×

สะพายกล้องท่องเจริญกรุงภาคค่ำผ่านศิลปะแสงสี “Awakening Bangkok”

ศรัณยู นกแก้ว | Writer | 18 November 2018



ไปมาและพบว่าดีมากจึงอยากบอกต่อ สำหรับงานแสดงศิลปะแห่งแสงสีครั้งใหญ่บนถนนเจริญกรุง “Awakening Bangkok” งานศิลปะภาคค่ำที่จะปลุกประวัติศาสตร์ย่านเจริญกรุงให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แน่นอนว่างานนี้ไม่ได้ทำมาเพื่อคอศิลปะเท่านั้น แต่ยังออกแบบมาสำหรับสายเซลฟี่ ถ่ายภาพด้วยเช่นกัน รับประกันถ่ายรูปสวยทุกจุด ใครอยากเปลี่ยนรูปโพรไฟล์เก๋ไม่ซ้ำใคร แค่เตรียมพรอปให้แน่น ใส่เมมกล้องให้พร้อมเท่านั้น

ความน่าสนใจของงานเที่ยวเจริญกรุงภาคค่ำยังไม่จบเพียงเท่านั้น อีกเหตุผลสำคัญที่เราอยากชวนทุกคนมา Awakening Bangkok เพราะงานแสงสีหลายชิ้นตั้งอยู่ในจุดประวัติศาสตร์สำคัญของย่านที่ไม่ค่อยเปิดให้เข้าชมและหลายคนก็ยังไม่รู้จักอย่างบ้านพักตำรวจน้ำ ชั้นใต้ดินของอาคารไปรษณีย์กลาง กลางชุมชนมัสยิดฮารูณ เป็นต้น เรียกว่าปลุกจิตวิญญาณแห่งความเป็นเจริญกรุงดั้งเดิมให้กลับมาเชื่อมต่อกับโลกปัจจุบันอีกครั้งก็ว่าได้ แต่สำหรับใครที่ยังไม่ชัวร์ว่างานศิลปะแสงสีทั้ง 29 ชิ้นที่จะมาปลุกเจริญกรุงตลอด 10 วัน (16-25 พฤศจิกายน) มีอะไร และพิกัดไหนบ้าง เรามีลายแทงมาบอก

อาคารไปรษณีย์กลาง
จุดแรกที่เป็นศูนย์รวมข้อมูลของงานคือ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของศูนย์กลางความรู้ด้านความคิดสร้างสรรค์อย่าง TCDC จุดนี้มีไฮไลต์หลักอยู่ที่งาน OPPO R17 Pro presents Seize the Night ที่นำแสงเหนือและแสงทไวไลต์มาสร้างสรรค์เป็นศิลปะเลเซอร์วาดรูปแผนที่โลกขนาดใหญ่กลางอากาศ

ใกล้กันคืองาน Holo Light ของกลุ่มน้องๆ นักศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ที่หยิบจับวัสดุสะท้อนแสงมาสร้างชิ้นงานซึ่งจะเปลี่ยนสีไปตามแสงแดดที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน งานชิ้นนี้สามารถเดินเข้าไปถ่ายรูปเก๋ๆ ได้เต็มที่

งาน Antenna of Letter โดยศิลปิน Living Spirit เป็นอีกชิ้นที่เล่นกับประวัติศาสตร์ของสถานที่โดยการนำแสงมาเชื่อมต่อกับตัวอักษรบนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ พร้อมให้ผู้ชมสามารถพิมพ์คำต่างๆ ใส่ลงไป จากนั้นไฟจะเปลี่ยนสีและตำแหน่งไปตามอักษรคล้ายการใส่รหัสมอร์สของโทรเลขในสมัยก่อนอย่างไรอย่างนั้น

อีกชิ้นในจุดนี้ที่เราขอบอกเลยว่าห้ามพลาดอย่างเด็ดขาดคือ The Uncertainty of the Uniform โดย Saturate Design Studio จัดแสดงที่ชั้นล่างใต้ดินอาคารไปรษณีย์กลางซึ่งไม่ค่อยได้เปิดให้จัดงานบ่อยนัก ผลงานนี้มาเต็มทั้งเสียงและแสงที่เริ่มจากแสงสลัวๆ สวยงามคลอไปกับดนตรีเนิบช้า จากนั้นจังหวะของแสงสีจะเริ่มเปลี่ยนเป็นเร็วขึ้น เร้าใจขึ้น จากความงามฟุ้งฝันเปลี่ยนเป็นฉากในหนังสยองขวัญฆาตกรรมขึ้นมาทันที

ซอยเจริญกรุง 32
สายเซลฟี่ต้องรู้จักซอยนี้อย่างแน่นอน เพราะสองฝั่งกำแพงตลอดซอยเต็มไปด้วยงานกราฟฟิตีอาร์ตสนุกๆ จากศิลปินชื่อดังทั้งไทยและต่างประเทศ ยิ่งมาเจอแสงสีในงาน Awakening Bangkok ก็ยิ่งเท่ไปกันใหญ่ เริ่มจากงาน The Lost Traveller ของขอบฟ้า จันทร์เพ็ญศรี ที่จะนำเราไปสู่การหลงทางอันน่าจดจำ

อีกงานที่ถ่ายรูปสวยแน่นอนคือ Submerged ซึ่งใช้แสงและควันมาจำลองบรรยากาศใต้ท้องทะเลให้รู้สึกถึงคลื่นและแสงแดดที่ส่องลอดผิวน้ำได้สมจริงมาก ถัดไปคือถังขยะสะท้อนแสง Areacycle ของศิลปิน Must Start ที่เปรียบความเก่าแก่ของย่าน อาคารที่ถูกทิ้งร้างเป็นขยะที่รอคนเข้ามาสร้างสรรค์

สุดซอยคืองาน A Way ของ Round and Nine ซึ่งเป็นบันไดตั้งอยู่ระหว่างดวงตาสองดวงที่เป็นงานกราฟฟิตีชิ้นเก่าอย่างพอดิบพอดี งานชิ้นนี้ขอชวนคนดูถอดรองเท้าก้าวขึ้นบันไดไปถ่ายรูปเพื่อให้เห็นลวดลายของอุปสรรคต่างๆ ที่วาดไว้ซึ่งจะเปลี่ยนไปตามแสงสีที่สาดไปกระทบ
 

Rue de Brest
แค่ชื่อถนนดั้งเดิมคือ Rue de Brest ที่ติดไว้ปากซอยเจริญกรุง 36 ก็ทำให้เราตื่นเต้นได้แล้ว ที่นี่เป็นอีกไฮไลต์ของงานที่บอกได้คำเดียวว่าห้ามพลาดเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ Under Surveillance ด้านหน้า O.P. Garden ที่มีเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว สามารถทักทายกับผู้ชมได้จริง

ใกล้กันคือโรงแรมสุดคลาสสิก SWAN ที่มีงานฉากแสงและภาพเคลื่อนไหว Elevator ลงไปบนผนังจริงและหน้าต่างบานจริง เห็นความคึกคักของนักเดินทางผ่านลิฟต์จากอดีตถึงปัจจุบัน

ตรงกันข้ามโรงแรมคืองาน ฟลอร์เฟื่องฟ้า โดยศิลปิน Leftover Studio ซึ่งได้นำบรรยากาศงานเต้นรำในยุครุ่งเรืองของถนนเจริญกรุงมาใส่ไว้ในบ้านไม้เก่าทรงโคโลเนียลซึ่งเคยเป็นที่ทำการของบ้านพักตำรวจน้ำ โดยหากมองจากด้านหน้าของบ้านหลังนี้จะเห็นเพียงดวงไฟและแชนเดอเลียร์เก่าๆ ที่สาดแสงให้เราได้เห็นความสวยของลายขนมปังขิงแบบโคโลเนียลนิยม



แต่มุมที่ห้ามพลาดจริงๆ คือด้านหลังบ้านซึ่งต้องเดินผ่านระเบียงไม้แคบๆ และกองไม้อันระเกะระกะข้างตัวบ้านเข้าไป อาจมืดๆ สลัวๆ วังเวงใจเล็กน้อยเพราะเราต่างก็ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อเข้าไปแล้วจะเจอความเซอร์ไพรส์คือเสียงจิ้งหรีดเรไรและสวนขนาดย่อมที่นำแชนเดอเลียขนาดใหญ่มาจัดวาง พร้อมด้วยน้ำพุกลางที่มาพร้อมหมอกจางๆ และการจัดไฟที่ค่อยๆ ให้เราเห็นรายละเอียดด้านประวัติศาสตร์ของสถานที่ ถ้าไม่นับว่ายุงเยอะสมกับเป็นงานอาร์ตกลางสวน เราขอโหวตให้จุดนี้เป็นอีกมาสเตอร์พีซของงานเลยทีเดียว

อีกเหตุผลที่ชอบโลเคชั่นซอยเจริญกรุง 36 มากที่สุดก็เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้รู้จักชุมชนมัสยิดฮารูณ ซึ่งมีงานอาร์ตจัดแสดงร่วมกับวิถีชุมชนด้วย ไม่ว่าจะเป็น กวัดแกว่ง ที่นำของใช้อันมีเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนมาจัดแสดง เช่นเดียวกับ Travel Through Times ประตูทะลุมิติที่นำศิลปะมุสลิมมาผสมผสาน
 

O.P. Place
จากเจริญกรุง 36 เดินผ่านสถานทูตฝรั่งเศสมาเล็กน้อยจะเจอกับ O.P. Place และงาน Eyes On Me ที่สาดแสงลงบนตัวตึก ด้านในคืองาน 112 Red & Yellow Tubes หนึ่งในชุดการแสดงงานวัดของ Liam Morgan ซึ่งเคยจัดแสดงในเมืองโยโกฮามะ ประเทศญี่ปุ่น

โรงแรม Prince Theatre Heritage Stay
จากโรงหนังเก่าสู่โรงแรมสุดเก๋ ศิลปิน Splendour Solis Collective เลยเลือกใช้กระจกเข้ามาเชื่อมต่อระหว่างอดีตและปัจจุบันผ่านงาน California Dream ที่ใครผ่านแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหยิบอุปกรณ์ถ่ายรูปขึ้นมาเพื่อถ่ายกระจกสะท้อนกระจกที่ซับซ้อนแต่เก๋มาก เช่นเดียวกับงาน The Spectrum บริเวณประตูทางเข้าโรงแรมที่ใช้เทคนิคการฉายภาพยนตร์ในสมัยก่อนมาสร้างงานที่คนดูสามารถผสมแสงสีได้เองตามความสนุก

ส่วนด้านในโรงแรมจัดแสดงงาน The Crown Pavilion นำ Pixel Art มาเล่นกับฟอร์มของมงกุฎที่เป็นสัญลักษณ์ของโรงแรม ส่วนบนเวทีคืองาน Rhythm of Reflection นำการสะท้อนของแสงผ่านภาชนะเครื่องแก้วรูปทรงต่างๆ มาสร้างเป็นงานศิลปะชิ้นใหม่


สำหรับงาน “Awakening Bangkok” จัดแสดงตั้งแต่ค่ำคืนนี้ถึง 25 พฤศจิกายน 2561 ไฟสว่างตั้งแต่เวลา 18.00-23.00 น. ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่เข้าใจงาน เพราะแต่ละจุดมีสตาฟคอยนำชมและให้ข้อมูลตลอด แนะนำให้ใส่รองเท้าที่เดินสบายที่สุดมา เพราะถ้าจะเก็บแต้มให้ครบทุกจุดก็น่องตึงได้เหมือนกัน