×

หนาวสุดฟินที่โคเปนเฮเกน

ปัญญา ลีลาสุนทรกุล | Features Editor | 18 March 2019

คราวก่อนเราพาเพื่อนๆ ไปเยือนบ้านเกิดของโนเบลมาแล้ว คราวนี้อยากชวนมาเที่ยวเมือง “โคเปนเฮเกน” ที่หลายคนรู้จักในฐานะเมืองที่เป็นต้นกำเนิดนางเงือกน้อยหรือ The Little Mermaid ทั้งยังเป็นเมืองแห่งวรรณกรรม เมืองท่าอันเก่าแก่ เมืองแห่งดีไซน์ และเมืองแห่งการชอปปิงที่มีสีสัน เมื่อทั้งหมดรวมตัวกันท่ามกลางอากาศหนาวๆ แล้ว ทำให้ใครต่อใครมาแล้วหลงรักเมืองนี้อย่างไม่รู้ตัว



โคเปนเฮเกนเป็นเมืองหลวงของเดนมาร์กที่ตั้งบนเกาะ ไม่ใช่บนเมนแลนด์แบบหลายประเทศ ทั้งยังเป็นเมืองที่อยู่บนพื้นที่ราบ จึงทำให้กระแสลมแรงกว่าสตอกโฮล์มของสวีเดน แต่หิมะปกคลุมหนาน้อยกว่าหลายเท่า ทำให้ไปไหนมาไหนสะดวกรวดเร็วสำหรับนักท่องเที่ยวจากเขตเมืองร้อนอย่างพวกเรา 



ที่สำคัญโคเปนเฮเกนเป็นเมืองที่มีความเป็นกันเองสูงเหลือเกิน กล่าวคือ ไม่มีตึกสูงเบียดบังแออัดแบบเมืองหลวงใหญ่ๆ แต่กลับเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่สูงเฉลี่ยพอๆ กันไม่เกิน 7-8 ชั้น ทั้งสีของอาคารที่ฉูดฉาดรอต้อนรับนักท่องเที่ยว มองไปทางไหนก็น่ามองและน่าถ่ายรูปไปหมด แถมผู้คนที่นี่นิยมสัญจรด้วยการขี่จักรยานไปไหนมาไหน จึงทำให้เมืองนี้ติดอันดับต้นๆ ของเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเมื่อไม่มีตึกสูงอีกทั้งผู้คนนิยมขี่จักรยาน อากาศสดชื่นจึงกลายเป็นของหาง่ายยิ่งนัก


ด้วยความเป็นเมืองหลวงของเดนมาร์ก ทั้งยังอยู่ไม่ห่างจากเมืองสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน และเมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์ จึงทำให้ใครต่อใครวางแผนเที่ยว 3 เมืองสำคัญของสแกนดิเนเวียนี้ต่อกัน หลายคนอาจไม่รู้ว่า “การบินไทย” มีไดเร็กต์ไฟลต์ไปลงทั้ง 3 เมือง ทำให้เราสามารถวางแผนลงเมืองหนึ่งและกลับจากอีกเมืองหนึ่งได้ ไม่ต้องเสียเวลาย้อนกลับไปกลับมาเมืองเดิม ซึ่งประหยัดเวลาเดินทางได้ดีเลยนะ



Nyhavn Harbor…ล่องเรือสุดโรแมนติก
มาเมืองท่าทั้งทีไม่ล่องเรือชมเมืองก็ถือว่ามาไม่ถึง แม้ว่าชื่อ Nyhavn จะหมายถึง New Harbor หรือท่าเรือแห่งใหม่ แต่ก็เป็นการสร้างของใหม่ใน ค.ศ. 1977 บนพื้นที่เก่าแก่ของเมืองซึ่งเป็นชุมทางขนส่งคนและสินค้า ที่สำคัญท่าเรือหมายเลข 18 และ 20 ยังเคยเป็นที่พักอาศัยและแรงบันดาลใจให้กับนักเขียนชื่อดังของเดนมาร์กนามว่า Hans Christian Andersen และเขาก็ได้เขียนนิทานเรื่อง The Princess and the Pea และ The Tinderbox อันโด่งดัง ณ บ้านหลังนี้อีกด้วย



ด้วยความสำคัญด้านประวัติศาสตร์และความพิเศษของบรรยากาศท่าเรือเก่าแก่จึงทำให้พื้นที่โดยรอบคึกคักไปด้วยร้านอาหารและร้านชอปปิงมากมาย เหมาะเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจยอดฮิตเสียจริงๆ แถมบ้านเรือนแต่ละหลังยังทาสีฉูดฉาดสวยงามไม่ต่างอะไรกับภาพชวนฝันที่เห็นในโปสต์การ์ด ยิ่งพอได้ล่องเรือในบรรยากาศหนาวๆ ยิ่งอยากมีคนข้างๆ ให้กุมมือและโอบกอด สมแล้วที่ว่ากันว่าการล่องเรือเส้นนี้ให้บรรยากาศโรแมนติกเหลือเกิน



สำหรับเส้นทางในการเดินเรือจะพาเราลัดเลาะออกไปปากอ่าวเพื่อเยี่ยมชมนางเงือกน้อย ตลอดจนห้องสมุดประจำเมืองแห่งใหม่ หอศิลป์ แหล่งอุตสาหกรรมต่อเรือ ย่านหมู่บ้านชาวประมง แล้ววกเข้าไปยังคลองที่สร้างขึ้นโดยกษัตริย์คริสเตียนที่ 4 (King Christian IV) ผ่านย่านเมืองเก่า พระราชวังของราชวงศ์เดนมาร์ก แล้วกลับมาจุดเดิม ทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง


ชมวิวบนหอคอยดูดาวเก่าแก่
อย่างที่บอกไปว่าโคเปนเฮเกนเป็นเมืองเล็กจึงเหมาะกับการเดินลัดเลาะไปเรื่อย ๆ เราเลยเดินทางจากท่าเรือมาต่อที่ The Round Tower (Rundetaarn) สร้างโดยกษัตริย์คริสเตียนที่ 4 ซึ่งใช้เวลาสร้างนานถึง 5 ปี ก่อนเสร็จสมบูรณ์ใน ค.ศ. 1642 ความพิเศษของที่นี่ไม่ใช่แค่เป็นหอดูดาวที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปหรือเป็นมรดกตกทอดจากกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของเดนมาร์กเท่านั้น หากแต่งานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมก็น่าดูชมไม่แพ้กัน

เพราะเมื่อเข้ามาแล้วเราจะไม่พบกับบันไดเลยสักขั้น แต่เป็นทางลาดขนาดใหญ่วนเป็นเกลียวขึ้นไปยังด้านบนสุดของหอคอย เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะได้รับการออกแบบมาให้รถม้าของกษัตริย์สามารถวิ่งขึ้นไปด้านบนได้โดยไม่ต้องเดินให้เมื่อยตุ้มแม้แต่ก้าวเดียว ดังนั้นเราเองก็ต้องเดินตลอดความสูง 34.8 เมตร แต่อากาศหนาวๆ เดินแค่นี้สบายมาก ไม่มีเหงื่อสักแอะ ที่น่าสนใจอีกอย่างคือระหว่างทางจะมีมุมเล็กๆ ให้หาความรู้เกี่ยวกับหอคอยนี้เพิ่มเป็นระยะๆ และนั่งพักริมหน้าต่างสลับกับดูวิวอย่างเพลิดเพลิน



เมื่อถึงชั้นบนสุดเราจะได้พบกับวิวเมืองโคเปนเฮเกนมุมสูงแบบ 360 องศา ซึ่งให้ความรู้สึกเพลิดเพลินไปอีกแบบ ได้เห็นโบสถ์และปราสาทเก่าแก่ รวมถึงตรอกซอกซอยสำคัญของเมือง ที่สำคัญยังมีบันไดให้ขึ้นชมหอดูดาวที่มีกล้องส่องทางไกลอันเป็นหลักฐานความก้าวหน้าด้านดาราศาสตร์ของเดนมาร์กในยุคนั้นได้อย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว

Torvehallerne in Copenhagen...ตลาดสดน่าเดิน
ไม่ไกลกันนักเราเดินต่อมายังตลาดสดที่ไม่ได้เป็นแค่แหล่งรวมของสดของกินมากมาย แต่ยังได้เห็นสีสันของคนโคเปนเฮเกนว่ากินอยู่อะไรกันบ้างและใช้ชีวิตกันอย่างไร แถมไม่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านกวนใจเหมือนแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ หนึ่งในไฮไลต์ของที่นี่อยู่ที่ร้านกาแฟ Coffee Collective ซึ่งเป็นโรสเตอร์เล็กๆ แต่ใส่ใจการคัดเมล็ดและการชงกาแฟมาก หรือร้าน Hallernes Smørrebrød ซึ่งเป็นร้านขายแซนด์วิชแบบเดนมาร์กแท้ๆ ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน รวมถึงร้าน Mikkeller & Friends ที่ขายเบียร์ยุโรปยี่ห้อต่างๆ นอกจากนั้นยังมีร้านอาหาร ร้านเบียร์ ไวน์ ขนมนมเนย ของใช้ในครัวกระจุกกระจิกน่ารักน่าชัง นอกจากตลาดในที่ร่มแบบนี้แล้ว ในฤดูหนาวเช่นนี้ก็จะนำของสด เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ออกไปขายอยู่กลางแจ้งด้วย เพราะอุณหภูมิที่ลงเหลือเลขตัวเดียวไม่มีผลทำให้ข้าวของเน่าเสีย รวมๆ แล้วจึงเป็นตลาดที่น่าเดินไม่น้อย


ILLum…สวรรค์นักชอป
สำหรับคนชอบชอปปิงเป็นชีวิตและจิตใจแนะนำให้มาที่นี่เลย เพราะไม่เพียงรวบรวมแบรนด์เนมชั้นนำทั้งแฟชั่น นาฬิกา เครื่องสำอางไว้ครบครัน แต่ยังมีแผนกอื่นๆ ที่ทำให้เราต้องเสียเงินแน่นอน โดยเฉพาะแผนกของแต่งบ้านที่มีของกระจุกกระจิกให้ซื้อกลับไปได้ อย่างเทียนที่กลิ่นได้รับแรงบันดาลใจจากจุดเด่นของเดนมาร์ก เช่น กลิ่นทะเล ดอกไม้ เป็นต้น 

แต่ถ้าเมื่อยขาและอยากนั่งเอกเขนกเสียหน่อยแนะนำให้ขึ้นไปร้านกาแฟ Original Coffee ที่อยู่ชั้นบนสุด เพราะมีระเบียงด้านนอกที่ให้นั่งจิบกาแฟ ชมวิว คุยกับเพื่อน สัมผัสอากาศหนาวได้อย่างเต็มที่ หรือจะฝากท้องไว้ที่ Skagen Fiskerestaurant ที่ชั้นบนก็เข้าท่าเหมือนกัน อาหารทะเลและแซนด์วิชแบบเดนมาร์กมีให้เลือกหน้าอย่างหลากหลาย ให้เรากินเคล้าไวน์เย็นๆ อีกสักแก้วสองแก้วอย่างออกรสออกชาติ

ที่สำคัญห้างนี้อยู่ในเครือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล หรือพูดภาษาชาวบ้านคือเซ็นทรัลเป็นเจ้าของก็ได้ ดังนั้นถ้าคุณซื้อของในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ยังสามารถใช้บัตร The 1 Card สะสมแต้มได้ด้วยนะ 

ที่สำคัญโคเปนเฮเกนเป็นเมืองที่มีความเป็นกันเองสูงเหลือเกิน กล่าวคือ ไม่มีตึกสูงเบียดบังแออัดแบบเมืองหลวงใหญ่ๆ แต่กลับเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนที่สูงเฉลี่ยพอๆ กันไม่เกิน 7-8 ชั้น ทั้งสีของอาคารที่ฉูดฉาดรอต้อนรับนักท่องเที่ยว มองไปทางไหนก็น่ามองและน่าถ่ายรูปไปหมด แถมผู้คนที่นี่นิยมสัญจรด้วยการขี่จักรยานไปไหนมาไหน จึงทำให้เมืองนี้ติดอันดับต้นๆ ของเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเมื่อไม่มีตึกสูงอีกทั้งผู้คนนิยมขี่จักรยาน อากาศสดชื่นจึงกลายเป็นของหาง่ายยิ่งนัก



พักเบรกใน 2 ร้านเค้กเก่าแก่และชื่อดัง

ร้านแรกที่อยากให้แวะคือ Conditori La Glace ถ้าไม่ไปถือว่าไม่ถึงโคเปนเฮเกนเลยนะ ที่เรากล้าพูดขนาดนี้เพราะร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่ที่นักทำขนมนามว่า Nicolaus Henningsen เปิดให้บริการมาตั้งแต่ ค.ศ. 1870 และสืบทอดรุ่นต่อรุ่นมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากความเก่าแล้วความอร่อยยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน ขนมของร้านแต่ละชนิดอร่อยล้ำจนต้องสั่งเพิ่ม แต่ถ้ามีเวลาลองสั่งเครื่องดื่มจำพวกช็อกโกแลตร้อนหรือชามาดื่มแกล้มด้วยก็ดีไม่แพ้กัน



อีกร้านที่คนชอบกินขนมหวานต้องแวะให้ได้คือ Bertels Salon แม้เป็นร้านเล็กๆ แต่ชีสเค้กดีงามพระรามสี่จริงๆ โดยเฉพาะรสเลมอนเมอแร็งก์กับโอริโอ ราสป์เบอร์รีกับวานิลลา และคาราเมลกับชะเอมเทศ แต่ละชิ้นมีขนาดใหญ่มหึมาและเนื้อแน่นๆ ดังนั้นถ้าสั่งมากินควรแบ่งกับเพื่อนร่วมทริปสักหน่อย แนะนำให้สั่งชาร้อนหรือกาแฟมากินคู่กันสักแก้ว เพราะรสชาติชีสเน้นๆ กินกับเครื่องดื่มร้อนๆ ดีทีเดียว ด้วยความอร่อยเด็ดดวงขนาดนี้จึงทำให้ร้านได้รับรางวัลร้านเค้กที่ดีที่สุดของเมืองใน ค.ศ. 2014 และ 2016 

ข้อดีของการเที่ยวหน้าหนาวคือเดินได้เรื่อยๆ ไม่มีเหนื่อยและไม่มีเหงื่อ




Tivoli...ดินแดนมหัศจรรย์ของคนรักสนุก

ทิโวลี (Tivoli) เป็นหนึ่งในสวนสนุกเก่าแก่ที่สุดในโลกและอยู่คู่กับโคเปนเฮเกนมาตั้งแต่ ค.ศ. 1843 หรือพูดง่ายๆ ว่ามีอายุอานามถึง 176 ปีเข้าไปแล้ว จึงไม่แปลกที่นิตยสารไทม์ถึงกับแนะนำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนชอบเดินทางไม่ควรพลาด แม้อายุขนาดนี้แต่ข้างในไม่เก่าตาม เพราะกลับมีเครื่องเล่นสนุกๆ การแสดงดีๆ มากมาย แม้ในช่วงฤดูหนาวสวนสนุกจะปิดให้บริการ แต่ข้างในยังมีโรงแรม ห้องอาหาร และบาร์ดีๆ รอต้อนรับสำหรับคนที่มองหาที่พักหรือแม้แต่อาหารมื้อเย็นดีๆ สักมื้อ แวะไปกินกันได้เลย



First Hotel Twentyseven...จุดกึ่งกลางระหว่างความเก่าแก่และโมเดิร์น
ก่อนจบทริปอยากฝากคนที่มองหาโรงแรมใจกลางเมืองในราคาเป็นกันเอง แนะนำให้ลองพักที่นี่ เนื่องจากทำเลอยู่ไม่ไกลจากจัตุรัสซิตีฮอลล์และทิโวลี แถมเชื่อมต่อไปยังย่านชอปปิงได้สบายๆ เดินเพลินๆ แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว ดีกว่านั้นคือการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นที่พาคุณหลุดออกไปจากบ้านเรือนเก่าแก่ของโคเปนเฮเกน แต่ขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงสู่โลกแห่งดีไซน์ที่เป็นไฮไลต์ของเมืองนี้เช่นกัน พูดขนาดนี้คงต้องลองมาพักด้วยตัวเองแล้ว



บอกกันไปแล้วว่า “การบินไทย” มีไดเร็กต์ไฟลต์ตรงถึงโคเปนเฮเกนด้วย นอกจากเช็กและจองตั๋วผ่านเว็บไซต์แล้วแนะนำให้โหลดแอปพลิเคชัน Thai Airways มาใช้ด้วย เพราะเดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็อยู่ในสมาร์ตโฟนหมดแล้ว ไม่เพียงเช็กราคา ดูเที่ยวบิน หรือแจ้งเตือนการเดินทางล่าสุดที่จะเกิดขึ้นได้ แต่ยังเพิ่มน้ำหนักกระเป๋า ซื้อประกันการเดินทาง ใช้บริการรถเช่า และบริการพิเศษอีกจิปาถะ สะดวกขนาดนี้ไม่โหลดมาใช้ก็เสียดายแย่เลย

ทุกวันนี้สายการบินไทยมีเที่ยวบินบินตรงถึง “โคเปนเฮเกน” ถี่มากๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
www.thaiairways.com/th_TH/lifestyle_zone/Copenhagen.page  (ภาษาไทย)
www.thaiairways.com/en_TH/lifestyle_zone/Copenhagen.page  (ภาษาอังกฤษ)

ขอขอบคุณ: การบินไทย