลงสถานี Suruga-Oyama แล้วนั่งแท็กซี่ประมาณ 10 นาที
 

คันโต (Kanto)
เริ่มบานประมาณวันที่ 31 มีนาคม 2018 
บานเต็มที่ประมาณวันที่ 8 เมษายน 2018

จุดชมซากุระแนะนำ

ชิโดริงะฟุชิ (Chidorigafuchi) จังหวัดโตเกียว: ที่นี่เป็นจุดชมซากุระยอมนิยมของเหล่าพนักงานบริษัทหลังจากเลิกงานแล้ว ตลอดช่วงที่มีการจัดงาน Chiyoda’s Sakura Festival เราสามารถชมการไลต์อัพต้นซากุระตลอดสองฟากฝั่งด้วยการนั่งเรือ โดยมีวิวเบื้องหน้าเป็นโตเกียวทาวเวอร์ในตำนาน 

การเดินทาง: รถไฟ Chiyoda Line สถานี Nijubashimae เดินประมาณ 3 นาที หรือรถไฟ Hibiya Line สถานี Hibiya เดินประมาณ 5 นาที 

สวนแห่งปราสาทโอะดะวะระ (Odawara Castle Park) จังหวัดคะนะงะวะ: จากโตเกียวออกมาไม่ไกลมาก แม้ภาพทิวทัศน์ที่เห็นอาจเหมือนกับสถานที่ชมซากุระอื่นๆ นั่นคือมีปราสาทเป็นฉากหลัง บวกกับคูน้ำที่ล้อมรอบตัวปราสาทไว้พร้อมกับต้นซากุระสองฟากฝั่ง แต่ที่นี่ก็ถูกจัดอันดับจากชาวญี่ปุ่นเองว่าเป็น 1 ใน 100 สถานที่ชมซากุระที่ไม่ควรพลาด 

การเดินทาง: รถไฟ Odakyu Line, Tokaido-Sanyo Shinkansen สถานี Odawara แล้วเดินประมาณ 10 นาที 
 

โทโฮะกุ (Tohoku)
เริ่มบานประมาณวันที่ 12 เมษายน 2018 
บานเต็มที่ประมาณวันที่ 23 เมษายน 2018

จุดชมซากุระแนะนำ

สวนฮิโระซากิ (Hirosaki Park) จังหวัดอะโอะโมะริ: สวนนี้ล้อมรอบปราสาทฮิโระซากิ (Hirosaki Castle) และเป็นสวนที่มีต้นซากุระมากถึง 52 สายพันธุ์ กว่า 2,600 ต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนกลางคืนที่มีการไลต์อัพ แสงไฟสีชมพูจะสะท้อนกับผืนน้ำของคูน้ำที่ล้อมรอบตัวปราสาทเอาไว้ สวยงามเหมือนปูพรมเลยทีเดียว 

การเดินทาง: รถไฟ JR Konan Tetsudo-Konan Line สถานี Hirosaki เดินไปยังปราสาทประมาณ 30 นาที หรือนั่งแท็กซี่ประมาณ 10 นาที 

สวนทะกะมัตสึ (Takamatsu Park) จังหวัดอิวะเตะ: สวนนี้โอบล้อมสระน้ำทะกะมัตสึ (Takamatsu Pond) เอาไว้ และมีภูเขาอิวะเตะ (Mountain Iwate) เป็นฉากหลัง เป็น 1 ใน 100 จุดชมซากุระที่ได้รับความนิยมจากชาวญี่ปุ่น

การเดินทาง: รถไฟ JR Yamada Line สถานี Kami-Morioka เดินประมาณ 22 นาที หรือนั่งแท็กซี่ประมาณ 6 นาที 
 

ฮอกไกโด (Hokkaido)
เริ่มบานประมาณวันที่ 4 พฤษภาคม 2018 
บานเต็มที่ประมาณวันที่ 11 พฤษภาคม 2018

จุดชมซากุระแนะนำ

สวนมัตสึมาเอะ (Matsumae Park) เมืองฮะโกะดะเตะ จังหวัดฮอกไกโด: อาจไม่ค่อยคุ้นหูกันเท่าไรนักกับชื่อสถานที่ เพราะสวนนี้ตั้งอยู่ปลายสุดของภูมิภาคฮอกไกโด แต่วิวที่จะได้เห็นรับรองว่าสวยไม่แพ้ที่อื่น นอกจากจะมีปราสาทมัตสึมาเอะ (Matsumae Castle) ประกอบฉากต้นซากุระที่มีถึง 250 สายพันธุ์ จำนวนกว่า 10,000 ต้นแล้ว สวนมัตสึมาเอะยังได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกของฮอกไกโดด้วย 

การเดินทาง: รถไฟ JR Hakodate Line หรือ JR Hokuto สถานี Hakodate แล้วนั่งรถบัสลงป้าย Matsushiro ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 

ซากุระ 101
มารยาทสำหรับการชมซากุระ  

• ดูอย่างเดียว ไม่ควรสัมผัส จับ หรือโน้มกิ่งลงมาเพื่อถ่ายรูป 
• ไม่ควรส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่นขณะชม 
• ไม่จองพื้นที่นั่งชมเกินพอดี 
• ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากจนเกินงาม
• นำขยะไปทิ้งในที่ที่จัดเตรียมไว้ให้ 

ปกติแล้วตามหลักภูมิศาสตร์ หากเป็นฤดูใบไม้ผลิดอกไม้จะเริ่มผลิดอกสะพรั่งไล่จากทางใต้สุดของประเทศ คือภูมิภาคคิวชู แล้วจึงค่อยไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ จนจบที่ภูมิภาคฮอกไกโด ซึ่งอยู่เหนือสุดของประเทศ กลับกัน หากเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วงใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีที่ภูมิภาคฮอกไกโดก่อน แล้วจึงมาจบที่ภูมิภาคคิวชู

- ซากุ (咲く) หมายถึง เบ่งบาน และ ระ (ら) หมายถึง มากมาย

- ตรวจสอบการพยากรณ์ซากุระจากหลายๆ แหล่ง เพราะแต่ละแหล่งข่าวช่วงวันที่ดอกไม้บานจะไม่ตรงกันเป๊ะ แต่สามารถนำมาคาดการณ์และวางแผนการเดินทางเพื่อไปชมดอกซากุระได้เช่นกัน เช่น www.japantimes.co.jp, www.japan-guide.com, zekkeijapan.com

ซากุระที่ญี่ปุ่นมีมากถึง 600 สายพันธุ์ แต่พันธุ์หลักๆ ที่คนไทยจะได้เห็นเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงซากุระ ได้แก่ 
• โซเมอิโยชิโนะ (Somei Yoshino) เป็นพันธุ์ที่เห็นได้ทั่วไปในญี่ปุ่น ขนาดดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-5 เซนติเมตร และมี 4-5 กลีบ สีขาวอมชมพู 

• ยาเอะซากุระ (Yae Sakura) แต่ละดอกมีประมาณ 20-25 กลีบ บางดอกมีมากถึง 50 กลีบ และมีตั้งแต่สีขาวไปจนถึงสีชมพูสด มีลักษณะเป็นพุ่มๆ คล้ายดอกคาร์เนชั่น 

• ชิดะเระซากุระ (Shidarezakura) มีลักษณะเด่นคือคล้ายหยดน้ำ ช่อของดอกซากุระเป็นพุ่มๆ ห้อยลงมา และแผ่กิ่งกินบริเวณกว้างกว่าพันธุ์อื่น 

• ชิบะซากุระ (Shibazakura) เป็นพันธุ์เตี้ย มีสีสดกว่าพันธุ์อื่นๆ ที่กล่าวมา ที่ญี่ปุ่นมีเทศกาลชมซากุระพันธุ์นี้ซึ่งจัดขึ้นทุกปี และเป็นงานที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก คือ เทศกาลชมดอกชิบะซากุระ ในจังหวัดยะมะนะชิ ที่มีภาพของภูเขาไฟฟุจิอยู่เบื้องหลังนั่นเอง