×

จะไปกับแสงสี กับศิลป์ที่สวยๆ ยามดึกย่านกะดีจีนนน

สราลี อุรุพงศา | Editorial Manager | 18 January 2019


อ่านชื่อเรื่องด้วยทำนองเพลงผีเสื้อราตรีเรียบร้อยแล้ว เราก็อยากให้ทุกคนเลื่อนไปดูรูปและเรื่องเล่าด้านล่างเลยมากกว่า

แต่ในความเป็นกิจจะลักษณะเราต้องขอเกริ่นก่อนนิดหนึ่งว่า ความแฟนตาซีจากแสงสีที่กำลังจะเห็นต่อไปนี้เป็นความร่วมมือที่น่ารักของมูลนิธิประชาคมย่านกะดีจีน-คลองสาน ร่วมกับเครือข่าย บ.ว.ร. (บ้าน วัด โรงเรียน) และภาคีต่างๆ ของย่านเก่ากะดีจีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา จนทำให้เกิดงาน “เทศกาลศิลป์ในซอย ครั้งที่ 6 ตอน Eat In Soi” ที่มีแสง สี และงานศิลป์น่าตื่นตาตื่นใจควรค่าแก่การเที่ยวกลางคืนในช่วงนี้เป็นที่สุด

เทศกาลนี้ไม่ได้มีแค่แสง สี และงานศิลป์นะ แต่มีตลาดออกร้านของชุมชน มีฉายหนังสั้น มีเวิร์กชอป มีเต้นสวิง มีนิทรรศการภาพถ่าย และก็อื่นๆ อีกเพียบ แต่ไฮไลต์ที่เราบอกเลยว่า “ห้ามพลาด” ก็คือแสงสียามดึกของที่นี่นี่แหละ งานนี้มีจัดในระยะเวลาที่สั้นมาก แค่คืนนี้ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคมนี้เท่านั้น

เราจะพาทุกคนเดินไปดูแสง-สี-ศิลป์ 8 จุดที่เด็ดที่สุดในงาน (จาก 16 จุด) ทันทีที่อ่านคอนเทนต์นี้จบ โน้ตพิกัดที่ชอบ สะพายกล้อง แล้วเดินทางไปกะดีจีน-คลองสานคืนนี้เลย เวลาเหลือไม่เยอะแล้ว แสงสีรอผีเสื้อราตรีไปเยี่ยมอยู่นะ

 

1

พิยัคฆ์ดิลกรุ่งเรือง

ศิลปิน: PUCK ไตรภัค สุภวัฒนา

พิกัด: สี่แยกตาไว

ผลงานสีหวานของนักวาดภาพประกอบชื่อดังอย่าง PUCK ที่คราวนี้ไม่ได้ดุเดือดเสียดสีแบบที่เห็นผ่านตาในงานช่วงนี้ของเขา แต่ก็ยังใช้โทนสีจัดจ้านและคงลายเซ็นของตัวเองไว้ได้ แถมยังมีเทคนิคการใช้สีแดงสดวาดเป็นกรอบรอบเสือให้ภาพดูมีมิติอีกต่างหาก

“เราอยากป้องกันพื้นที่ดีๆ แห่งนี้เอาไว้ จากรูปคือเสือผู้พิทักษ์​ที่คุ้นตาตามบ้านชาวจีนเราอยากปรับให้ดูสดใส เป็นมิตร และเข้ากับชุมชนมากขึ้น โดยการเพิ่มดอกโบตั๋น ดอกไม้มงคลของชาวจีนที่เชื่อกันว่าจะนำพาความมั่งคั่ง โชคลาภ และความร่ำรวยมาให้ ในภาพเรายังล้อไปกับเรื่องราวของชุมชนโดยมีแมวกำลังกระโดดไปกับการปลิวของดอกโบตั๋น เพราะชุมชนแห่งนี้มีแมวเยอะ และแมวก็อาจมองได้ว่าเป็นเหมือนเสือน้อยๆ ที่คอยเฝ้าดูชุมชน ณ ศาลเจ้าพ่อเสือแห่งนี้” ภัคเล่าถึงผลงานของเขาที่เป็นแบ็กกราวนด์ของร้านผัดกะเพราตามสั่งสิบบาทได้อย่างน่ารักน่าชัง เพิ่มความนวลตาให้กับร้านสุดๆ

 

2

ความหวังยังมี

ศิลปิน: จารุต วงศ์คำจันทรา และทีม HOF ART

พิกัด: ร้านขายยาร้าง

ถัดมาอีกมุมหนึ่งของสี่แยกเราจะเจอร้านขายยาร้างที่ตอนนี้มีโคมไฟสีสวยเพิ่มความสว่างพอดิบพอดีระหว่างกลางร้านรถเข็น 2 ร้านที่อยู่หน้าร้านขายยา

คุณจารุต วงศ์คำจันทรา ศิลปินเจ้าของผลงานเล่าว่า สมัยก่อนร้านขายยาตรงนี้เป็นศูนย์กลางที่คนในชุมชนมาใช้บริการ (แต่ตอนนี้ถูกทิ้งให้ร้างแล้ว) เขาอยากเปิดประตูต้อนรับคนที่มาเดินเทศกาลด้วยหนึ่งใน 8 เซียนเทพเจ้าตามความเชื่อจีน ที่เป็นเทพเจ้าผู้เยียวยา สร้างขวัญและกำลังใจ เลยสร้างหุ่นโคมไฟเป็นรูปเทพและแถมด้วยหมูสีชมพูน่ารักยืนสีสวยส่องสว่างคู่กันซะเลย

 

3

FLORAMOON

ศิลปิน: ทีม L&E

พิกัด: อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ทางเข้าอุทยานเลยจ้า ธีมของงานแสงสีในอุทยานนี้คือดอกไม้ใต้แสงจันทร์ ทีมงานเลือกดอกนาร์ซิสซัส ดอกไม้ทรงโปรดของสมเด็จพระศรีครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า มาเล่าเรื่องราวลงบนพื้นที่ประวัติศาสตร์ นิวาสสถานเดิมครั้งทรงพระเยาว์ ณ ย่านคลองสาน

เราจะเห็นรูปทรงของดอกไม้แปลกตาที่อยู่ในร่มลอยฟ้า รายละเอียดยิบย่อยน่ารักๆ อย่างใส่กลีบดอกไม้ให้โคมไฟในอุทยาน เดินลึกเข้าไปจะเจอพระจันทร์ที่แอบซ่อนตัวอยู่ในสวน จากจุดนี้พอแหงนมองดูก็จะเจอพระจันทร์ตัวจริงบนฟ้าเป็น Inception ไปอีก ใกล้ๆ นั่นมีฉายแสงลงพื้นเป็นรูปดอกไม้เปลี่ยนสีไปมา และสายน้ำที่น่าลงไปนั่งถ่ายรูปเล่นด้วยสุดๆ บอกอย่างไม่อาย ทางเราและคณะหยุดถ่ายรูปในอุทยานนานมากจนลืมไปเลยว่ายังมีอีกหลายจุดที่ต้องไปเดินต่อ



4

Marmalade Sky

ศิลปิน: all (zone)

พิกัด: อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

เดินลึกเข้าไปด้านในสุดของอุทยานต้องบอกว่าอลังการสุดจัดปลัดบอก ปลัดลาออกก็ยังต้องบอกต่อว่าสุดจัด ทีมศิลปิน all (zone) ร่วมกับ Taiyo Tent ยกเอาผลงานจากผ้าที่ไม่ใช้แล้วเป็นโครงสร้างผ้าสีสันสดใสสุดตระการตา (ผลงานเคยจัดแสดงในเทศกาล Wonderfruit ที่ผ่านมา) มาล้อมศาลาในสวนให้มู้ดแอนด์โทนเป็นแบบ Marmalade Sky สวยอลังการแบบเปลี่ยนมุมยืนมองก็ได้ภาพที่เปลี่ยนไป

หนึ่งในศิลปินเล่าว่าเธออยากให้มันเป็นอุโมงค์ต้นไม้ ด้วยความที่ต้องติดตั้งผลงานให้กลมกลืนไปกับสถานที่ที่มีพื้นทีจำกัดทำให้ผลงานนี้ต้องตกท้องช้างไปบ้าง แต่เราก็ยังเห็นความตระการตาของ Marmalade Sky อยู่ดี เพราะผลงานนี้ยังลากยาวไปถึงทางเดินกว้างของสวน ทำให้เพิ่มจุดถ่ายรูปให้มีหลากหลายมุมเข้าไปอีก มองเผินๆ แล้วคิดถึง Stranger Things แต่มองอีกนิดก็คิดถึงสีท้องฟ้าของ La La Land คิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้จนทำให้เหมือนหลุดไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการของศิลปินไปแล้วจริงๆ

ความน่ารักของผลงานนี้คือความต้องการที่จะส่งเสริมและต่อยอดการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและสร้างสรรค์ ด้วยการสร้างที่สามารถเคลื่อนย้ายและนำกลับมาใช้ใหม่โดยไม่ทิ้งมลพิษไว้

 

5

พลิ้ว

ศิลปิน: ผศ.ดร.จรรยาพร สไตเลอร์ และ ESIC LAB

พิกัด: ทางเดินริมน้ำอุทยานสมเด็จย่า

ผลงานนี้ไม่ได้เป็นแค่ของตัวศิลปิน แต่ยังเป็นความร่วมมือของคนในชุมชนที่ช่วยกันหาและตัดถุงพลาสติกสีขาว จนศิลปินสามารถรวบรวมมาสร้างเป็นผลงานศิลปะแสงไฟจากถุงพลาสติกหลายพันใบที่สามารถ Interactive ได้ด้วยเซนเซอร์ที่ติดตั้งเข้าไปที่ผลงาน

วิธีการเล่นกับศิลปะแสงสีนี้คือการเอามือไปแตะที่ถุงพลาสติกพลิ้วๆ นั้น เราแตะปุ๊บ พลาสติกตรงนั้นจะเปลี่ยนสีปั๊บ เป็นความต้องการที่จะสื่อถึงกะดีจีน-คลองสาน ย่านเก่าแก่ฝั่งธนบุรีที่ผูกพันกับแม่น้ำลำคลอง เกิดวิถีชีวิตและวัฒนธรรม สภาพทางกายภาพและคุณภาพของแม่น้ำลำคลองในย่านนี้ต้องการการฟื้นฟูให้กลับมามีชีวิต และเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตเมืองอีกครั้ง

 

6

พิกัด: ร้านขายของชำที่สามแยกโรงเกลือ

*ไม่ได้เป็นหนึ่งในผลงานศิลปะแสงไฟ

ระหว่างที่เรากำลังเดินทางไปโกดังเกลือแหลมทองจะต้องเดินผ่านสามแยกนี้ เราสะดุดตากับไฟสีน้ำเงินที่ส่องแมวที่นอนบนเก้าอี้หน้าร้านขายของชำพอดิบพอดีอย่างกับจับวาง พอคุณป้าเจ้าของร้านเห็นเราก็เข้าไปทำอะไรกุกกักในร้านแป๊บหนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็มีแสงไฟดิสโก้โผล่มาตรงทางเดิน

“สวยไหมๆ น้องทีมงานเขาเอามาติดให้ แค่เสียบปลั๊กเอง นี่ๆ เดินมาดูสิ ไฟมันจะส่องไปที่ผนังด้วยนะ” คุณป้ากวักมือให้เราเดินย้อนกลับไปทางที่เราจากมา จนพบว่าทางที่เดินผ่านเมื่อกี้มันดิสโก้น่าออกสเต็ปขึ้นมาเฉยเลย เป็นแสงสีระหว่างทางเล็กน้อยที่น่ารักแต่ก็น่าถ่ายรูปไม่แพ้งานศิลปะชิ้นอื่นๆ เลย

อาจเพราะความน่ารักของป้าเจ้าของร้านด้วย ป้ายินดีที่จะนั่งยิ้มหวานในร้านให้ถ่ายรูป ยินดีที่จะเปลืองไฟร้านตัวเองเพื่อให้คนอื่นได้มีความสุขกับแสงสี เราว่าความน่ารักคือมิตรภาพระหว่างทางเดินที่น่าประทับใจ

 

7

ลมหายใจโรงเกลือ

ศิลปิน: จารุต วงศ์คำจันทรา และทีม HOF ART

พิกัด: โกดังเกลือแหลมทอง

“โรงเกลือไฟสวยมาก ไปดูสิ” เราได้ยินประโยคนี้อย่างน้อย 3 ครั้งจากคนในท้องที่ที่พยายามชี้ชวนเราให้ไปเดินโรงเกลือ และในที่สุดเราก็มาถึงโรงเกลือที่มีเสียงเล่าลือหนาหูว่าไฟสวย และก็พบว่าไม่ใช่แค่สวยแล้ว แต่ยังน่ารักน่าถ่ายรูปมากๆ อีกต่างหาก

พื้นที่ตรงนี้เป็นโซนแสงสีศิลปะที่เล่าเรื่องชุมชนโรงเกลือริมแม่น้ำเจ้าพระยา เราตื่นเต้นตั้งแต่ได้เห็นเส้นสีคล้ายกระโจมที่โดดเด่นด้วยแสงนีออน สอบถามดูศิลปินบอกว่านี่คือซิมโบลิกของเกลือที่เอามาทำเป็นผลงานเรืองแสงในรูปทรงเรขาคณิต

“บ้านหลังนั้นตรงที่ผมวางผลงานเกลืออายุ 150 ปีแล้วนะ ส่วนโกดังเกลือนี้เป็น 1 ใน 3 โรงเกลือตั้งแต่สมัยก่อน ปัจจุบันเขายังคงทำธุรกิจที่เกี่ยวกับเกลือ แต่ไม่ได้ผลิตเกลือแล้ว จริงๆ ผมไม่ใช่ศิลปินไฟ แต่ก็อยากทำ เราอยากสร้างงานที่คงความขลังของโรงเกลือเอาไว้ แล้วผมเห็นว่าเรือที่ผ่านไปมาริมน้ำนี่ก็ติดนีออนกัน เลยคิดว่าใช้นีออนมาดัดเป็นภาพสเกตช์ดรอว์อิงแสงไฟเป็นรูปทรงต่างๆ ที่เล่าเรื่องชุมชนดีกว่า มีทั้งคนแบกเกลือ มีปลา มีศาลเจ้า มีเรือสำเภา แล้วก็มีคนมาช่วยทำหุ่นโคมไฟให้เรียงรายอีกฟากหนึ่งด้วย” คุณจารุตศิลปินเจ้าของงานที่เพิ่งติดตั้งผลงานเสร็จยิ้มแย้มเล่าให้เราฟังถึงไอเดียของเขา



8

พราว

ศิลปิน: ผศ.ดร.จรรยาพร สไตเลอร์

พิกัด: โกดังเซ่งกี่

เมื่อเราเดินมาตามทางเดินริมแม่น้ำ เรื่องราวผลงานศิลปะแสงสีนี้ก็เล่าเรื่องของคนริมน้ำ

“เลือกใช้แสงสีน้ำเงินครามและสีโทนอุ่นๆ เพราะสมัยก่อนพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นแหล่งย้อมคราม เราเลยอยากเล่าการใช้พื้นที่กับวิถีคนในชุมชน แล้วแต่ก่อนด้านในนี้เป็นโกดังเก็บหนังวัว แต่ตอนนี้เป็นโกดังเก็บเครื่องเทศ เลยเลือกใช้อีกสีเป็นโทนร้อนๆ ให้ตัดกัน เป็นการสื่อว่าไม่ว่าวิถีชีวิตคนในชุมชนจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่แม่น้ำก็ยังคงอยู่ จิตวิญญาณก็ยังคงอยู่” ผศ.ดร.จรรยาพรผู้เพิ่งติดตั้งผลงานของตัวเองเสร็จเล่าให้เราฟัง สักพักก็มีเด็กแถวนั้นมาปีนป่ายเดินเล่นอยู่แถวผลงานของเธอ จากนั้นไม่นานก็มีวัยรุ่นในชุมชนขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านแล้วบอกว่าอยากเอามอเตอร์ไซค์ขึ้นไปถ่ายรูปด้วย

“เดี๋ยวทำทางลาดให้มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปให้นะ (หัวเราะ)” อาจารย์คุยกับวัยรุ่นบนมอเตอร์ไซค์คันนั้น ในตอนนั้นเองที่เราพบว่าศิลปะไม่ได้แค่ทำให้คนที่มาเยี่ยมเยือนที่นี่รู้จักกับย่านมากขึ้น แต่ยังเป็นตัวเชื่อมคนในชุมชนเข้ากับศิลปะ แสง และสีได้อย่างน่ามหัศจรรย์

เหนือสิ่งอื่นใด มิตรภาพของผู้คนในเทศกาลนี้ก็เป็นอีกตัวการสำคัญที่เชื่อมทุกคนและพื้นที่เข้าไว้ด้วยกันได้


:: ของแถม ::

จักรยานม้าแก้บน

ศิลปิน: อรรถพล สุดาวรรณศักดิ์

ระหว่างทางเราเจอจักรยานม้าเรนโบว์คันหนึ่งขี่ผ่าน สะดุดตาจนต้องเหลียวหลังกลับไปมองอีกรอบ เจ้าของจักรยานชะลอฝีเท้าและตะโกนคุยกับเราจนได้ความว่า ถ้าอยากถ่ายรูปเดี๋ยวตามไปศาลเจ้ากวนอูแล้วกันนะ

“เริ่มจากเราสร้างงานศิลปะที่สื่อถึงศรัทธาของผู้คนที่นำของมาถวายที่อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยเราไปขออนุญาตเอาของที่คนนำไปถวายจากอนุสาวรีย์เลย ทั้งขออนุญาตจริงจังและไหว้ขออนุญาต ผมทำจักรยานม้าแก้บนมาหลายเวอร์ชันแล้ว ตั้งแต่เอาพวงมาลัยดาวเรืองมาตกแต่งเป็นจักรยานม้า มีเอาผ้าเจ็ดสีมาทำด้วย ส่วนงานนี้เป็นการนำพวงมาลัยเจ็ดสีเจ็ดศอกมาขึ้นโครงเป็นม้า แต่ว่ามีแบบที่ซื้อเองด้วย เพราะต้องใช้พวงมาลัยใหม่ๆ หน่อย บางอันที่คนถวายจะเก่าไป พอทำเสร็จก็รู้สึกว่าเราอยากเอาพลังงานปั่นของเรามาใช้ให้เป็นประโยชน์ ก็เลยเลือกติดไฟที่ตาของม้า โดยตาจะมีแสงไฟออกมาทุกครั้งที่เราปั่นจักรยาน ผมใช้เวลาทำคันนี้ 2 เดือน ใครอยากขี่ ขี่ได้เลยนะครับ”

โอม-อรรถพล ศิลปินเจ้าของผลงานเชื้อเชิญทุกๆ คน ถ้าเธอเดินไปเดินมาแล้วเจอจักรยานม้าคันนี้ก็แวะทักทายขอขี่เล่นได้นะ คุณโอมไม่หวง แต่บอกก่อนเลยว่าตัวจักรยานหนักมาก หนักระดับที่ขาตั้งจักรยานก็ยันน้ำหนักไว้ไม่อยู่เลยละ

 


ข้อควรระวัง: พกสเปรย์กันยุงไว้ให้อุ่นใจ เพราะดึกๆ ย่านนี้ยุงค่อนข้างดุ (มาก)


เทศกาลศิลป์ในซอย ครั้งที่ 6 ตอน Eat In Soi จัดวันที่ 18-20 มกราคม 2562 เวลา 16.00-22.00 น. ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า ซอยสมเด็จพระเจ้าพระยา 3 เขตคลองสาน และพื้นที่โดยรอบ ชุมชนสวนสมเด็จย่า ตรอกดิลกจันทร์ และพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจากมัสยิดกูวติลอิสลาม ศาลเจ้ากวนอู โรงเกลือแหลมทอง จนถึงโกดังเซ่งกี่

 

ภาพโดย: ดลนภา รามอินทรา