×

“โพธิเธียเตอร์” โรงมหรสพทางวิญญาณกับครั้งแรกของการเปลี่ยนผนังโบสถ์เป็นศิลปะดิจิทัล

ศรัณยู นกแก้ว | Writer | 16 May 2019



“ทำไมคนไม่เข้าวัด”

“คนเปลี่ยนไป หรือวัดกันแน่ที่ไม่ปรับตัว”

เหล่านี้คือตัวอย่างของคำถามมากมายที่เกิดขึ้นในวงสนทนาว่าด้วยเรื่องทำไมคนรุ่นใหม่ถึงห่างไกลวัด ทำไมการชวนเพื่อนสักคนไปวัดจึงเป็นเรื่องที่ดูแปลกและแหวกไปจากหัวข้อสนทนาในชีวิตประจำวันอยู่มาก ซึ่งคำถามเหล่านี้จุดประกายให้ก๊วนคนรุ่นใหม่ที่มีคำถามกับธรรมะมากมายอย่าง อู๋-ธวัชชัย แสงธรรมชัย (เอเจนซี่ WHY NOT Social Enterprise) ฮ่องเต้-กนต์ธร เตโชฬาร (คาแรกเตอร์ดีไซเนอร์เพจ Art of Hongtae) ป้อง-ปานปอง วงศ์สิรสวัสดิ์ (Design Director) แก่น-สารัตถะ จึงเสถียรทรัพย์ (Animator จาก Another Day Another Render) และ จั้ม-ก่อเกียรติ ชาติประเสริฐ (Sound Director) ล้อมวงถกกันจนกลายเป็นที่มาของโปรเจกต์สนุกๆ ที่หยิบจับธรรมะมาเล่าใหม่ผ่านมุมมองของคนรุ่นใหม่ ในรูปแบบศิลปะดิจิทัลอาร์ตบนผนังอุโบสถวัดสุทธิวนาราม ในนามของ “โพธิเธียเตอร์: แก่นเดิม เปลือกใหม่ ของพุทธศาสน์ (BODHI THEATER : Buddhist Prayer, RE-TOLD)”

“ต้องขอบคุณท่านเจ้าอาวาสวัดสุทธิฯ เป็นอย่างมาก ถ้าท่านบอกว่างานแบบนี้ไม่เหมาะสม ต้องแก้ ต้องเปลี่ยน โปรเจกต์นี้อาจไม่ได้ออกมาเป็นอย่างที่เห็น แต่ท่านเจ้าอาวาสเข้าใจว่างานที่เราต้องการสื่อสารคือการกะเทาะเปลือกเพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าถึงแก่นของพระพุทธศาสนา เรามองงานโพธิเธียเตอร์เป็นงานจิตรกรรมฝาผนังแบบหนึ่ง แต่ไม่ใช่งานไทยประณีตศิลป์แบบดั้งเดิม ไม่ใช่ลายกระหนก ลายไทย ยุคสมัยเปลี่ยน รูปแบบของศิลปะอาจต่างออกไป แต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือแก่นของพระพุทธศาสนาที่เรากำลังจะบอกเล่า” 

 
อู๋ในฐานะโปรเจกต์แมเนเจอร์ให้ความหมายของโพธิเธียเตอร์ นิทรรศการศิลปะในรูปแบบดิจิทัลอาร์ต หรือ Projection Mapping ที่ใช้เทคนิคการฉายแสงให้เกิดภาพสาดลงไปบนผนัง พิกัดคือผนังทั้ง 3 ด้านในพระอุโบสถวัดสุทธิวราราม โดยทีมงานเลือกใช้ “บทสวดพาหุง” หรือ “ชัยมงคลคาถา” ซึ่งมีความหมายถึงชัยชนะ 8 ประการของพระพุทธเจ้า โดยที่ผ่านมาหลายคนอาจแค่ท่อง สวด แล้วก็จบ ทว่าโพธิเธียเตอร์ต้องการเชื่อมโยงคาถาชัยชนะของพระพุทธเจ้าเข้ากับชัยชนะที่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันของคนธรรมดาทั่วไป



“อย่างที่ได้เห็นในโพธิเธียเตอร์คือการนำชัยชนะของพระพุทธเจ้าในสถานการณ์ต่างๆ 8 สถานการณ์มาเล่า เช่น การปราบพญามารด้วยทาน ปราบช้างนาฬาคีรีด้วยเมตตา ปราบนางโสเภณีจิญจายะที่ใส่ร้ายว่าท้องกับพระองค์ด้วยสันติธรรม หรือที่หลายคนเคยได้ยินคือปราบองคุลีมารด้วยฤทธิ์ แต่สุดท้ายความหมายและแก่นของบทพาหุงคือการสื่อว่า การชนะที่สูงสุดคือการชนะมารในใจของแต่ละคนนั่นเอง คือการชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ ชนะความชั่วด้วยความดี ชนะความตระหนี่ด้วยการให้ และการชนะคำพล่อยด้วยคำสัตย์ ชัยชนะเหล่านี้ถูกนำมาเล่าใหม่ในโพธิเธียเตอร์”

พระมหาพร้อมพงศ์ ปราสฺสรจิตฺโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทธิวรารามเล่าถึงเนื้อหาที่บรรจุอยู่ในโพธิเธียเตอร์ ซึ่งพระมหาพร้อมพงศ์ให้คำจำกัดความไว้สั้นๆ ว่า “โรงมหรสพทางวิญญาณ” ที่ไม่ได้มีแต่ความสวยงามน่าตื่นเต้นของแสงสีเสียง แต่โรงมหรสพทางวิญญาณแห่งนี้ยังเป็นเครื่องมือที่เข้าไปกระตุกความตื่นรู้ สะกิดใจผู้ชมให้มองทะลุเปลือกใหม่ไปสู่แก่นเดิมของพระพุทธศาสนาที่ซ่อนไว้ในบทสวดพาหุงมานานนับกว่าสองพันปี

สำหรับผู้ที่จะเข้าชมโพธิเธียเตอร์นั้นแนะนำว่าให้เข้าไปอ่านสูจิบัตรเรื่องราวโดยย่อกันก่อนสักนิดในเว็บไซต์ เพราะแม้ 20 นาทีในโพธิเธียเตอร์จะตีความมาจากบทพาหุงทั้งหมด โดยมี 8 มารในรูปแบบต่างๆ คอยออกมาสร้างความปั่นป่วน พร้อมใช้บทเพลงมาสื่อถึงความโลภ โกรธ หลง ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละฉาก ทว่าก็เชื่อได้ว่าหลายคนคงรู้จักแค่องคุลีมาร ดังนั้นเพื่อการชมอย่างต่อเนื่องไม่สะดุดควรเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับมารตนต่างๆ ในบทพาหุงมาล่วงหน้า

นอกจากการนำแก่นของพระพุทธศาสนาบทเก่ามาตีความใส่เปลือกใหม่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุค 2,562 ปีผ่านแล้ว อีกสิ่งที่เราชอบและต้องขอชมเชยในโรงมหรสพแบบฉบับโพธิเธียเตอร์คือ ความกล้าของทีมงาน กล้าที่จะเล่นกับพื้นที่ของพระอุโบสถซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ตรงกลางเป็นองค์ประธาน และด้วยความที่พระพุทธรูปองค์นี้เป็นปางมารวิชัย ซึ่งหมายถึงการชนะมารเช่นเดียวกับบทพาหุง สิ่งที่ผู้ชมจะได้เห็นจึงเป็นการสาดแสงลงที่องค์พระ และให้องค์พระประธานเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้าที่กำลังถูกพญามารรุมเร้ารอบทิศทางจากมุมต่างๆ ของพระอุโบสถ

อีกกิมมิกหลังมหรสพทางวิญญาณจบลงคือการให้ผู้ชมได้เขียนโปสต์การ์ดถึงตัวเองในหัวข้อ “มารที่อยากเอาชนะ” ไม่แน่ว่าเพียงโปสต์การ์ดใบเดียวที่ส่งไปถึงบ้านในสัปดาห์ถัดไปอาจเป็นสิ่งที่กระตุ้นเตือนให้คุณสามารถชนะมารตัวนั้นได้จริงๆ ก็เป็นได้

ภาพ: ชัชวาล จักษุวงค์

FYI

  • จัดแสดงเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่ 18 พฤษภาคม - 9 มิถุนายน 2562 ที่อุโบสถ วัดสุทธิวราราม ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ
  • เข้าชมฟรี โดยมี 7 รอบการแสดงต่อวัน ตั้งแต่เวลา 14.00-18.00 น. ทั้งนี้แต่ละรอบรองรับผู้ชมได้ประมาณ 40 คน สำรองที่นั่งได้ที่ go.eventpop.me/BodhiTheater
  • รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก www.bodhitheater.com