×

ศิลปะและการดำรงชีวิตที่บ้าน Kettle’s Yard เมืองเคมบริดจ์

แจน อุรุพงศา | Writer | 22 December 2018



ในฐานะนักเรียนผู้ใช้ชีวิตกินอยู่อย่างประหยัดแต่หรูเลิศด้วยรสนิยมอย่างเรา การเสาะหาสถานที่ดีๆ ฟรีค่าเข้าจึงเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญของการดำรงชีวิตระหว่างที่เรียนที่เคมบริดจ์ โชคดีว่าเคมบริดจ์เป็นเมืองมหาวิทยาลัยจึงมีสถานที่มากมายไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี ห้องสมุด สวนสาธารณะ ที่เปิดให้นักเรียนเข้าได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ถ้ามีใครถามว่าในบรรดาของฟรีที่มีให้เลือกชอบไปที่ไหนที่สุด (ซึ่งก็ยังไม่เคยมีใครถามเลยต้องรีบชิงถามตัวเองก่อน) Kettle’s Yard คงเป็นหนึ่งในคำตอบอันดับต้นๆ...

Kettle’s Yard คืออะไร
มองจากภายนอก Kettle’s Yard ดูเหมือนแกลเลอรีทั่วๆ ไปที่ประกอบด้วยห้องจัดแสดงงานศิลปะ สถานที่จัดเวิร์กชอป ร้านขายของที่ระลึก และคาเฟ่ แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ และแสดงความคิดรวบยอดของความเป็น Kettle’s Yard ได้ดีที่สุดก็คือส่วนที่เป็น “บ้าน”

ความเป็นมาของบ้าน Kettle’s Yard มีอยู่ว่า ในปี 1956 อดีตภัณฑารักษ์และภรรยา Jim และ Helen Ede (ขออนุญาตเรียกสั้นๆ ในที่นี้ว่าคุณจิมและคุณเฮเลน) ได้ปรับปรุงกระท่อมเก่าสี่หลังที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ชาวเมืองในสมัยนั้นเรียกว่า “Kettle’s Yard” ให้เป็นบ้านพัก และเป็นที่มาของชื่อเรียกบ้านหลังนี้ คุณจิมและคุณเฮเลนตั้งใจเพียงว่าจะทำให้บ้านหลังนี้เป็นทั้งที่อยู่อาศัยและสถานที่ที่คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงงานศิลปะได้สบายๆ แบบไม่ต้องเข้าพิพิธภัณฑ์ เพราะคุณจิมเชื่อว่า “ศิลปะควรผสมผสานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ศิลปะควรเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกสบาย จับต้องได้ มิใช่แขวนไว้เชยชมเพียงบนฝาผนัง” คุณจิมจึงนำงานของศิลปินทั่วโลกที่ได้เก็บสะสมมาจัดวางผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์ วัสดุธรรมชาติ และของใช้ประจำวันในบ้านหลังนี้ ที่ทำให้ศิลปะเข้าไปอยู่ในทุกส่วนของบ้าน หรืออีกนัยหนึ่งคือ...เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

งานศิลปะที่จัดแสดงส่วนใหญ่เป็นผลงานของศิลปินที่คุณจิมเข้าไปผูกมิตรด้วยในช่วงเวลาที่คลุกคลีอยู่ในวงการศิลปะกว่า 50 ปี คุณจิมมักพูดถึงตัวเองเสมอๆ ในฐานะ “สหายของศิลปิน” (Friend of Artists) หนึ่งในศิลปินที่คุณจิมสนิทสนมและมีผลงานสะสมไว้กว่าร้อยชิ้นคือ Alfred Wallis จิตรกรชื่อดังชาวอังกฤษผู้มีความผูกพันกับทะเล ส่วนตัวเราชอบผลงานภาพท้องทะเลของศิลปินท่านนี้ที่นำเสนอในมุมมองที่แปลกตา สะท้อนความเป็นเด็ก และมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าสนใจ



นอกจากภาพวาดในบ้านยังมีงานประติมากรรมจัดแสดงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผลงานของประติมากรชาวฝรั่งเศส Henri Gaudier-Brzeska ที่มีให้เห็นในหลายๆ บริเวณของบ้าน หรือแม้กระทั่ง...พระพุทธรูป ด้วยความสงสัยถึงความเป็นมาของพระพุทธรูปองค์นี้จึงสอบถามเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ได้ความว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีต้นทางมาจากพระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี ประเทศไทยบ้านเกิดเมืองนอนของเรานี่เอง รีบบอกเจ้าหน้าที่แทบไม่ทันเลยว่า “Same same, me from Thailand!”



วัตถุและงานศิลปะแทบทุกชิ้นที่จัดวางให้ชมในปัจจุบันไม่แตกต่างจากเมื่อ 50-60 ปีก่อนสมัยที่คุณจิมยังอาศัยอยู่ ซึ่งในสมัยนั้นนักเรียนที่สนใจเข้าชมบ้านสามารถสั่นกระดิ่งที่แขวนด้านหน้าเพื่อเป็นสัญญาณให้เจ้าบ้านทราบ โดยคุณจิมจะเป็นผู้เปิดประตูต้อนรับและทำหน้าที่เป็นไกด์ส่วนตัวพาผู้มาเยือนชมพื้นที่ส่วนต่างๆ ในบ้าน จนถึงปี 1966 คุณจิมและภรรยาได้ย้ายออกจากเมืองเคมบริดจ์เพื่อไปใช้เวลาในบั้นปลายชีวิตที่เมืองเอดินบะระ (Edinburgh) บ้านเกิดของคุณเฮเลน ทั้งคู่จึงมอบบ้านหลังนี้ให้เป็นสมบัติของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เพื่อใช้เป็นแกลเลอรีและแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัย โดยในปี 2004 มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้ตัดสินใจทำการต่อขยายกระท่อม Kettle’s Yard ให้มีพื้นที่กว้างขวางขึ้น และ Jamie Fobert คือสถาปนิกที่รับงานออกแบบนี้ ส่วนต่อขยายนี้ใช้เวลาก่อสร้างถึง 14 ปี แต่ก็คุ้มค่าแก่การรอคอย และล่าสุดสำนักข่าว Guardian ได้ประกาศให้ Kettle’s Yard เป็น 1 ใน 10 สุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งปี 2018

แม้ว่าคุณจิมจะไม่ได้อยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว แต่แนวคิดและความเชื่อยังคงส่งผ่านมาถึง Kettle’s Yard ในปัจจุบัน ต้องชื่มชมมหาวิทยาลัยที่เก็บรักษาแนวคิดและบูรณะบ้านหลังนี้ให้ใกล้เคียงกับในสมัยที่คุณจิมยังอาศัยอยู่ รวมถึงยังคงธรรมเนียมของการสั่นกระดิ่งก่อนเข้าบ้านดังเช่นในสมัยที่คุณจิมพักอาศัยที่นี่ โดยก่อนที่ผู้เข้าชมจะเข้าบ้านทุกครั้งเจ้าหน้าที่แกลเลอรีจะพาผู้เข้าชมเดินจากบริเวณทางเข้าหลักมายังส่วนที่เป็นบ้าน จากนั้นจะสั่นกระดิ่งหน้าบ้านเพื่อเป็นสัญญาณให้ผู้นำชมอีกท่านซึ่งอยู่ภายในบ้านเปิดประตูออกมาต้อนรับเสมือนว่าเป็นเจ้าบ้าน (คุณจิม)

การเข้าชมบ้าน Kettle’s Yard ไม่เหมือนกับการเดินชมพิพิธภัณฑ์หรือแกลเลอรีทั่วๆ ไปเพราะที่นี่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมสามารถทำตัวประหนึ่งว่าอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้จริงๆ เก้าอี้และโซฟาทุกตัวสามารถนั่งนอนได้ตามอัธยาศัย (เว้นก็แต่บางชิ้นที่สูญเสียสภาพตามกาลเวลา ทางเจ้าหน้าที่ก็จะขอว่าให้ละเว้นจากการสัมผัส) ซึ่งทำให้เราสามารถซึมซับงานศิลปะจากมุมมองของทั้งผู้มาเยือนและผู้อยู่อาศัย

ในฐานะนักเรียนที่วันๆ ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องขนาดสามเสื่อ การได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่แวดล้อมด้วยศิลปะและได้ใช้ชีวิตเสมือนจริงในบ้าน Kettle’s Yard หลังนี้แม้เพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก็ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตได้จริงๆ อีกทั้งยังทำให้เราได้เข้าใจความหมายของการใช้ชีวิตร่วมกับศิลปะในแบบที่คุณจิมกล่าวไว้มากขึ้น

บ้านหลังนี้เปิดให้ทุกคนเข้าชมฟรีแต่จำกัดจำนวนผู้เข้าชม จึงขอแนะนำให้จองบัตรล่วงหน้าก่อนไปที่เว็บไซต์ www.kettlesyard.co.uk/house-tickets/ จะได้ไม่ต้องไปรอนาน ออกมาจาก “บ้าน” แล้วอย่าลืมแวะร้านขายของที่ระลึกของ Kettle’s Yard ซึ่งนำงานศิลปะที่จัดแสดงหลายๆ ชิ้นมาใส่ไว้บนของใช้ เช่น สมุด กระเป๋า จาน ชาม ดูสวยงามน่าใช้ หรือจะต่อด้วยการกินขนมที่คาเฟ่ก็เพลินดี รับรองว่าไม่ผิดหวัง

Kettle’s Yard
ที่ตั้ง: Castle Street, Cambridge, CB3 0AQ
เปิดบริการ: วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 12.00-17.00 น. 

***ขอบคุณภาพ: Kettle’s Yard

แจน อุรุพงศา

ชื่อเล่น แจน คือชื่อที่ครอบครัวตั้งให้ ด้วยเหตุผลไม่ซับซ้อนเพราะว่าเกิดเดือนมกราคม เพื่อนๆ เรียกแจนแจน เพราะชื่อซ้ำกับเพื่อนในห้อง ส่วนครูแจนแจนเป็นนามปากกาที่ใช้เวลาเขียนหนังสือเด็ก (ผลงานล่าสุดเป็นหนังสือนิทานเรื่อง "แมวที่ไม่เคยยิ้ม" หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปค่ะ) ที่เรียกตัวเองว่า "ครู" เพราะทำงานคลุกคลีอยู่ในวงการศึกษามากว่า 10 ปี ก่อนจะลาออกแล้วพลิกผันบทบาทมาเป็นนักเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ระหว่างเรียนถ้ามีว่างจากการเก็บข้อมูลวิจัยก็จะหนีเที่ยวต่างเมืองเก็บเกี่ยวความสุขอยู่เสมอๆ