×

ลัดเลาะเที่ยวในนิวไทเปซิตี

ปัญญา ลีลาสุนทรกุล | Features Editor | 10 January 2018

เมื่อพูดถึงไต้หวันขึ้นมา ใครๆ มักนึกถึงแต่เมืองยอดฮิตอย่างไทเป หรือไม่ก็เมืองจิ่วเฟิ่น ทั้งที่จริงแล้วไต้หวันยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้รู้จักมักจี่อีกเพียบ โดยเฉพาะ นิวไทเป ซิตี้ New Taipei City ที่เกิดจากการผนึกเมืองไทเปกับเมืองรอบๆ เข้าไว้ด้วยกัน จนเกิดเป็นโซนใหม่ที่เต็มไปด้วยจุดหมายน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

นี่จึงเป็นที่มาให้สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทยจัดทริปสุดเอกซ์คลูซีฟเพื่อพาเราไปสัมผัส New Taipei City จุดหมายใหม่ๆ กันแบบถึงเนื้อถึงตัว แต่ก็ไม่ลืมพาเรารู้จักไทเปที่เต็มไปด้วยสีสันและประสบการณ์แปลกใหม่ตลอดเวลา

การเดินทางเริ่มต้นเมื่อเราหย่อนตัวลงที่นั่ง Premium Economy Class ของสายการบินไต้หวัน EVA Air ที่มีจุดเด่นอยู่ตรงขนาดที่นั่งที่กว้างขึ้นและพื้นที่ให้เรายืดเท้าได้เต็มที่ เมื่อรวมเข้ากับบริการ อาหารแสนอร่อย และความสะอาดสะอ้านของเครื่องแล้ว บอกเลยว่าฟูลเซอร์วิซของที่นี่คุ้มค่าอยู่ไม่น้อย

ในทันทีที่เครื่องบินลงจอด ณ สนามบินเถาหยวน ไต้หวันก็ต้อนรับเราด้วยฝนโปรยปรายอันแสนชุ่มฉ่ำและเย็นจับใจ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะความเป็นหมู่เกาะมีทะเลล้อมรอบทุกด้านทำให้สภาพอากาศของไต้หวันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา บางวันถึงกับมี 4 ฤดูเลยก็มี ทางที่ดีควรพกร่มติดตัวเสมอ 
แม้อากาศไม่เป็นใจอยู่บ้าง แต่อาหารรสเลิศของไต้หวันไม่เคยทำให้ผิดหวัง โดยเฉพาะร้านเก่าแก่อย่าง Shin Yeh Taipei 101 ที่ตั้งอยู่บนชั้น 85 ของอาคารสูงชะลูดที่เคยรั้งตำแหน่งอาคารสูงที่สุดในโลก จุดเด่นของที่นี่อยู่ตรงการปรุงอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นทั่วประเทศและกรรมวิธีแบบไต้หวันดั้งเดิม ผสานกับวิวทิวทัศน์ของไทเปอันแสนสวยงามสุดพิเศษ นับเป็นความลงตัวสำหรับคนที่เยือนไทเปครั้งแรก หรือต่อให้มาหลายครั้งก็ยังตื่นตาตื่นใจกับอาหารและวิวตรงหน้าเหมือนกัน

หลังจากอิ่มหนำสำราญกันพอสมควรแล้ว เราไปต่อกันที่พิพิธภัณฑ์ National Palace Museum หรือพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติกู้กง ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กไม่ควรพลาดโดยเด็ดขาด เพราะอย่างที่หลายคนทราบกันอยู่แล้วว่า ที่นี่เก็บรวบรวมสมบัติพัสถานของราชวงศ์เอาไว้เกือบ 700,000 ชิ้น ซึ่งประกอบไปด้วยงานเซรามิก งานลงยา งานแกะสลัก โลหะวัตถุ ภาพวาด หยก เครื่องประดับ ตำราโบราณ เป็นต้น ด้วยจำนวนมากมายขนาดนี้จึงไม่แปลกใจที่พิพิธภัณฑ์จะมีความใหญ่โตโอฬารและมีห้องจัดแสดงมากมายหลายห้อง พูดได้ว่าจะดูให้หมดทั้งตึกคงต้องใช้เวลากันทั้งวัน

ไปถึงไทเปทั้งทีไม่ควรพลาด National Palace Museum หรือพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติกู้กง เพราะเก็บรวบรวมสมบัติพัสถานเก่าแก่ของราชวงศ์เอาไว้เกือบ 700,000 ชิ้น

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ขนาดนี้ก็ยังไม่พอที่จะจัดแสดงสมบัติทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ได้ทั้งหมด ทางการไต้หวันจึงสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งชาติขนาดใหญ่ที่เมืองเจียอี้ทางตอนใต้ของประเทศอีกแห่ง แว่วๆ ว่าเพิ่งสร้างเสร็จและเปิดให้คนเข้าชมไม่นานมานี้เอง เมื่อมีพื้นที่จัดแสดงมากขึ้นอีกเท่าตัว ทำให้สมบัติชิ้นสำคัญอย่างหยกผักกาดและหมูสามชั้นที่จักรพรรดิกวังซวี่ทำขึ้นเพื่อมอบให้นางสนมคนโปรดต้องหมุนเวียนจัดแสดงไปมาระหว่างสองพิพิธภัณฑ์ แต่โชคดีเหลือเกินที่จังหวะที่เราไปนั้นของล้ำค่าทั้งสองชิ้นหมุนกลับมาจัดแสดงที่นี่พอดิบพอดี เราจึงได้เห็นความล้ำค่าของสุดยอดงานฝีมือแกะสลักหยกของช่างโบราณชนิดเต็มสองลูกตาเลยทีเดียว

กู้กงไม่ได้ปล่อยให้เราอิ่มเอมไปกับประวัติศาสตร์และสมบัติอันงดงามเท่านั้น เพราะไม่ใกล้ไม่ไกลยังมีห้องอาหารไต้หวัน Silks Palace at National Palace Museum ให้ได้ลิ้มลองความอร่อยอีกด้วย งานนี้เราได้ลิ้มลองอาหารหลากหลายเมนู แต่ชอบที่สุดยกให้เมนูผักกาดราดด้วยซอสหอยเชลล์ ไม่ใช่แค่รสชาติกลมกล่อมลงตัว แต่เป็นวิธีการนำเสนอที่ล้อไปกับสมบัติล้ำค่าในกู้กง จนทึกทักเอาว่าเรากำลังกัดหยกแกะสลักเข้าปากอย่างไรอย่างนั้น 
 

แม้ความมืดเริ่มโรยตัวลงมา แต่ดูเหมือนว่าไทเปจะไม่ยอมหลับใหลเอาเสียเหลือ เห็นได้ชัดจากแสงสีสว่างไสวและผู้คนที่หลั่งไหลออกมาท่องเที่ยวยามราตรีมากมาย ทำให้รู้ว่าค่ำคืนของที่นี่มีสีสันไม่แพ้เมืองใหญ่ทั่วโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งบาร์หรือร้านรวงในโรงแรม W Taipei ก็เอากับเขาด้วย ทั้งแสงสีและเสียงเพลงที่มอบให้กับผู้มาพักแบบไม่อั้น ไหนจะเครื่องดื่มค็อกเทลรสเด็ดให้เลือกอีกหลายขนาน สมแล้วที่เป็นโรงแรมฮิปของคนรุ่นใหม่เหลือเกิน

นี่เป็นแค่น้ำจิ้มจากทริปทั้งหมดเท่านั้น คราวหน้าเราจะมาเล่าถึงการผจญภัยใน New Taipei City กันต่อ รับรองว่าสนุกไม่แพ้กัน 

ขอบคุณ: สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย และสายการบิน EVA Airways