×

“ยอร์ก” และโรงงานช็อกโกแลตของเขา

แจน อุรุพงศา | Writer | 30 March 2019



“Where are you going to visit in the UK?” เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองถามตามระเบียบปฏิบัติ
“York.” ฉันตอบกลับ
“What do you plan to do while you are there?” พี่เจ้าหน้าที่ถามต่อ
“Having some hot chocolate.” ฉันตอบอย่างไม่ลังเล

ทุกครั้งที่นึกถึงเมืองยอร์ก (York) นอกจากภาพของมหาวิหาร York Minster ปราสาท และกำแพงเมืองโบราณแล้ว กลิ่นหอมหวานของช็อกโกแลตที่ตลบอบอวลไปทั่วบรรยากาศนี่แหละที่จะลอยเข้ามาในหัวทันที... พี่เจ้าหน้าที่เหลือบมองแล้วหยิบแสตมป์ขึ้นมาปั๊มลงบนหนังสือเดินทาง เป็นใบเบิกทางให้ฉันเดินเข้าประเทศเพื่อไปหาช็อกโกแลตร้อนที่เมืองยอร์กตามที่วาดฝัน

ทำไมต้องเป็นที่ยอร์กน่ะหรือ?
ก็เพราะว่ายอร์กคือเมืองที่เป็นต้นกำเนิดของช็อกโกแลตนะสิ ช็อกโกแลตชื่อดังหลายๆ ยี่ห้อที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ก็มีต้นกำเนิดอยู่ที่เมืองนี้แหละ ช็อกโกแลตมีความสำคัญต่อชาวเมืองยอร์กถึงขนาดมีการเฉลิมฉลองเทศกาลช็อกโกแลตและมีสัปดาห์แห่งช็อกโกแลตซึ่งจัดขึ้นทุกปี อีกทั้งยังมีพิพิธภัณฑ์ York’s Chocolate Story ที่อุทิศเรื่องราวให้กับช็อกโกแลตแบบเต็มๆ



ความสัมพันธ์อันแนบแน่นและหอมหวานระหว่างเมืองยอร์กและช็อกโกแลตเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 250 กว่าปีที่แล้ว ช่วงที่อุตสาหกรรมในสหราชอาณาจักรกำลังเฟื่องฟู มีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นตามเมืองต่างๆ มากมาย ในขณะที่เมืองในตอนเหนือของประเทศอังกฤษส่วนใหญ่สร้างความร่ำรวยจากการผลิตไม้ ผ้าฝ้าย หรือไม่ก็เหล็ก ยอร์กกลับเลือกที่จะสร้างเมืองขึ้นจากการผลิตน้ำตาล ช็อกโกแลต และสารพัดของหวาน โดยมีครอบครัว Rowntree และ Terry เป็นแกนหลักในการผลิตช็อกโกแลต (แอบสงสัยเล็กๆ ว่าชาวยอร์กในสมัยนั้นมีอัตราฟันผุมากกว่าชาวเมืองอื่นๆ หรือไม่)

ต่อมาธุรกิจช็อกโกแลตของทั้งสองครอบครัวได้เติบโตและมีการตั้งโรงงานผลิตช็อกโกแลตขึ้นอย่างจริงจังในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โรงงานช็อกโกแลต Rowntree และ Terry’s ที่สร้างขึ้นในยุคนั้นนอกจากสร้างงานและรายได้ให้กับชาวเมืองแล้วยังมีอิทธิพลต่อการพัฒนาระบบสังคมสังเคราะห์ของเมืองยอร์กอีกด้วย เพราะทั้ง Rowntree และ Terry’s ต่างนำรายได้จากการขายขนมกลับมาสร้างที่อยู่อาศัย สวนสาธารณะ และโรงเรียนให้กับเมือง เรียกได้ว่าการพัฒนาของเมืองยอร์กในยุคนั้นเกิดขึ้นจากรายได้ที่มาจากการขายขนมหวานเป็นหลักเลยทีเดียว

บริเวณที่อยู่อาศัยสำหรับคนงานที่สร้างขึ้นโดย Joseph Rowntree เจ้าของกิจการในสมัยนั้น (จากหนังสือพิมพ์ The Press)

คุณ Yvonne ชาวยอร์กวัย 71 ปีเล่าให้ฟังว่า “สมัยนั้นใครๆ ก็ทำงานที่โรงงานช็อกโกแลต ไม่ว่าจะเป็นแบบประจำหรือว่าพาร์ตไทม์ ตอนที่ฉันสาวๆ การทำงานในโรงงานช็อกโกแลตเป็นช่วงเวลาที่สนุกมากเพราะได้อยู่กับเพื่อนๆ แถมระหว่างทำงานก็ได้กินช็อกโกแลตไปด้วย แต่พอกินเข้าไปทุกวันก็เอียนจนไม่อยากกินช็อกโกแลตไปอีกนาน”

ฝักโกโก้ที่เก็บรักษามาตั้งแต่ปี 1932 ในร้าน York Cocoa Works เพื่อระลึกถึงประวัติศาสตร์และต้นกำเนิดของการผลิตช็อกโกแลตที่ยอร์ก

ลูกสาวของคุณ Yvonne ชาวยอร์กอีกท่านเสริมว่า “สมัยเป็นนักเรียนเคยเข้าไปทำงานพิเศษที่ Terry’s ช่วงปิดภาคเรียน ทุกเช้าเวลาขี่จักรยานไปทำงานจะได้กลิ่นหวานเลี่ยนๆ ของโกโก้ลอยมาตามทาง งานหลักที่ทำในตอนนั้นคือการหยิบช็อกโกแลตรูปทรงที่ได้รับมอบหมายใส่ลงในกล่อง Terry’s Moonlight ที่ไหลมาตามสายพานให้เร็วที่สุด ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ที่ไปด้วยกันก็ทำงานคล้ายๆ กัน ต่างกันก็แค่รูปทรงของช็อกโกแลตที่รับผิดชอบ”

เสียดายว่าปัจจุบันทั้งสองบริษัทได้ขายกิจการไปให้กับธุรกิจอาหารยักษ์ใหญ่ของโลก ได้แก่ Nestlé และ Kraft ไปเสียแล้ว แต่โรงงาน Rowntree (ที่ปัจจุบัน Nestlé เป็นเจ้าของ) ก็ยังคงเปิดดำเนินการอยู่ในยอร์ก และเป็นฐานการผลิตหลักของช็อกโกแลตชื่อดัง ได้แก่ KitKat, Smarties และ Aero เหมือนในอดีต

ส่วนโรงงานช็อกโกแลต Terry’s ที่สร้างชื่อเสียงจากการสร้างสรรค์ช็อกโกแลตส้มกลับต้องปิดตัวลง เนื่องจาก Kraft ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตออกจากยอร์ก แต่ไม่ต้องเสียใจ เพราะแม้โรงงาน Terry’s ปิดไปแล้วก็ตาม แต่เราก็ยังสามารถไปดูร่องรอยความยิ่งใหญ่ของอดีตโรงงานช็อกโกแลตแห่งนี้ประหนึ่งว่าอยู่ในหนังสือ Charlie and the Chocolate Factory ได้ที่ถนน Bishopthorpe ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Goddards House บ้านที่ครั้งหนึ่งครอบครัว Terry เคยอาศัยอยู่ และเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้



สิ่งที่ Rawntree และ Terry’s ทิ้งไว้เบื้องหลังไม่ใช่แค่ชื่อเสียงในเรื่องช็อกโกแลตและขนมหวานที่ยังคงเป็นที่เลื่องลือจนถึงปัจจุบัน แต่ยังรวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของชาวเมืองแห่งนี้ อีกทั้งร้านท้องถิ่นอีกหลายๆ ร้านก็สืบทอดเทคนิคการทำขนมและช็อกโกแลตในแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นร้านขนมชื่อดังอย่าง Bettys ที่เพิ่งเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 100 ปีไปไม่นาน หรือร้าน York Cocoa Works ที่มีนโยบายในการพัฒนาภูมิปัญญาที่มีในอดีตไปสู่การผลิตช็อกโกแลตที่ดียิ่งขึ้นสำหรับอนาคต ที่ York Cocoa Works มีช็อกโกแลตให้เลือกดื่ม กิน หรือซื้อกลับบ้านหลายรสชาติ ตั้งแต่ดาร์กช็อกโกแลตแบบคลาสสิกไปจนถึงช็อกโกแลตส้มต้นตำรับของเมืองยอร์ก หรือถ้าอยากเพิ่มความช็อกโกเนิร์ดมากขึ้น ที่นี่ก็มีเวิร์กชอปการทำช็อกโกแลตให้สมัครเรียน



สำหรับเราแล้ว ยอร์กเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของคนรักช็อกโกแลตและขนมหวานเลยทีเดียว แค่ได้มานั่งดื่มช็อกโกแลตร้อนทุกวันก็คุ้มค่าที่ได้มายอร์กแล้ว เชื่อว่าพี่คนตรวจคนเข้าเมืองก็เข้าใจเรื่องนี้ดีเช่นกัน ข้อควรระวังสำคัญในการไปเยี่ยมเยือนเมืองยอร์ก คือ “น้ำตาลที่อาจจะขึ้นสูง...แต่ความสุขก็เช่นกัน”
 

เกร็ดช็อกโกแลต

  • การทำช็อกโกแลต Smarties หนึ่งเม็ดต้องใช้เวลาถึง 22 ชั่วโมง
  • ก่อนที่จะวางขายช็อกโกแลตรสส้มซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ Terry’s เคยทำช็อกโกแลตแอปเปิลมาก่อน แต่ไม่ได้รับความนิยมจึงหยุดผลิตไป
  • ไม่น่าเชื่อว่ายอร์กผลิต KitKat กว่า 6 ล้านแท่งทุกวันเพื่อส่งไปขายทั่วโลก

FYI

York’s Chocolate Story
ที่อยู่: King’s Square, York YO1 7LD
เปิดทุกวัน เวลา 10.00-16.00 น.
www.yorkschocolatestory.com


Goddards House
ที่อยู่: 27 Tadcaster Road, York, North Yorkshire, YO24 1GG
เปิดวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 10.30-17.00 น.
www.nationaltrust.org.uk/goddards-house-and-garden


Bettys
ที่อยู่: 6-8 St. Helen's Square, York, YO1 8QP
เปิดวันอาทิตย์-ศุกร์ เวลา 9.00-21.00 น. วันเสาร์ เวลา 8.30-21.00 น.
www.bettys.co.uk


York Cocoa Works
ที่อยู่: 10 Castlegate, York YO1 9RN
เปิดทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น.
www.yorkcocoahouse.co.uk

แจน อุรุพงศา

ชื่อเล่น แจน คือชื่อที่ครอบครัวตั้งให้ ด้วยเหตุผลไม่ซับซ้อนเพราะว่าเกิดเดือนมกราคม เพื่อนๆ เรียกแจนแจน เพราะชื่อซ้ำกับเพื่อนในห้อง ส่วนครูแจนแจนเป็นนามปากกาที่ใช้เวลาเขียนหนังสือเด็ก (ผลงานล่าสุดเป็นหนังสือนิทานเรื่อง "แมวที่ไม่เคยยิ้ม" หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปค่ะ) ที่เรียกตัวเองว่า "ครู" เพราะทำงานคลุกคลีอยู่ในวงการศึกษามากว่า 10 ปี ก่อนจะลาออกแล้วพลิกผันบทบาทมาเป็นนักเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ระหว่างเรียนถ้ามีว่างจากการเก็บข้อมูลวิจัยก็จะหนีเที่ยวต่างเมืองเก็บเกี่ยวความสุขอยู่เสมอๆ