×

Don Don Donki ไลฟ์อินทองหล่อทั้งที มีอะไรดี อะไรราคาพอกับญี่ปุ่นบ้าง

สราลี อุรุพงศา | Editorial Manager | 21 February 2019

   

Don Don Donki มาไทยทั้งทีก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นของชาวไทยที่ไม่ว่าไปญี่ปุ่นกี่ครั้งก็ต้องไปแวะดองกิโฮเต้กันทุกทริป เพราะที่นี่มีทุกอย่างให้ซื้อแบบที่เดียวจบ

พอมาไทยปุ๊บก็แปลงร่างมาในชื่อ “ดอง ดอง ดองกิ” โดยเน้นความหลากหลายของสินค้าและการเป็น Discount Store เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือพยายามตั้งราคาให้ใกล้เคียงญี่ปุ่นให้ได้มากที่สุด

เอาเป็นว่าคำถามยอดฮิตอย่าง “ราคาพอๆ กับที่ญี่ปุ่นไหม” จะถูกเฉลยไปในคอนเทนต์นี้

ไล่กันไปทีละชั้นเลยนะ

 

ชั้น 1

สารพัดเนื้อสัตว์และอาหาร

สายซูชิปลาดิบต่างๆ มามุงกันตรงนี้ ซูชิแซลมอนขายเป็นแพ็กละ 10 ชิ้นแค่ 199 บาทมีอยู่จริงจ้า เราลองชิมซูชิแซลมอนย่างไฟแล้ว สด หอม นุ่มกำลังดีมากๆ สอบถามได้ความว่าซูชิทำจากข้าวฮอกไกโดอีกต่างหาก แถมพ่อครัวแม่ครัวก็ทำกันสดๆ ตรงนั้นนั่นแหละ ส่วนข้าวปั้นไส้ต่างๆ ก็ราคากำลังดี ก้อนละ 35 บาท อ้อ ที่นี่ยังมีเบนโตะขายด้วยนะ

ส่วนสายชาบูต้องกรีดร้องเพราะมีสารพัดเนื้อส่งตรงจากญี่ปุ่นเรียงตัวกันสวยงามพร้อมต้ม ราคาก็ไม่ได้โหดมาก เนื้อสำหรับย่างก็มี สะดวกระดับที่มีเนื้อวัวซากะหั่นชิ้นเต๋าพร้อมให้ไปทำสเต๊กกินเลยละ

 

ขนม

ที่โซนขนมมี “มุมราคาถูกจนน่าตกใจ” อยู่หลายป้ายเลย พวกของฝากต่างๆ อย่างถั่วพิสตาชิโอวาซาบิราคาแพ็กละ 339 บาทไม่ไกลจากที่ญี่ปุ่นมาก ขนมคารามูโจ้ยอดฮิตก็ลดราคาอยู่ แต่ในส่วนของนมและขนมแช่เย็นจำพวกพุดดิ้งต่างๆ นั้นค่อนข้างน่าผิดหวัง เพราะแลดูจะนำเข้ามาน้อยเหลือเกิน ไม่ได้ละลานตาจนหยิบอะไรไม่ถูกเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตที่ญี่ปุ่น (หรือกระทั่งมินิมาร์ตของญี่ปุ่น) โซนขนมถุงต่างๆ เลยดูจะเป็นดาวเด่นที่ร้านดอง ดอง ดองกิใส่ใจมากกว่า

ส่วนขนมคิทแคทราคาค่อนข้างแพงกว่าญี่ปุ่น (ที่ญี่ปุ่นขายแบบ 135 กรัมราคาประมาณ 300 เยน หรือราวๆ 85 บาท) ที่นี่ชาเขียวเข้มแพ็กละ 199 บาท ส่วนที่เป็นชาเขียว ดาร์กช็อกโกแลต และราสป์เบอร์รีราคา 159 บาท

 

ผัก

เป็นแค่ผักจะน่ารักน่าชังขนาดนี้ได้ยังไง เราตอบตัวเองได้ทันทีเลยว่าก็เพราะเป็นผักสัญชาติญี่ปุ่นที่มีการแนะนำตัวแบบญี่ปุ่นน่ะสิ

นอกจากหน้าตาผักจะสวยน่ากิน ใหญ่โตให้ตาลุกวาวแล้ว ความน่ารักของการเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นสไตล์ดอง ดอง ดองกิคือการเขียนป้ายมากมายทั้งแนะนำตัวเองและแนะนำเรา เราจะเจอป้ายแบ่งหมวดผักอยู่สูงที่ด้านบนของผัก (ถ้าไม่มองดีๆ จะไม่เห็น) อธิบายว่าโซนนี้เป็นผักกินง่ายนะ โซนนี้เป็นผักเหมาะกับการทำสตูหรือเอาไปผัดนะ อีกโซนกินแล้วจะชูกำลังแข็งแรงขึ้นมาทันทีเลย ทั้งหมดนี้ล้วนแปลเป็นไทยแล้วน่าเอ็นดูและอ่านง่ายสุดๆ ส่งเสริมให้ผักแต่ละชนิดมีคาแรกเตอร์น่าหยิบไปเสียหมด

เราได้เห็นกระเทียมญี่ปุ่นยักษ์ที่หน้าตาเหมือนต้นหอมอัปไซซ์ มีแผ่นป้ายแนะนำตัวเพิ่มด้วยว่ารสชาติหวาน และสามารถเอากระเทียมไปทำเมนูอะไรบ้างดี (จับคู่ 2 ต้น ราคา 99 บาท) เราเจอใบโอบะ (ตระกูลเดียวกับกะเพรา) ของญี่ปุ่นที่เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกในชีวิต (แพ็กละ 249 บาท หรือถ้าอยากลองชิมเขาก็มีขายแพ็กจิ๋วในราคา 29 บาท) และอีกสารพัดผักเปิดโลกพร้อมตัวอย่างเมนูให้เอาไปทำที่บ้านเสร็จสรรพ แถมยังมีผักแต่ละชนิดแบบหั่นหลายๆ ไซซ์วางขายให้ซื้อสะดวกอีก


ด้วยความที่ดองกิโฮเต้ในญี่ปุ่นที่ทุกคนเคยไปกันมาจะไม่เจอโซนผักผลไม้และอาหารต่างๆ เราเลยไม่สามารถเทียบราคาได้ แต่จากราคาที่เห็นก็จัดว่าไม่ถึงกับโหดมาก บางอย่างพอๆ กับผักผลไม้ออร์แกนิกบ้านเราเลย เพราะฉะนั้นโซนนี้เลยเหมาะกับชาวญี่ปุ่นที่อยู่ในไทยแล้วคิดถึงวัตถุดิบบ้านตัวเองสุดๆ แต่ถ้าคนไทยอยากทำเมนูอะไรพิเศษแบบญี่ปุ่นบ้างก็มาโซนนี้ รับรองได้ไอเดีย ได้ของกลับไปเยอะแน่ๆ

 

ผลไม้

ติดป้ายไว้เลยว่าที่นี่ขายผลไม้ตามฤดูกาล เพราะฉะนั้นรับรองว่าสดแน่ๆ พอเดินเข้าไปถึงก็ต้องผงะกับขนาดของแอปเปิลลูกแดงที่ใหญ่เท่าหน้าเรา! อ่านดูเขาบอกว่าเป็นแอปเปิลมุสึที่มีกลิ่นหอมอร่อย เราชอบที่โซนแอปเปิลแปะป้ายบอกอย่างละเอียด 3 ภาษา ญี่ปุ่น ไทย อังกฤษ แถมยังมีการให้ดาวตัวเองเรื่องความหวาน ความเปรี้ยว ความแข็งของเนื้อ เอาเป็นว่าไม่ต้องไปถามอะไรพนักงานเลยถ้าเธอตั้งใจและมีเวลาอ่านป้ายพอ เพราะแต่ละพันธุ์เขียนไว้ละเอียดมากๆ จนนึกสัมผัสและรสชาติออกเลย ส่วนราคาก็มีราคาเดียวเลย ไม่งง ลูกละ 59 บาท

ถัดไปไม่ไกลมีสตรอว์เบอร์รีลูกโตหน้าตาดีหลายเฉดสีขายเป็นแพ็ก ซึ่งก็เขียนละเอียดอีกนั่นแหละ แถมราคาก็ไม่โหดร้ายต่อใจเลยนะ อยู่ที่แพ็กละ 249 บาท

 

ชั้น 2

Party Time!

ไม่ใช่แค่สารพัดสิ่งของปาร์ตี้ แต่ถ้านึกไม่ออกว่าจะจัดปาร์ตี้ธีมอะไรดี มาที่โซนนี้ได้ไอเดียแน่นอนจ้า เพราะเขาขนมาหมดทั้งชุดคอสเพลย์ ตั้งแต่สลอท มาริโอ เพาเวอร์เรนเจอร์ นินจา ทหารสาว ยันชุดเมด ราคาเฉลี่ยประมาณชุดละ 999 บาท และยังมีวิกให้ซื้อใส่คู่กับชุดไปอีก 

ไม่ไกลกันคือหมวกคอสเพลย์สำหรับสวม มีสารพัดสัตว์ อาหาร สิ่งของที่เราอยากจะเป็นในราคา 499 บาท (บอกเลยว่าราคานี้พอๆ กับที่ญี่ปุ่นเลย ถ้าใครเคยตัดใจไม่ซื้อที่ญี่ปุ่นเพราะคิดเยอะ ไม่ต้องคิดเยอะแล้วนะคะ มาไทยในราคาพอกันแล้ว) โซนตรงนี้มีคนมามุงเยอะมาก เพราะเขาแปะป้ายให้ลองสวมถ่ายรูปได้ตามใจชอบ แถมยังมีเป็นสิบกว่าลายให้เลือก กว่าจะใส่เสร็จ ถ่ายรูป เปลี่ยนใหม่ รู้ตัวอีกทีอยู่ตรงนี้มา 10 นาทีแล้วจ้า

ไหนจะยังมีหน้ากากหัวม้าที่ราคา 399 บาท ราคาเท่าเสื้อยืดสามมิติอีก เสื้อยืดสามมิติคืออะไรน่ะเหรอ ก็คือเสื้อยืดที่พิมพ์เป็นลายหลอกตาเป็นชุดตำรวจบ้าง สูทบ้าง บิกินีบ้าง ชุดนักเรียนบ้าง แบบมีเสื้อตัวเดียวก็เหมือนได้แปลงร่างแล้ว และยังมีมาสก์ผ้าพิมพ์ลายเพี้ยนๆ เป็น 20 ลายให้ซื้อไปปิดทับมาสก์ที่ต้องใส่ในช่วงนี้อีก

เราเริ่มแน่ใจแล้วว่าดอง ดอง ดองกิมาไทยเพื่อจะพรากเวลาทั้งวันของคุณให้หมดไปในนี้แน่ๆ

 

เครื่องสำอาง สกินแคร์ ของใช้ต่างๆ

บอกตรงๆ ว่าไม่ค่อยตื่นเต้นกับโซนเครื่องสำอาง สกินแคร์แยกแบรนด์ของญี่ปุ่น เพราะมีแต่แบรนด์ที่มีขายอยู่แล้วในไทย แถมไม่ค่อยมีโปรโมชันอะไร แต่ก็ยังมีความตื่นเต้นอยู่บ้างที่แบรนด์ Kate ลดถึง 30% กันเลย (บางชิ้นนะ ไม่ใช่ทุกชิ้น) ใครที่คาดหวังเรื่องเครื่องสำอางก็คงต้องผิดหวัง เพราะค่อนข้างมีสินค้าน้อยกว่าดรักสโตร์ญี่ปุ่นอื่นๆ ในบ้านเราด้วยซ้ำ

ไฮไลต์ของชั้น 2 อยู่ที่กระบะเซลส์ที่ลดแบบเกินเรื่องเกินราวไปมาก เราจะเจอครีม เจล ครีมกันแดดจิ๋วในลายน้องริแลกคุมะที่เหมาะซื้อตุนไว้ใช้เวลาไปเที่ยวหรือเอาไปแจกเพื่อนสุดๆ และคุณคะ ราคาแค่ 20 บาทเท่านั้น ตัดภาพมาที่ชีตมาสก์แพ็ก 30 แผ่นของ Quality 1st นี่ก็คุ้มสุดๆ ขายเป็นแพ็กเท่าบ้านให้มาสก์ไปได้หลายเดือนในราคา 499 บาท

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือโซนครีมกันแดดที่ Biore และ Anessa แข่งกันลดราคาอยู่ แต่ที่แนะนำจริงๆ ก็คือมาสก์กัน PM 2.5 เพราะราคาดี แพงกว่าญี่ปุ่นไม่มาก 7 อันราคา 99 บาทเท่านั้น และนี่ก็ราคาเต็มด้วยนะ ไม่ได้ลด เพราะฉะนั้นมาตุนกันไว้ได้เลย


Don Don Donki

ชั้น 1-2 ศูนย์การค้า Donki Mall Thonglor

107 ถ.สุขุมวิท 63 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ (ซ.ทองหล่อ 10 หรือเอกมัย 5)

เปิด 24 ชั่วโมง

เริ่มเปิดให้บริการวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562