×

3 ย่าน “โตเกียวแบบไม่เฝือ” ที่แป้ง Kirarista หลงรัก

สราลี อุรุพงศา | Editorial Manager | 11 September 2018



เห็นหน้าแป้ง Kirarista เราจะคิดถึงบิวตี้บล็อกเกอร์รุ่นบุกเบิก (แถมยังอยู่ยงคงคุณภาพแน่นมาจนถึงตอนนี้) ที่ราวกับมีฟิลเตอร์ญี่ปุ่นแปะหน้าเธอไว้เสมอมา

แป้งเกี่ยวอะไรกับญี่ปุ่นน่ะเหรอ ก็เธอเรียน Soka University ที่โตเกียวตั้งแต่เมื่อ 12 ปีที่แล้ว เรียนจบแล้วเธอก็ทำงานบริษัทไอทีที่ญี่ปุ่น เธอวนเวียนไปๆ กลับๆ ไทย-ญี่ปุ่นมาโดยตลอด ระดับที่แค่ปีที่แล้วก็ไปญี่ปุ่นปาเข้าไป 13 ครั้ง ถึงตอนนี้แป้งจะเป็นบล็อกเกอร์เต็มตัวแต่เธอก็ยังรับงานท่องเที่ยว กล่าวคือมีรัฐบาลญี่ปุ่นและบริษัทต่างๆ ของแต่ละจังหวัดเชิญเธอไปเยี่ยมเยียนและทำคอนเทนต์พีอาร์กลับมา
 

ด้วยความที่เราเป็นแฟนตัวยงของ Kirarista มานานนม เราพบว่าแป้งเป็นมนุษย์จิปาถะญี่ปุ่น รู้ทุกเรื่อง จะปิ้งหรือจะย่าง (แน่นอนว่าเธอจะแนะนำสเปรย์ฉีดผมดับกลิ่นปิ้งย่างให้เราได้ 555) ลามไปจนถึงทุกเรื่องราวท่องเที่ยวญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นนอกจากอัปเดตเทรนด์บิวตี้ญี่ปุ่นต่างๆ แป้งคือคนที่เราควรจะหันหน้าไปพึ่งพิงยามเราอยากเที่ยวโตเกียว แต่ก็เบื่อที่ท่องเที่ยวฮิตๆ แหล่งคนเยอะๆ แล้ว

ทันทีที่เรายื่นโจทย์ “โตเกียวแบบไม่เฝือ” ให้เธอ ตาของแป้งเป็นประกายและพรั่งพรูออกมาไม่หยุด ไม่ว่าจะเล่าไปถึงย่านไหนเธอก็ทำท่าราวกับว่าอยากจะกลับไปที่นั่นอีกครั้ง

เอาละ ไปจดลิสต์ที่เที่ยวในโตเกียวแล้วจินตนาการถึงย่านนั้นๆ พร้อมกับแป้งกัน

 

ย่านคิชิโจจิ (Kichijoji)
ย่านที่น่าอยู่ด้วยนานๆ



“ย่านนี้เปลี่ยนรถที่ชิบูยะก็ได้ ชินจูกุก็ได้ค่ะ คิชิโจจิเป็นย่านที่ได้รับการโหวตว่าน่าอยู่ที่สุดในโตเกียวเป็นอันดับหนึ่งติดกันหลายปีซ้อนมากๆ น่าอยู่มากจริงๆ แป้งไปตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่โน่นแล้วชอบมาก เพราะย่านนี้ค่าครองชีพไม่ได้สูง คืออยู่ในโตเกียวนะ แต่เป็นย่านที่มีผู้สูงอายุกับเด็กเยอะ วัยรุ่นไม่ค่อยมา มลพิษน้อย แล้วที่สำคัญคือมันครบ ที่สถานีก็มีซูเปอร์มาร์เก็ต มีแหล่งชอปปิงแต่ก็ไม่ใช่ห้างสูงใหญ่ มีห้างสมัยใหม่ แต่สองข้างทางก็มีร้านคุณลุงคุณป้าขายของด้วย

“ตอนนี้ย่านนี้เริ่มเปลี่ยนไป มีร้านแฟชั่นเยอะขึ้น เด็กมัธยมนิยมเดินเพราะไม่แพง ร้านรองเท้าถูกมาก ของก็ดี เดินไปอีกฝั่งหนึ่งก็เป็นสวนสาธารณะใหญ่ของโตเกียว ชื่อสวนอิโนะคาชิระ (Inokashira) สวนนี้ซากุระสวยมาก มีเรือให้พาย มีเรือเป็ดให้ถีบ ส่วนใหญ่ก็จะมีแต่คนญี่ปุ่นค่ะ คนไทยไม่ค่อยไป คนจีนก็ไม่มี คนชอบมานั่งปิกนิกกัน คนมาเที่ยวน้อย ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่น ถ้าให้นึกถึงที่ซากุระสวยแป้งจะคิดถึงสวนนี้ เพราะว่ามันมีน้ำ แล้วซากุระเขาจะโค้งลงในน้ำ เวลาพายเรือจะเห็นคนพายเรือเป็นคู่ หยุดถ่ายรูปกัน สงบและสวยมากๆ



“เป็นย่านที่ยูนีกและน่ารัก ตอนนี้คนเริ่มรู้จักมากขึ้นแล้วเพราะเขาเริ่มโปรโมตว่าเป็นย่านน่าอยู่ ฝรั่งเยอะเหมือนกัน แป้งอยู่ที่นี่หนึ่งวันได้เลย อาหารก็เยอะ ร้านที่ไม่ใช่แฟรนไชส์ก็มี ไม่วุ่นวาย ตอนนี้คิชิโจจิเปลี่ยนไปเยอะมาก ตอนแรกสถานีรถไฟง่อยมาก (หัวเราะ) ร้างมาก เพราะนักท่องเที่ยวไม่มี เขาเลยไม่ได้ทำสถานีให้สวย พอคนเริ่มไปเยอะ เริ่มมีคนจากเมืองอื่น ตอนนี้สถานีที่คิชิโจจิสวยมาก เป็นสวนแนวตั้ง เขาสื่อว่าสถานีนี้ธรรมชาติ ภายในสถานีก็ต้นไม้เยอะ จัดสวนสวยเลยละค่ะ”

 

ย่านอิเคะบุคุโระ (Ikebukuro)
ย่านที่เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว

“นี่เป็นย่านรองจากชินจูกุเลย อิเคะบุคุโระคือชินจูกุที่อยู่ฉีกออกมาอีกฟากหนึ่งของโตเกียว ซึ่งมีครบมาก แป้งชอบมากกว่าชินจูกุเพราะว่าเยอะกว่า ถนนชอปปิงสะใจมาก ABC-MART มี 3 ร้านใหญ่ๆ สนีกเกอร์รุ่นไหนที่อยากได้ ได้! ของลดราคาเยอะ แล้วย่านนี้เป็นย่านราเม็งเลยนะ ของกินเยอะจริงๆ ทั้งอิซะกะยะ ราเม็ง เนื้อย่าง อยู่ตามตึกและก็อยู่ใต้ดิน เดินตามหาสนุกดี ชอปปิงแล้วกินวนไป

“ที่นี่มีห้างใหญ่เยอะมาก น่าจะประมาณ 5 ห้าง จะอยู่ติดกันหมดๆ เลย แต่ละห้างมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง อยากได้ของฮิปๆ แบบสยามเซ็นเตอร์ก็ไปห้าง Parco ถ้าอยากซื้อแบรนด์ไฮเอนด์ก็ห้าง Seibu ถ้าอยากได้ของแฮนด์เมดก็ไป Tokyu ถ้าอยากได้แบรนด์โลคัลถูกๆ หน่อยก็ไปห้าง Sunshine City

ภาพจาก www.sunshinecity-global.com
 

“ตึกของห้าง Sunshine City สูงมาก ประมาณ 50-60 ชั้น ข้างบนเห็นวิวโตเกียวได้ 360 องศา บนสุดมีอะควาเรียมกลางเมืองชื่อ Sunshine Aquarium ไซซ์ไม่ใหญ่ ประมาณโอเชียนเวิลด์ที่สยามพารากอนบ้านเรา แต่จะได้วิวที่อะควาเรียมอื่นไม่มีเพราะตั้งอยู่บนตึก จะมีโถโลมาอันใหญ่ๆ อยู่ข้างบน บางทีน้องขึ้นไปว่าย เราก็ถ่ายกับท้องฟ้าได้ เป็นอีกวิวที่ดี พอยต์หลักๆ คือมันครบ ร้านอาหารเยอะ ชอปปิงได้ของถูก อยากได้อะไรก็ได้ เกมเซ็นเตอร์ก็ใหญ่”

 

ย่านชิโมกิตาซาวะ (Shimokitazawa)
ฮิปสเตอร์สไตล์



“แป้งไปที่นี่ครั้งแรกตอนประมาณปี 2006 เพราะเพื่อนที่เป็นคนญี่ปุ่นเขาไปแล้วเขาชอบมากเลยมาแนะนำ ชิโมกิตาซาวะเป็นย่านสไตล์ฮิปสเตอร์เลย มีความยูนีกที่สุดในโตเกียวขนาดที่มีคนเอามาทำเป็นหนัง ที่นี่ไม่ใช่ฮาราจุกุนะ แต่มันคือชิโมกิตาซาวะ...ย่านที่ความคิดของคนถูกสื่อออกมาผ่านแฟชั่นและแอ็กเซสเซอรี คือเขารู้สึกอย่างไรก็ทำออกมา เราเดินๆ ดูแบบ โห อันนี้โคตรไม่เข้ากันเลย แต่มารวมกันได้ออกมาก็แบบว้าว ดูดี เราอาจเข้าไม่ถึง แต่เราชอบไปเดินดูว่าเสื้อผ้าแบบนี้ใครใส่วะ ใครเขาจะกล้าใส่ (ยิ้ม) แต่มันขายได้ แล้วขายดีด้วย

“ร้านที่ชิโมกิตาซาวะว่าจะไม่มีสาขา เพราะฉะนั้นแต่ละร้านส่วนใหญ่แฮนด์เมด ราคาแล้วแต่ร้านเลย บางร้านถูก บางร้านแพง แล้วแต่ความพอใจของเจ้าของร้าน เดินทางไปง่ายมาก หนึ่งป้ายจากชิบูยะ แม้จะใกล้กันแต่คาแรกเตอร์คนละเรื่องเลย ในชิโมกิตาซาวะมีคาเฟ่ ร้านแต่ละร้านยูนีก สำหรับฮิปสเตอร์อยู่ได้ทั้งวันเลยค่ะ



“แป้งกลับไปบ่อยก็จะเห็นความยูนีกของเมืองนี้เพิ่มขึ้นทุกวันโดยที่ไม่กลืนไปกับนักท่องเที่ยว คือฝรั่งก็เริ่มไป เริ่มรู้จัก แป้งกลับไปปีที่แล้วก็เห็นว่าชิโมกิตาซาวะมีสีสันมากขึ้น จากเดิมที่ค่อนข้างเป็นโมโนโทน ตอนนี้ของที่ขายก็หลากหลายขึ้น ร้านปิดช้าลง

“เอาจริงๆ โตเกียวแป้งก็ไปไม่ทั่วหรอก เพราะแป้งชอบไปย่านซ้ำๆ ซึ่งก็คือย่านพวกนี้แหละที่ไปตั้งแต่สมัยเรียน แล้วก็จะคิดถึงขึ้นมาในหัวทุกครั้งที่ไปโตเกียว (ยิ้ม)”