×

คอสเพลย์เป็นยามเฝ้า “หมู่บ้านหิ่งห้อย” ที่ลำพูบางกระสอบ

สราลี อุรุพงศา | Editorial Manager | 13 February 2019



เล่าอย่างตรงไปตรงมา เรารู้จักโครงการนี้จากการลองค้นหาในเฟซบุ๊กไปเจอกลุ่มคนอนุรักษ์ที่ใช้ชื่อว่า “ลำพูบางกระสอบ”

เราเห็นประโยคสั้นๆ ใน about ของเพจเขียนไว้ว่า “ดูแลบ้านของหิ่งห้อย” แล้วก็ประทับใจที่ไม่ได้โปรโมตหรือมีถ้อยคำเชื้อเชิญประเภทมาชมหิ่งห้อยได้ หรือเขียนระบุค่าเข้าเยี่ยมชมใดๆ นั่นยิ่งทำให้เราสนใจในความไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์หรือขายของด้วยการเอาหิ่งห้อยมาเป็นจุดขาย

เอาจริงๆ ชื่อโครงการก็ไม่มีคำว่าหิ่งห้อยด้วยซ้ำ

เราตัดสินใจโทร.ไปสอบถามและนัดแนะเข้าเยี่ยมชม จนพี่สุกิจ พลับจ่าง แอดไลน์เข้ามา เรายิ้มกว้างเมื่อเห็นชื่อไลน์ของเขาที่เขียนว่า “ยามเฝ้าหิ่งห้อย”

เราว่ามันเป็นการอนุรักษ์ที่น่ารักแบบไม่ได้เคลมว่าตัวเองเป็นประธานกลุ่มหรือผู้ริเริ่มโครงการด้วยซ้ำ (ใช่แล้ว พี่สุกิจเป็นคนริเริ่มโครงการ) และเป็นการแต่งตั้งตำแหน่งให้ตัวเองที่บ่งบอกการให้ความสำคัญของลำพูบางกระสอบได้ดี

ยามเป็นอาชีพที่ดูแล ปกป้อง เฝ้าระวัง และอยู่ด้วยเสมอจนทำให้เกิดภาวะอุ่นใจ เราว่าหิ่งห้อยของที่นี่ก็น่าจะรู้สึกแบบนั้น ถ้ามันพูดได้

เมื่อพี่สุกิจเป็นยาม เราผู้มาเยือนก็จะขอเป็นยามชั่วคราวกับเขาด้วย ในเย็นย่ำไปจนถึงค่ำวันนั้นที่ “ลำพูบางกระสอบ”

 

ลานลำพู

พี่สุกิจพาเรามาตั้งต้นที่ลานลำพู เขาแนะนำให้รู้จักกับต้นลำพูยักษ์ใหญ่ที่เพิ่งได้รับรางวัล “รุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี” ปี 2561 (เป็น 1 ใน 63 ต้นไม้ทรงคุณค่าจากทั่วประเทศ)

“มีคนบอกว่าถ้าจะรู้อายุจริงๆ ต้องเจาะต้นลำพูไปดู เราบอก จะรู้ไปทำไม เพื่ออะไร รู้แค่คร่าวๆ ดูจากลำต้นว่าประมาณ 80-100 ปีก็พอไหม จะเจาะเขาไปทำไม” จังหวะที่พูดถึงต้นลำพูสูงใหญ่ต้นนี้ เรารู้สึกเหมือนกับว่าพี่สุกิจพาเรามาหาญาติผู้ใหญ่ที่เขารัก และนั่นทำให้เรารู้สึกเคารพไปด้วย ไม่ใช่แค่ต้นไม้นะ หมายถึงเคารพพี่สุกิจไปด้วยนั่นแหละ

พี่สุกิจเป็นคนบางกะเจ้าที่ไปทำงานมาหลายที่ จนพบว่าบ้านตัวเองนี่แหละหายใจสะดวกที่สุดแล้ว และเมื่อ 30 ปีที่แล้วเขาก็กลับมาอยู่บ้านเกิดตัวเอง พอสร้างบ้านก็มาเจอหิ่งห้อยที่ต้นลำพู

“เราหลงรักเลย ได้ดูหิ่งห้อยทุกวัน แต่ดูได้แค่ 2 ปี พอปีที่ 3 ปีที่ 4 หิ่งห้อยไม่กลับมา ก็เลยคิดแบบคนไม่มีความรู้ว่า เอ๊ะ ถ้าเราปลูกลำพูแล้วหิ่งห้อยน่าจะกลับมานะ ตอนนั้นก็รวมกลุ่มคนถ่ายรูปในเว็บ Multiply รู้จักมั้ย ตอนนี้ไม่มีแล้วนะ (หัวเราะ) เราก็ขอแรงมาช่วยกันปลูกต้นลำพู ตอนที่ทำเราก็ไปกำจัดวัชพืช แล้วก็พบว่าไม่ใช่เพราะต้นไม้แล้ว เพราะน้ำต่างหากที่อุดตันเน่าเสีย เราเลยพัฒนาน้ำจนดีเหมือนเดิม แล้วหิ่งห้อยก็กลับมา”

ตั้งแต่นั้นพี่สุกิจก็ได้รู้ว่าน้ำสำคัญที่สุด เขาเริ่มรวมกลุ่มก่อตั้งลำพูบางกระสอบเมื่อ 10 ปีที่แล้ว จนถึงทุกวันนี้เขาก็ได้เฝ้าดูหิ่งห้อยทุกคืนอย่างที่เขารัก แต่เพิ่มอาณาเขตจากหิ่งห้อยที่บ้านตัวเองมาเป็นหมู่บ้านหิ่งห้อยไซซ์ 1 ไร่เศษ

 

หมู่บ้านหิ่งห้อย

พี่สุกิจพาเราเข้าสู่หมู่บ้านหิ่งห้อย เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่จะมองเห็นหิ่งห้อยได้ยามค่ำ ตอนแรกพี่สุกิจก็นำอยู่ดีๆ นั่นแหละ สักพักนินจี้และกริซลี่ก็เดินนำเราลิ่วๆ อ้อ เรายังไม่บอกใช่ไหม นินจี้ (แม่ชื่อนินจา) และกริซลี่ (หมากริซลี่ ไม่ใช่หมีกริซลี่) เป็นหมาของพี่สุกิจที่จะบอกว่าเป็นไกด์อีก 2 ตัวก็คงไม่ผิด เพราะถึงจะให้ข้อมูลไม่ได้ แต่ทั้งสองตัวก็นำทางไปชมแบบรู้ด้วยว่าจุดไหนคือไฮไลต์ ทุกที่ที่หยุดคือจุดที่สวยมาก เหมือนทั้งสองตัวจะรู้ว่ามุมไหนถ่ายรูปแล้วสวย วิวเดี่ยวๆ ก็ว่าสวยแล้ว พอเอาตัว (หมา) เองไปแปะก็ยิ่งสวยแบบมีชีวิตชีวาเข้าไปใหญ่

“อากาศที่บางกะเจ้าจะหอบเอาออกซิเจนกลุ่มใหญ่ไป กทม. วันละ 6 ล้านตันเลยนะ เพราะฉะนั้นบางกะเจ้าถึงได้สำคัญมาก ผมถึงอยากให้ที่นี่มีน้ำที่ดี ตรงนี้นี่ที่โปรดของมันเลยละ” พี่สุกิจเล่าไปก็พาเราเดินไป จนกริซลี่ไปหยุดนอนอยู่ที่ท่าน้ำเล็กๆ นั่นแหละ พี่สุกิจก็หยุดตาม และประโยคสุดท้ายของเขาก็พูดถึงกริซลี่

ตรงนี้เป็นท่าน้ำเล็กที่มีเรือเล็กๆ ผูกอยู่ พี่สุกิจมีเรือไว้ใช้ดูแลริมน้ำ และทำกับดักขยะที่สร้างจากขวดน้ำพลาสติกจำนวนมากมามัดกันเป็นแพไว้กั้นขยะที่จะเข้ามาในเขตหมู่บ้าน

เพราะการดูแลอย่างดีพอๆ กับการปล่อยให้เป็นธรรมชาติ ทำให้ริมน้ำเล็กๆ นี้สวยแทบหยุดหายใจแม้ตอนเย็นๆ จนเราอดจินตนาการถึงตอนกลางคืนไม่ได้ว่าจะสวยระยิบระยับแค่ไหนถ้าแสงกะพริบของหิ่งห้อยสะท้อนกับน้ำในลำธารเล็กนี้

“ฤดูฝนหิ่งห้อยจะมาเยอะที่สุด ที่พื้นก็จะเป็นหนอนบนดินที่มีจุดเรืองแสง คือเรียกว่าเป็นดาวบนดินเลยละ” พี่สุกิจเล่าส่งเสริมจินตนาการเราเข้าไปอีก

 

เจ้าบ้าน

“หิ่งห้อยอายุสั้นแค่ 4 เดือนเอง ภารกิจสุดท้ายในชีวิตของมันคือหาคู่ จะหาคู่อยู่ 2 สัปดาห์ สักประมาณหนึ่งทุ่มมันจะเริ่มกะพริบแสงเพื่อจับคู่ ผสมพันธุ์ ผสมเสร็จก็ดับแสง วิธีของมันมหัศจรรย์มาก ตัวผู้จะกะพริบแสง แล้วตัวเมียจะกวาดตาหาตัวผู้ที่ถูกใจใช่เลย แล้วจะกะพริบแสงอ่อนๆ สวยๆ เป็นเรดาร์เฉพาะที่จะส่งไปบอกตัวผู้ตัวที่ตัวเองสนใจเท่านั้น ทีนี้ตัวผู้ที่ได้รับสัญญาณก็จะบินมาหาตัวเมีย” พี่สุกิจเล่าความลับของหิ่งห้อยตัวเมียที่มีรหัสลับในการส่งสัญญาณที่มหัศจรรย์ ก่อนเสริมว่ามีหิ่งห้อยตัวเมียบางพันธุ์ที่กินหิ่งห้อยตัวผู้ด้วยนะ ซึ่งมันก็จะส่งสัญญาณนี้แหละหลอกล่อให้ตัวผู้เข้ามา แล้วจับกินเป็นอาหารเสียเลย โห หิ่งห้อยรว้ายๆ ก็มีแฮะ

“ต้นลำพูจะมีรากอากาศโผล่มาเหนือน้ำเพื่อหายใจ ดักใบไม้ที่ตกลงมา พอตกลงมาทับถมกันจนมีแพลงตอน ทีนี้แพลงตอนเป็นอาหารของหอยฝาเดียว หอยฝาเดียวก็จะมาใต้ต้นลำพูกันเยอะ และหอยฝาเดียวนี่แหละเป็นอาหารของหิ่งห้อย” นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่พี่สุกิจต้องการรักษาระบบนิเวศที่นี่ให้เป็นไปตามธรรมชาติที่สุด จนถึงตอนนี้บางกะเจ้ามีหิ่งห้อยถึง 5 ชนิด และเพิ่งจัดงานวันหิ่งห้อยโลกเป็นปีแรกที่ตลาดบางน้ำผึ้ง

 

ยามหมู่บ้านหิ่งห้อย

ภารกิจของคนที่เรียกตัวเองว่ายามอย่างพี่สุกิจคือการรักษาบ้านของหิ่งห้อยให้ดีที่สุด เขาดูแลน้ำ เขาศึกษาเรื่องราวของหิ่งห้อยในทุกๆ วัน เขาให้ความรู้กับใครก็ตามที่สนใจ เขานับจำนวนสมาชิกหนอนหิ่งห้อยเดือนละครั้ง จนถึงวันนี้ก็ดูแลหมู่บ้านหิ่งห้อยมา 10 ปีเต็มแล้ว

“เราเคยลองผิดลองถูกมา เคยปลูกลำพูแน่นๆ สองฝั่งเพราะอยากเห็นอุโมงค์หิ่งห้อย คิดว่าต้องสวยแน่ๆ สรุปคือไม่เวิร์ก เพราะหิ่งห้อยชอบต้นไม้ที่เปิดโล่ง แล้วเราก็ได้รู้ว่าหิ่งห้อยไม่ได้เกาะแต่ต้นลำพูอย่างเดียวนะ ยอดมะพร้าวก็เกาะ สมมุติถ้าฝนตกหนักเขาก็จะอยู่แถวต้นไม้ที่ใบใหญ่ให้ช่วยบังฝน แต่แค่หิ่งห้อยส่วนมากจะเกาะต้นลำพู”

ถ้าเธอเห็นในรูป ที่ทางเดินสะพานไม้มีไม้ใบร่วงเต็มพื้นที่อย่างนี้ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีใครดูแลหรือปล่อยไว้รกๆ นะ แต่เป็นความตั้งใจของยามหมู่บ้านคนนี้เองที่จะไม่พัฒนาจนรุกล้ำบ้านของหิ่งห้อยเกินความจำเป็น ถ้าเป็นไปได้พี่สุกิจจะไม่กวาดใบไม้ เพราะอยากให้เป็นไปตามระบบนิเวศให้มากที่สุด และนั่นคือสิ่งสำคัญ น้ำที่ดี ระบบนิเวศที่ดีจะทำให้ลำพูบางกระสอบหรือหมู่บ้านหิ่งห้อยนี้ยังอยู่ต่อไป

 

ผู้มาเยือน

ด้วยเพราะความรัก หมู่บ้านหิ่งห้อยจึงเติบโตสวยงามมาได้เป็นสิบปี และถ้าใครอยากเข้า-ออกหมู่บ้านบ้างก็ต้องเคารพกฎกติกาด้วย ถ้าเธออยากมาเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติและชมหิ่งห้อยก็ต้องงดใช้โลชั่นกันยุงและสเปรย์กันยุง อาจารย์อัญชนา ท่านเจริญ นักกีฏวิทยาของไทยผู้ค้นพบหิ่งห้อยน้ำจืดชนิดใหม่ของโลกบอกกับพี่สุกิจว่ายากันยุงต่างๆ มีสารที่ไล่ทั้งยุง ไล่ทั้งแมลงต่างๆ รวมไปถึงหิ่งห้อยด้วย อย่างไรก็ตามเราในฐานะผู้มาเยือนแล้วเตือนไว้เลยว่ายุงที่นี่ค่อนข้างชุม เพราะฉะนั้นจะมาที่นี่ให้ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวมาดีที่สุด

“มีบางฤดูที่หิ่งห้อยลงมาเกาะต่ำๆ เคยมีกลุ่มคนประมาณ 15 คนมาเยี่ยมเรา เขาทาโลชั่นกันเต็มที่ตั้งแต่อยู่ในห้อง แล้วก็ออกเดินลอดซุ้มหิ่งห้อย ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นหิ่งห้อยกลุ่มนั้นหายไปครึ่งหนึ่งเลย อ้อ เคยมีกลุ่มหนึ่งที่เขาคุยกันแล้วจู่ๆ ก็หัวเราะพร้อมกัน เท่านั้นแหละหิ่งห้อยดับแสงพร้อมกันเลยเพราะตกใจเสียง” ใช่แล้ว การเข้ามาเยี่ยมชมที่นี่ด้วยความสงบและไม่ส่งเสียงดังก็เป็นกฎที่สำคัญมากๆ

นอกจากนั้นพี่สุกิจยังห้ามใช้ไฟฉาย ห้ามใช้แฟลชในการถ่ายรูป (แต่ถ่ายรูปได้นะ) เพราะแสงแปลกปลอมใดๆ ล้วนรบกวนสภาวะการจับคู่ผสมพันธุ์ของหิ่งห้อยทั้งนั้น อีกข้อห้ามสำคัญคือ ห้ามจับหิ่งห้อยโดยเด็ดขาด แล้วยังจำกัดให้ผู้เข้าชมเข้ามาแค่รอบละ 15 คนเท่านั้นด้วย

 

ความหวังของหมู่บ้าน

ถ้าจะบอกว่าความหวังของหมู่บ้านนี้คือยามก็คงไม่ผิด เพราะหิ่งห้อยไม่มีเสียงจะไปป่าวประกาศ ต้นลำพูก็ไม่ได้มีแรงจะดูแลแหล่งน้ำด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นกลุ่มคน “ลำพูบางกระสอบ” จึงจำเป็นสำหรับหมู่บ้านหิ่งห้อยนี้

“ผมรักหิ่งห้อยจนยอมรับนะว่าช่วงที่เขาจากไปเราเสียใจมาก อยากให้เขากลับมา อยากเห็นทุกคืน จนตอนนี้ผมฝันใหญ่กว่านั้นคืออยากเห็นที่นี่เป็นเกาะหิ่งห้อย ซึ่งทำได้นะ แต่บางกะเจ้าเรายังไม่ได้มีน้ำที่ดีในทุกที่ มันเลยยังยากอยู่ จริงๆ คือเราไม่ได้อยากได้คนเยอะๆ มาแค่เที่ยวเล่น ไม่อย่างนั้นผมเก็บเงินค่าเข้าตั้งแต่ 2 ปีแรกแล้ว เราไม่ได้อยากให้คนเยอะ แต่อยากได้หิ่งห้อยเยอะๆ อยากเห็นเขาอยู่กับคน และอยากเห็นคนอยู่กับความหลากหลายทางชีวภาพให้ได้”

นอกจากยามแล้วเราว่าพี่สุกิจเป็นครูที่ดีนะ หมายถึงอาจไม่ได้บรรจุเป็นครูตามหลักสูตร แต่ถ้าครูหมายถึงใครก็ตามที่ให้ความรู้และแรงบันดาลใจบางอย่างหรือหลายอย่างด้วยความจริงใจ พี่สุกิจก็คือคนนั้น

แม้เขาจะเรียกตัวเองว่าเป็นแค่ยามเฝ้าหิ่งห้อยก็ตาม

 

ลำพูบางกระสอบ

10/1 หมู่ 7 ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ 10130

เปิด 7.00-18.00 น.

***ถ้าจะมาชมหิ่งห้อยต้องติดต่อล่วงหน้าเท่านั้น โทร. 08-8940-5992 หรือ www.facebook.com/Lumpoo.Bangkrasorb/


แถม: กฎกติกาการเข้าหมู่บ้านหิ่งห้อย

  • แต่งกายมิดชิด
  • รักษาความสงบ ไม่ส่งเสียงดัง
  • งดใช้โลชั่นกันยุงและสเปรย์กันยุง
  • ไม่ใช้แฟลช ไม่ใช้ไฟฉาย
  • ห้ามสูบบุหรี่
  • ห้ามจับ ห้ามรบกวนหิ่งห้อย
  • ปฏิบัติตามผู้นำชมโดยเคร่งครัด


ถ่ายภาพ: ดลนภา รามอินทรา / peeepear