×

นครปฐมทริป: ตะลุยสวนตะลอนฟาร์มออร์แกนิกของคนไกลที่ใส่ใจกัน (with Greenery)

สราลี อุรุพงศา | Editorial Manager | 05 March 2019


 

ตอนที่ Greenery (กลุ่มคนที่สร้างเว็บไซต์และเครือข่ายเพื่อให้ผู้คนใส่ใจอาหารปลอดภัยและสุขภาพที่ดี) ชวนเที่ยว เขาบอกว่า “Greenery Trip 01 ตอนผจญภัยในสวนอินทรีย์” เป็นทริปแรกของเขาที่ชวนคนอ่านมาเที่ยวด้วยกัน เราที่ให้ค่ากับการปลูกผักและผลไม้ออร์แกนิกอยู่แล้วเลยยิ่งยิ้มกว้างให้กับชื่อตอน ก็การปลูกทุกสิ่งอย่างให้เป็นออร์แกนิกน่ะใช่เรื่องง่ายเสียที่ไหน

เมื่อเขาใส่ใจลงไป เราก็จะให้ค่าให้ใจตอบแทนเขาไปได้ไม่ยาก และตอนนี้เราตื่นเต้นเต็มที่แล้วเพราะกำลังจะได้ไปเจอกับคนที่ใส่ใจกันที่อยู่ใกล้แค่นครปฐม

เกริ่นสารบัญให้เห็นภาพก่อนว่าเราจะไปตามหาผักผลไม้ออร์แกนิกที่ไหนในนครปฐมบ้าง

1. Patom Organic Farm ที่มีนาบัวหลวงกำลังบานด้วย

2. ตลาดสุขใจ ที่มีตะกร้าและน้ำเย็นๆ ต้อนรับ

3. สวนมะพร้าวลุงวิทยา ที่รกที่สุดในโลกใบนี้ (แต่อร่อยเสียจนอยากปลูกบ้านอยู่ใกล้ๆ สวนของลุง)

 

เช้าตรู่กับเบอร์เกอร์ข้าวเหนียวไก่ย่าง

ทริปนี้เริ่มต้นในเช้าวันอาทิตย์ สมาชิกทริป 20 คนได้รับอาหารเช้ากันคนละ 1 ห่อใบตอง แกะดูด้านในก็เจอเบอร์เกอร์ข้าวเหนียวไก่ย่างซอสญี่ปุ่น ที่ด้านในซ่อนมะเขือเทศ ผักกรอบๆ รวมไปถึงใบโหระพาเอาไว้ และแน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นออร์แกนิก เป็นการเริ่มต้นทริปที่หอมมากๆ หวานนิดๆ เค็มหน่อยๆ แต่กำลังดีมากๆ เลยละ



แล้วพอได้รับแผ่นพับแนะนำทริปวันนี้ที่เป็นลายมือและลายเส้นกระจุกกระจิกน่ารักก็สัมผัสได้ถึงความใส่ใจมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

เก็บผักเก็บไข่ไปทำอาหารใน Patom Organic Farm

รถตู้ของเราแลนด์ที่โรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์ ตรงหน้ามีแม่น้ำนครชัยศรี (ซึ่งก็คือแม่น้ำท่าจีนที่แยกออกมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา แต่พอผ่านนครปฐมคนที่นี่ก็เรียกว่าแม่น้ำนครชัยศรี) กับผักตบชวาที่ไหลเป็นแพไปเรื่อยๆ รอเราให้ข้ามฟากอยู่

พอข้ามไปถึงฟาร์มปุ๊บก็มีนาบัวหลวงต้อนรับอยู่แอบๆ (แบบที่ถ้าไม่สังเกตและแอบถามเจ้าหน้าที่จะไม่เห็น) ข้างๆ กันมีบ่อพักน้ำที่มีผักตบชวาเต็มบ่อ สอบถามดูเจ้าหน้าที่บอกว่าผักตบชวาน่ะดีมากตรงที่มีรากที่ดูดสารเคมีได้ พอพักไว้บ่อนี้เสร็จก็จะถูกดูดเอามาพักไว้อีกที่นาบัวหลวงต่อ และน้ำตรงนี้นี่แหละที่ถูกแบ่งแจกจ่ายไปยังร่องน้ำทั่วฟาร์มเพื่อใช้ปลูกผักผลไม้

เราพอจะเห็นภาพฟาร์มในหัวประมาณหนึ่งแล้ว

ภารกิจที่ได้รับเดี๋ยวนั้นคือการแบ่งกลุ่มไปเก็บผัก เก็บไข่เป็ด เพื่อทำอาหารกลางวันกินเอง เราได้รับตะกร้าใบโต 1 ใบ จากนั้นก็ตามหาผักผลไม้ที่จะมาประกอบเป็นเมนูมื้อนี้ของเราได้เลย

เราเก็บใบกะเพรา ตำลึง กวางตุ้ง ผักกาดเขียว ถั่วฟักยาวบวมกรอบ มะเขือเทศ มะเขือม่วง ผักชี พริก กระเทียม และอีกสารพัด รวมไปถึงชิมความเปรี้ยวที่สดชื่นของตะลิงปลิงที่เด็ดจากต้น และชิมกลีบดอกชมพู่มะเหมี่ยวที่เฝื่อนนิดๆ เปรี้ยวหน่อยๆ ที่เพิ่งรู้ว่ากินได้ก็วันนี้ จังหวะนี้สงสารทีมงานมาก เพราะกลุ่มเรานั้น “คนกรุงฯ เข้าสวนสไตล์” สุดๆ อยู่ค่อนข้างรั้งท้ายชาวบ้านจากการอยากกินอยากชิมอยากโน่นอยากนี่เต็มไปหมด

อ้อ ไม่ใช่แค่วัตถุดิบนะ เราเก็บใบตอง ใบบัว และดอกไม้กินได้มาไว้แต่งตัวแต่งจานอาหารด้วย เพราะเป็นเครื่องประดับเสริมความมั่นใจว่าจานเราจะสวยแน่ๆ แม้รสชาติจะเป็นอย่างไรก็ตาม แฮ่

เราอยู่ที่นี่กันพักใหญ่ นอกจากทำ (อาหาร) เองกินเองแล้วก็ได้ลองหมักไข่เป็ดเค็มจนมือเลอะโคลน ได้ย้ายต้นอ่อนพริกขี้หนูสวนลงเปลือกไข่เอากลับไปปลูกเองที่บ้านอีกต่างหาก

Patom Organic Farm (ในโรงแรมสามพรานริเวอร์ไซด์)
กม.32 ถ.เพชรเกษม อ.สามพราน จ.นครปฐม
มีกิจกรรมทุกวันเสาร์-อาทิตย์ จำนวน 3 รอบ (10.00 / 14.00 / 16.00 น.) ค่าใช้จ่าย 400 บาทต่อคน
โทร. 08-1359-5976


 

ตลาดสุขใจในวัย 8 ปี

“ตลาดมี 77 ร้าน มาจากเกษตรกร 13 กลุ่ม ทั้งหมด 170 ครอบครัวที่อยู่นครปฐมทั้งหมด เพราะเราต้องไปตรวจและให้ความรู้อย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน ถ้าอยู่ไกลเราก็จะไปตรวจสอบแปลงเขาไม่ได้ ตลาดเปิดมา 8 ปีกว่าแล้วครับ ขายดีมากๆ จนเคยสุ่มตรวจเจอว่ามีบางคนเอาผักที่ไม่ออร์แกนิกมาขายปน จากนั้นเราออกกฎชัดเจนเลยว่าร้านไหนทำผิดเราจะปลดออกทั้งกลุ่มเลย” หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของกลุ่มโครงการสามพรานโมเดล (กลุ่มที่ก่อตั้งตลาดนี้) เล่าให้ฟังถึงตลาดสุขใจที่เรากำลังจะไป ตลาดที่มีสโลแกนว่า ศูนย์รวมสินค้าเกษตรอินทรีย์และอาหารปลอดภัย ส่งความสุขใจจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภค นั่นแหละ

 

ผักอยากรู้อยากเห็น



สิ่งที่น่าสนใจของตลาดนี้ไม่ใช่แค่ความออร์แกนิกที่เกษตรกรตัวจริงแปลงร่างเป็นแม่ค้าพ่อค้าเพื่อเปิดแผงขายของที่ตัวเองปลูกมากับมือ แต่เป็นความจริงจังที่น่ารักที่ตลาดรณรงค์ให้ทุกคนที่มาเดินพกถุงผ้าและตะกร้าของตัวเองมา มีตู้น้ำให้กดน้ำกินฟรีหรือกรอกใส่กระติกที่พกมาก็ได้ เดินไปสักพักมีเสียงตามสายเล่าโปรโมชันของร้านรวงในนี้ และเชิญชวนให้มาหยิบยืมตะกร้าที่ตลาดเตรียมไว้ให้ได้

เรายิ้มที่ได้ยินประโยคนี้และคิดว่านี่มันซูเปอร์มาร์เก็ตผักผลไม้ออร์แกนิกที่เต็มไปด้วยตะกร้าสาน (แทนตะกร้าพลาสติก) ที่ถูกหิ้วไปมา สบายตาชะมัด และไม่ว่าเดินไปซื้อร้านไหน แพ็กเกจจิ้งที่ห่อผักผลไม้ให้เราล้วนแล้วแต่น่ารักและหาง่ายตามสวน (ของเกษตรกร) ทั้งนั้น เราซื้อผักบุ้ง แม่ค้าก็เอาใบตองพันเป็นกระบอกให้แถมยังผูกให้หิ้วง่ายๆ เราซื้อผักกาดเขียว แม่ขายก็รวบผักใส่ถุงกระดาษสีน้ำตาลให้ ตอนที่เห็นใบของผักโผล่ออกมาเหมือนผักอยากรู้อยากเห็นนั้น จู่ๆ ก็รู้สึกว่าผักน่าเอ็นดูขึ้นมาเฉยเลย

 

ไม่เหมือนกันสักร้าน

ไม่ใช่แค่เป็นตลาดออร์แกนิกที่มีคอนเซปต์ดี แต่ที่นี่เขาวางแผนมาดีจนเราสังเกตได้ว่าพ่อค้าแม่ค้าในชุดม่อฮ่อมทุกร้านขายของแทบไม่เหมือนกันสักร้าน

“เราไปช่วยอบรมและวางแผนให้เกษตรกรแต่ละบ้านว่ากลุ่มไหนปลูกอะไร เหมาะกับอะไร ใน 3 เดือน 6 เดือนนี้เราอยากได้ผักอะไร แล้วก็มอบหมายให้ต่างคนต่างไปปลูก ถ้าปลูกอย่างเดียวกันหมดก็ขายไม่ได้ มันไม่หลากหลาย และก็จะเหมือนๆ กันไปหมด” เจ้าหน้าที่คนเดิมเล่าก่อนที่เราจะเดินไปหาร้านที่ชื่อยาวๆ ว่า “เกษตรทฤษฎีใหม่หัวใจอินทรีย์” คุณยายเจ้าของร้านแนะนำว่าลองซื้อผักบุ้งอ่อนไปกินมั้ย อร่อยนะ เราสนใจผักของคุณยายที่มัดด้วยใบตองให้เรียบร้อยพร้อมขายเป็นกำจนยืนคุยกับคุณยายไปสักพักใหญ่

“แต่ก่อนยายก็ปลูกผักเคมีนี่แหละ แต่ลูกบอกว่าให้ลองปลูกอินทรีย์ดู ตอนแรกเครียดมาก ปรับหน้าดิน 2 ปี ผลผลิตไม่ได้เหมือนเคมี จะไปเร่งก็ไม่ได้ จนนานวันก็ดีขึ้น มันยั่งยืน เวลาขายเราสามารถกำหนดราคาเองได้ อย่างผักบุ้งอ่อนปลูกยากหน่อยเราก็คิดแพงหน่อย จิงจูฉ่ายยายขาย 20 บาท หนูซื้อไปได้เลย ดีๆ ทั้งนั้น มีเจ้าหน้าที่มาตรวจละเอียดทุกเดือน ปลอดภัยแน่ๆ” ด้วยความจริงจังจริงใจของคุณยายทำให้เราซื้อจิงจูฉ่ายไป 1 กำก่อนที่จะบอกลาคุณยาย

ตอนเดินออกมาพร้อมของพะรุงพะรังก็ได้แต่คิดถึงคำพูดของคุณยายวนไปวนมา จนรู้สึกว่าลูกหลานคนรุ่นใหม่ กับคุณยายคุณตารุ่นเก่าน่ะ เวลาผนึกกำลังกันแล้วแข็งแกร่งสุดๆ เลยนะ

ตลาดสุขใจ
21 หมู่ 2 ถ.เพชรเกษม อ.สามพราน จ.นครปฐม
เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.00-16.00 น.
โทร. 0-3422-5203

 

เปิดโลกสวนมะพร้าวที่รกที่สุดที่เคยเจอมา

เราเดินเข้ามาในร่องสวนร่องหนึ่งของสวนมะพร้าวลุงวิทยา ถ้าคุณลุงวิทยา เลี้ยงรักษา เจ้าของสวนไม่เดินนำเราก็แทบไม่เห็นทางเลยว่าจะเข้าสวนของคุณลุงได้ยังไง เพราะคุณลุงไม่ได้มีป้ายสวน ไม่ได้มีทางเข้า มีแต่ร่องน้ำสลับกับต้นมะพร้าวเรียงรายสุดลูกหูลูกตาเต็มไปหมด และก็เต็มไปด้วยกะลามะพร้าวและใบมะพร้าวเต็มพื้นไปหมดจนไม่เห็นทางเดิน

“พอเอาเศษใบไม้ เศษอาหาร เอากะลามะพร้าวมาสุม นี่คืออาหารชั้นดีของมะพร้าวเลยนะ ต้นมะพร้าวมีรากฝอยงอกขึ้นมาจากดิน พอเอามาสุมที่โคนต้น ต้นก็จะได้กินโดยตรง ระบบนิเวศในนี้ก็จะดีมากๆ ต้นมะพร้าวเราจะแข็งแรงเลย ก็เหมือนคนนั่นแหละ พอแข็งแรงก็จะมีภูมิต้านทานที่ดีต่อศัตรูพืชทั้งหลาย พอเข้าสู่ปีที่ 8 มันเหมือนปรมาณูเลย พอระเบิดปุ๊บ จุลินทรีย์ในดินขยายเติบโตเต็มพื้นที่ คายพลังงานมามหาศาลให้พืชดูดไปใช้” คุณลุงวัย 58 ปีที่ผูกเชือกกับตัวเองอยู่ในท่าพร้อมปีนขึ้นต้นมะพร้าวเล่าให้เราฟัง

คุณลุงปีนไปเก็บมะพร้าวให้เรา จังหวะที่ตัดมะพร้าวทั้งยวงมาให้ก็ตัดใบทิ้งให้ลงมากองสุมทับๆ กันไว้ที่โคนต้นด้วยในคราวเดียว คุณลุงบอกว่าถ้ามาเดือนสองเดือนหน้ากะลามะพร้าวก็หายไปแล้วนะ ย่อยไปหมดแล้ว แต่ก็นั่นแหละ กะลาและใบล็อตใหม่ก็จะมาสุมทับจนไม่เห็นอยู่ดีแหละนะ เหมือนคุณลุงจะรู้ว่าเราคิดอะไรอยู่ จู่ๆ แกก็เอามือขุดให้ดูเลยว่าความร่วนของสรรพสิ่งที่ย่อยสลายไปนั้นเหมือนปุ๋ยชั้นดีมากแค่ไหน

คุณลุงปอกลูกมะพร้าวให้ซดน้ำกินเนื้อมะพร้าวกันสดๆ (ทีมงานพกช้อนสเตนเลสมาให้ใช้คว้านเนื้อกินกันด้วย) และเราก็พบว่ามะพร้าวสวนคุณลุงไม่เหมือนที่ไหน ทั้งหวานแบบไม่บาดคอ นุ่มละมุน และหอมแบบใสๆ เหมือนกับซดไปแล้วมีลมอ่อนๆ พัดมา (ทั้งๆ ที่ตรงนั้นไม่ได้มีลม) อย่างไรอย่างนั้น “มะพร้าวที่สวนนี่เป็นน้ำหอมผสมกับน้ำหวาน ที่เราพัฒนาเอาเอง” คุณลุงว่าอย่างนั้น และแน่นอนว่าพอกินหมดคุณลุงก็ให้วางลูกมะพร้าวไว้ที่โคนต้นนั่นแหละ

นี่เป็นการเปิดประสบการณ์การกินมะพร้าวจากต้นโดยแท้จริงแบบยืนกินที่โคนต้นมะพร้าวเลยนะ มากไปกว่านั้นคือได้กินน้ำและเนื้อมะพร้าวแบบไม่ได้สร้างขยะใดๆ แถมยังรู้สึกดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการวางเชื้อเพลิงอย่างลูกมะพร้าวเพื่อสร้างปรมาณูในสวนคุณลุงต่อไปอีกแน่ะ

สิ่งหนึ่งที่เกษตรกรที่เราไปเจอบอกเป็นเสียงเดียวกันคือ “ทำเกษตรอินทรีย์น่ะยิ่งนานวันยิ่งดีขึ้น ยิ่งนานปียิ่งอร่อย”

เรามองภาพการอดทนและรอคอยผลผลิตที่หอมหวานเป็นการเสียสละอย่างหนึ่งเพื่อให้เราได้กินสิ่งดีๆ

เรานับถือคนที่ใส่ใจกับทุกอย่างที่ทำ และมากกว่าการให้ใจกลับไปคือการอยากบอกต่อให้ทุกคนรู้ว่า ยังมีหลายคนที่อยู่ในสวนของตัวเองกำลังพยายามอยู่ทุกวันทั้งเพื่อตัวเขาเองและเพื่อคนที่เขาไม่เคยรู้จักเลยอย่างเรา

ในตอนนั้นเอง คุณลุงยิ้มที่เห็นเราอร่อย และเราก็ยิ้มกลับแทนคำขอบคุณ

สวนมะพร้าวลุงวิทยา
โทร. 08-1409-4964

*คุณลุงไม่ได้เปิดสวนให้ใครดูเป็นปกติ แต่ถ้าอยากกินมะพร้าวของคุณลุง คุณลุงขายลูกละ 50 บาท โทร.ไปหาได้เลย คุณลุงอยากไปส่งด้วยตัวเองมากๆ

 

ใครอยากไปทริปกับ Greenery เขาบอกว่าจะพยายามจัดเรื่อยๆ ให้ติดตามข่าวในเฟซบุ๊กให้ดีๆ

แต่ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับทริปนี้ไหม เอาเป็นว่าถ้าเธอเป็นคนใส่ใจสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเห็นค่าของการกินอาหารที่ดี ถ้าเธอพร้อมจะพกกระติกน้ำ หลอดสเตนเลส ถ้าเธอพร้อมลุย ไม่กลัวร้อน ไม่กลัวเลอะ ไม่กลัวที่รก ก็สมัครได้เลยไม่ต้องคิดเยอะ คราวหน้าเขาจะพาไปไหนติดตามกันนะ