×

มอสโก เมืองที่เที่ยวได้อย่างเสรีแม้จะเป็นแผ่นดินหลังม่านเหล็ก

วชิรา พงศ์พยัคฆ์ | writer | 24 December 2018

สำรวจ “มอสโก” กับ “ครูปาน-สมนึก คลังนอก” นักวาดภาพประกอบที่ทุกคนรู้จักเส้นสายของเขาเป็นอย่างดี ตั้งแต่พระราชวังเครมลิน ต่อด้วยโบสถ์ St. Basil ลงไปสำรวจงามของสถานีรถไฟใต้ดิน พิพิธภัณฑ์ Pushkin และจบท้ายด้วยพระราชวัง Wooden อันสวยงาม

“มอสโก” เที่ยวได้สนุกและเสรีมากจนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือเมืองเอกของประเทศหลังม่านเหล็ก

   
ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้มอสโกกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวมากขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ยิ่งช่วงมีมหกรรมฟุตบอลโลก 2018 เมืองนี้ก็ยิ่งฉายภาพที่ถูกปกปิดหลังม่านเหล็กมาให้คนทั้งโลกได้ตาโตกันพอควร โดยเฉพาะคนไทยที่เดินทางไปได้โดยไร้วีซ่าก็ยิ่งมีความอยากไปกันมากขึ้น ทัวร์รัสเซียก็ขายดี มีทั้งถูกและแพง พอๆ กับคนที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวเองอีกจำนวนมาก แล้วเอาเข้าจริง “รัสเซีย” โดยเฉพาะ “มอสโก” เที่ยวได้สนุกและเสรีมากจนแทบไม่น่าเชื่อว่านี่คือเมืองเอกของประเทศหลังม่านเหล็ก



การเที่ยวชมให้สนุกแบบเสรีเข้าถึงทุกส่วนของมอสโกแบบชัดๆ นั้นก็ไม่ยาก แค่อยากให้ใช้รถไฟใต้ดินที่มีถึง 194 สถานี​เป็นตัวช่วยในการเดินทาง นอกจากจะมีตั๋วราคาแสนถูกเริ่มต้น 1 เที่ยวเพียง 55 รูเบิล (ประมาณ 27 บาท) แล้วยังเป็นการเดินทางที่ได้อรรถรสในการเสพงานศิลปะแนวรัสเซียจากความงามของโถงชานชาลาสถานีฝีมือสถาปนิกชั้นยอดถึง 20 สถานี ซึ่งแนวคิดในการออกแบบ วัสดุก่อสร้าง-ตกแต่งก็จะแตกต่างกันออกไปแม้จะมีรากของการใช้ศิลปะแบบโรโคโคและอาร์ตเดโคมาผสมผสานกัน
 

 
แต่ด้วยความที่มีการก่อสร้างอย่างจริงจังในยุคโซเวียตทำให้สิ่งที่เห็นตรงหน้าดูมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ตัวรถไฟเองก็ดูน่าสนใจไม่น้อย เพราะแม้แต่งานออกแบบโฆษณาที่ใช้ตัวรถไฟเป็นสื่อก็ทำได้สวยน่าประทับใจ น่าถ่ายภาพเก็บไว้แทบทุกขบวน จนรู้สึกได้ว่าคนรัสเซียก็ยังคงมีความเป็นอาร์ทิสต์ที่เด่นไม่แพ้ชาติยุโรปอื่นๆ



โผล่จากสถานีรถไฟ Okhotny Ryad เดินตรงมาสบายๆ ที่กลางจัตุรัสแดงซึ่งติด 1 ใน 10 อันดับจัตุรัสใหญ่ของโลก พื้นที่ขนาด 23,100 ตารางเมตรของจัตุรัสแดงและเขตของพระราชวังเครมลินได้รับการรับรองให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมและเหตุการณ์สำคัญของโลก ด้วยความใหญ่โตโอฬารของพื้นที่ทำให้เวลาที่ไปยืนอยู่ ณ จุดกลางจัตุรัสแดงจะรู้สึกตัวเล็กไปถนัดใจ



แล้วถ้ามองให้ดีทัศนียภาพรายรอบนั้นก็สวยแปลกแตกต่างกันไป จุดแรกกับโบสถ์ St. Basil ที่มียอดโดมทรงหัวหอมในแบบของรัสเซียออร์ทอดอกซ์ก็สะดุดตาด้วยลวยลาย สีสันบาดใจ ที่ในใจคิดว่าสถาปนิกที่ออกแบบช่างกล้ามากที่ให้สียอดโดมสดใสแบบอมยิ้มกันเลย นั่นอาจมาจากการที่สถาปนิกปอสต์นิค ยาคอฟเลฟ (Postnik Yakovlev) ใช้ความคิดสร้างสรรค์แบบเสรีสุดๆ ตามโจทย์ที่พระเจ้าอีวานที่ 4 (Ivan the Terrible) ทรงสั่งให้สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานในการรบชนะเหนือกองทัพของมองโกลที่เมืองคาซาน (Kazan) แต่สุดท้ายจากความพอพระทัยมากของพระเจ้าอีวานที่ 4 กลับกลายเป็นการควักดวงตาทั้งสองของสถาปนิกเพื่อไม่ให้สร้างสิ่งที่สวยงามกว่านี้ได้อีก แม้จะงดงามปานใด ในยุคโซเวียตก็เคยมีคำสั่งให้ทุบทิ้งกันมาแล้วด้วยเหตุที่รกหูรกตาของผู้ครองอำนาจเช่นกัน





ส่วนด้านในภายใต้ยอดโดมหัวหอมทั้ง 8 และยอดที่ 9 ตรงกลางคือความงามของลวดลายพฤกษาที่วาดไว้บนผนังและภาพวาดเกี่ยวกับศาสนจักรที่มีอายุนับร้อยๆ ปีที่ยังคงสวยสดให้รู้ได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของอารามหลังนี้



จุดต่อมาคือภายในพระราชวังเครมลิน ที่แม้จะมีอาคารหอประชุมซึ่งสร้างขึ้นมาใหม่ในยุคโซเวียต ที่ทำให้การรับรองเป็นมรดกโลกต้องขีดเส้นเว้นวรรคอาคารนี้ แต่สิ่งก่อสร้างหลายอย่างรวมทั้งมหาวิหารต่างๆ นั้นก็มีอายุกว่า 800 ปี ซึ่งภายในของบางอาคารยังคงเป็นโครงไม้อยู่และได้รับการอนุรักษ์ไว้ได้อย่างสวยงาม





ห้าง GUM (กุม)​ เกิดขึ้นเนื่องมาจากรสนิยมวิไลของพระนางแคเทอรีนที่ 2 แห่งรัสเซีย ที่ทรงปรารถนาให้มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ยาวขนาบกำแพงพระราชวัง ให้เป็นที่ที่ชาวเมืองมาทำการค้าขายสินค้ากัน แต่หลังจากเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ใน ค.ศ. 1812 ห้างกุมก็ได้รับการปรับเปลี่ยนโฉมเป็นอย่างปัจจุบัน ผ่านร้อนหนาวมาสู่ยุคของการเป็นห้างมวลชนในสมัยบอลเชวิค แล้วก็ผกพันไปเป็นที่ทำการรัฐบาลในสมัยของประธานาธิบดีโจเซฟ สตาลิน (ผู้ที่อยากทุบโบสถ์ St. Basil) รวมทั้งใช้เป็นพื้นที่ให้ประชาชนมาแสดงความเคารพศพของภรรยาตนเอง แต่ด้วยความโดดเด่นของโครงสร้างและการออกแบบที่มีเอกลักษณ์เป็นอาคารเรือนแถวสองหลัง มีโถงกว้างตรงกลางเชื่อมกันด้วยโครงหลังคาโค้ง ห้องของร้านค้าซอยให้เห็นเรียงรายชัดเจน ห้างกุมก็ได้กลับมาเป็นห้างของมวลชนอีกครั้งในยุคโซเวียต และด้วยความที่ดูแลโดยรัฐบาลห้างนี้จึงมีสินคาอุปโภคบริโภคไม่เคยขาด ทำให้ช่วงที่ต้องเข้าคิวซื้อสินค้าที่นี่ก็มีคิวยาวไกลไปในพื้นที่จัตุรัสแดง มาถึงปัจจุบันแม้จะมีห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย แต่กุมก็ยังเป็นห้างที่ใครๆ ต้องมา อาจไม่ใช่การชอปสินค้าแบรนด์เนม แต่เป็นการมาชิมไอศกรีมรสอร่อยที่ตั้งรถเข็นขายอยู่รอบพื้นที่น้ำพุกลางห้าง





จากที่นี่ด้วยรถไฟใต้ดินสถานี Teatralnaya (สายสีเขียว) ที่อยู่ทางตอนเหนือของห้างใกล้วิหารคาซาน (Kazan Cathedral) ก็สามารถใช้เวลา 34 นาทีมาลงที่สถานี Kashirskaya (สายสีเขียว) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Wooden Palace หรือ Palace of Tsar Alexey Mikhailovich พระราชวังนี้อาจไม่ค่อยมีใครพูดถึงนัก เพราะหากมาด้วยรถยนต์แล้วอาจใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง (รัสเซียรถติดมาก) พระราชวังนี้โดดเด่นตรงที่สร้างขึ้นด้วยท่อนไม้โอ๊กทั้งหลัง ไม่มีการตอกตะปูหรือหมุดใดๆ (สภาพปัจจุบันคือหลังการปรับปรุงใน ค.ศ. 2010) ที่ด้านนอกเป็นการผสมผสานกันระหว่างอาคารไม้และยอดโดมทรงหัวหอม บางคนอาจมองว่าดูไม่เข้ากัน แต่ด้วยการวางสีและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ นี่จึงเป็นแบบเฉพาะตัวของรัสเซียที่โดดเด่นจริงๆ

 




 

ปัจจุบันนี้ได้แปรสภาพเป็นพิพิธภัณฑ์ ภายในยังคงมีการจัดแสดงเป็นห้องพัก ห้องรับรองใหม่ ทุกส่วนของอาคารที่ปรับปรุงนี้เป็นการลอกและศึกษาจากภาพวาดในสมัยของพระนางแคเทอรีน ซึ่งเหลือรอดจากการทิ้งร้างในยุคโซเวียต เมื่อก้าวเข้าภายในสิ่งแรกที่เห็นคือความอลังการของงานตกแต่งลวดลายที่ฉาบไปด้วยสีทองอร่าม แต่ละห้องเชื่อมต่อกันไปมาผ่านทางเชื่อมภายในอาคาร (มีทั้งหมด 270 ห้อง) การเดินชมที่นี่อาจเข้าใจยากสักนิดหากไม่มีไกด์ท้องถิ่นช่วยอธิบาย เพราะส่วนต่างๆ นั้นแทบไม่ค่อยมีข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษติดไว้ให้ศึกษา ซึ่งห้องที่ดูน่าประทับใจมากกว่าใครคือห้องจัดเลี้ยงที่ตกแต่งสวยงาม มีการจัดแสดงอาหารเลี้ยงพระราชทานไว้ให้ดู รวมทั้งมีวิดีโอจำลองเหตุการณ์ให้ได้ชม
 



แต่ที่เลื่องลือกันมากคือการจัดเลี้ยงนั้นจะเริ่มตั้งแต่เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน แขกผู้รับเชิญไม่สามารถขอตัวกลับก่อน หรืองดเว้นอาหารจานใดๆ ที่ส่งขึ้นให้รับประทานได้ หาไม่แล้วอาจถูกลงโทษได้ ส่วนที่ห้องทรงบัลลังก์ก็มีเรื่องราวน่าสนใจตรงที่หากเป็นราชทูตที่เดินทางมาเข้ามอบสาส์นตราตั้งต่อหน้าพระเจ้าซาร์นั้นจะต้องท่องข้อความสรรเสริญราชวงศ์ด้วยการกล่าวพระนามกษัตริย์ทุกพระองค์ตั้งแต่ต้นราชวงศ์ลงมา หากเกิดอาการท่องผิดพลาด พูดชื่อไม่ชัด ก็จะเป็นเหตุให้ท่านทูตนั้นต้องทิ้งชีวิตไว้ที่แผ่นดินนี้ทุกราย
 






จากสถานี Kashirskaya (สายสีเขียว) หากยังไม่เหนื่อยนักก็สามารถเดินทางสบายๆ มาชมภาพวาดแนว Impressionist ที่ Pushkin State Museum of Fine Arts โดยลงที่สถานี Kropotkinskaya (สายสีแดง) ใช้เวลาอิสระกับงานศิลปะส่วนตัว Private Collections ของสองนักสะสม I.A. Morozov and S.I. Shchukin ซึ่งภาพที่จัดแสดงนั้นถือว่าเป็นงานชิ้นเด่นๆ ของศิลปินดังอย่าง Picasso, Monet, Renoir, Cezanne, Van Gough, Degas ที่หลายๆ ภาพอาจเคยเห็นผ่านตาจากหนังสือรวมผลงานของศิลปิน แต่เมื่อวันนี้ได้มาเห็นตรงหน้าในแผ่นดินหลังม่านเหล็กก็สร้างความรู้สึกชื่นใจไปอีกแบบตามประสานคนชอบ Impressionist ที่ต่างจากความรู้สึกเวลาชมในปารีสหรืออัมสเตอร์ดัม
 





ด้วยการเดินทางโดยรถไฟใต้ดินมอสโกยังสามารถนำพาเราไปเที่ยวชมเมืองได้ในอีกหลายมุม อย่าง Danilovsky Market ตลาดผักผลไม้ที่มีอาหารอร่อยๆ ให้เลือกรับประทานพร้อมที่นั่งได้เลย ส่วนมากเป็นตลาดของคนรัสเซีย ไม่มีนักท่องเที่ยวเท่าไรนัก เพียงลงที่สถานี Tulskaya (สายสีเทา) หรือจะลงที่สถานีชุมทาง Kievskaya (สถานีสุดสวย) ไปชอปปิงที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ KOCMMK ซึ่งมีซูเปอร์มาร์เก็ตเปิด 24 ชั่วโมง อีกฝั่งมีอีกด้านเป็นตลาดดอกไม้สด แล้วไปยืนชมวิวแม่น้ำ Moskva บนสะพานทางเดินโครงเหล็กสุดเท่ที่ข้ามไปฝั่งอาคารราชการ สถานทูตต่างๆ แม้แต่การรับประทานอาหารในร้านดังอย่าง Café Puskin ที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมงก็แค่นั่งรถไฟไปที่สถานี Pushkinskaya (สายสีม่วง) หรือจะไปยัง Zaryady Park สวนสาธารณะใหญ่และใหม่ล่าสุดของมอสโกที่ให้ทัศนียภาพใหม่ของเมืองด้วยสะพานแก้วที่ยื่นเข้าไปในแม่น้ำ Moskva สวนพักผ่อน ร้านคาเฟ่ โรงภาพยนตร์สามมิติ และยังมีสถานที่เด่นๆ อีกมากที่น่าไปชม

ความเสรีในการท่องเที่ยวด้วยรถไฟใต้ดินนั้นถือเป็นข้อดีที่ทำให้เราได้เที่ยวเมืองในแต่ละที่ได้นานเต็มอิ่มมากกว่าใช้การเดินทางโดยรถยนต์ ที่อย่างน้อยจากจุดที่ห่างกันเพียง 5 กิโลเมตรในเมืองก็สามารถใช้เวลาเดินทางราวๆ 1 ชั่วโมงได้เลย เพราะการใช้รถยนต์ในมอสโกหนาแน่นมาก (เพราะผลิตน้ำมันเอง) รวมทั้งขนาดถนนก็เล็กไม่เพียงพอต่อการจราจร ทั้งเป็นการเดินทางที่ประหยัดอีกด้วย 

เที่ยวสะดวกเสรีในดินแดนหลังม่านเหล็กนี้อาจเป็นอีกประสบการณ์สนุกๆ ให้กับผู้ที่ชอบการเดินทางแบบไม่รวบตึงในทุกที่ ใช้เวลาสบายๆ ในแต่ละที่ ซึ่งสุดท้ายอาจทำให้รู้จักมอสโก รัสเซีย ที่มีประวัติศาสตร์และความเป็นมานับร้อยๆ ปีมากขึ้นกว่าที่คิด


ทุกวันนี้สายการบินไทยมีไฟลต์บินตรงไปมอสโกถี่มากๆ ดังนี้เลย

TG974 77E/BKK- DME   Monday / Wednesday / Thursday / Saturday   10.50-17.10 น.
TG975 77E/DME-BKK    Monday / Wednesday / Thursday / Saturday   18.40-07.30 น.

Operated by Boeing777-200ER
 

หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

www.thaiairways.com/th_TH/lifestyle_zone/Moscow.page? (ภาษาไทย)
www.thaiairways.com/en_TH/lifestyle_zone/Moscow.page? (ภาษาอังกฤษ)

...แล้วถ้าใครอยากไปด้วยกัน คอยติดตามข้อมูลนัดหมายการเดินทางได้ที่นี่เช่นกัน

ขอบคุณ: การบินไทย และ AML (by ATC AIR SERVICE)