×

เมื่อครีเอทีฟกลับบ้านไปสร้าง “Temple House” ลำพูนจึงไม่ซึมเศร้าอีกต่อไป

ศรัณยู นกแก้ว | Writer | 04 June 2019



นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้ไปลำพูน...เมืองที่ยิ่งกว่าเมืองรองและเมืองผ่าน เพราะลำพูนจัดว่าเป็นเมืองเล็กที่เล็กมาก เล็กถึงขั้นที่มีเส้นรอบวงโอบล้อมใจกลางเมืองราว 4 กิโลเมตร แน่นอนว่าการเติบโตของเชียงใหม่และลำปางอาจทำให้ลำพูนถูกหลงลืม แต่ที่น่าเศร้ายิ่งกว่าคือความเงียบเหงาของลำพูนทำให้เมืองนี้ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า ถึงขั้นคว้าแชมป์การฆ่าตัวตายสูงที่สุดในประเทศไทยติดต่อกันหลายปี และมีแนวโน้มว่ากำลังจะเข้าสู่เมืองแห่งผู้สูงวัยอย่างเป็นทางการในอีกไม่นาน

เราไม่ได้ไปลำพูนครั้งนี้เพียงเพราะต้องการไถ่ถามว่า “ทำไมเธอจึงเศร้า” แต่การไปลำพูนโดยบังเอิญทำให้เราบังเอิญได้รู้ว่าเมืองนี้เคยเงียบเหงา กระทั่งมีผู้กล้ากระโดดลงมากลางความเงียบ พร้อมกับเปลี่ยนบ้านเก่ายุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้กลายเป็นคาเฟ่ แกลเลอรี่อาร์ต และบ้านที่สะท้อนความอาร์ตและคราฟท์พื้นถิ่นลำพูนไว้ในนามของ “Temple House Lamphun”

“พี่อยู่ที่นี่ เติบโตที่นี่ เลยรู้ว่าลำพูนเป็นเมืองน่าสนใจ ลำพูนเป็นเมืองที่มีศิลปินระดับประเทศ และศิลปินที่ไปทำงานอยู่ต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 10 คน ที่นี่เป็นเมืองที่มีทั้งอาร์ตและคราฟท์ งานท้องถิ่นอย่างผ้าไหมยกดอกลำพูนก็เป็นงานที่มีความประณีต ราคาสูงมาก ลำพูนมีโรงงานเซรามิกที่ไม่เหมือนที่ไหน แต่เมืองมันเงียบมากจนเคยตีแบตกันกลางถนนในเมืองมาแล้ว พอมีโอกาสเราก็เลยอยากจะทำอะไรสักอย่างที่รวมเอเลเมนต์ต่างๆ ของลำพูนไว้ด้วยกัน พยายามเล่าเรื่องราวของลำพูนว่ามีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ที่นี่จึงไม่ได้ถูกตั้งชื่อให้เป็นคาเฟ่ แต่เป็นเฮาส์ เป็นบ้านที่รวมองค์ประกอบต่างๆ ของลำพูนผ่านทั้งงานดีไซน์ อาหาร เครื่องดื่ม แกลเลอรี่ แต่มีข้อแม้ว่าคุณภาพต้องไม่ด้อยไปกว่าเชียงใหม่หรือกรุงเทพฯ เอาจริงๆ คือเราภาคภูมิใจในความเป็นลำพูน เราเลยอยากบอกความภาคภูมิใจนี้ให้คนอื่นๆ ได้รู้” 

คุณเอก-ไชยยง รัตนอังกูร ผู้ก่อตั้ง Temple House Lamphun ผู้ควบตำแหน่งผู้อำนวยการสายนวตกรรมธุรกิจการตลาด Siam Piwat Group ให้เหตุผลที่ตัดสินใจเปิด Temple House Lamphun ขึ้นในบ้านเกิด ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามประตูวัดพระธาตุหริภุญชัย

ในฐานะที่อยู่แวดวงนักเขียน นักอ่านมานาน เราจึงรู้จักคุณเอกมาตั้งแต่ครั้งเป็นผู้อำนวยการ TCDC และบรรณาธิการนิตยสาร Wallpaper แต่ไม่ได้รู้ข่าวมาก่อนว่าคุณเอกเป็นผู้อยู่เบื้องหลังบ้านสีขาวน่ารักๆ หลังนี้ เราเพียงแต่บังเอิญเสิร์ชหาร้านกาแฟดีๆ ในลำพูน แต่แล้วก็ต้องเซอร์ไพรส์เมื่อพบว่าพื้นที่เล็กๆ บนชั้นสองของ Temple House Lamphun กำลังจัดแสดงงานภาพพิมพ์ไม้แกะของศิลปินรุ่นใหญ่ “อาจารย์ประพันธ์ ศรีสุตา” ยิ่งพอเข้าไปในร้านแล้วได้เห็นเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง งานดีไซน์ที่วางขาย รวมทั้งเมนูกาแฟ และอาหารที่คิดมาอย่างพรีเมียมมาก เราจึงไม่รีรอที่จะฝากคำชื่นชมไปถึงเจ้าของ ซึ่งก็เป็นจังหวะของวันหยุดยาวที่คุณเอกเดินทางกลับบ้านลำพูนพอดี

“ถึงจะทำงานอยู่กรุงเทพฯ แต่ก็ตั้งเป้าไว้แล้วว่าจะต้องกลับมาร้านเดือนละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อยเพื่อรันร้านนี้ แม้เราไม่ได้เปิดเพื่อหวังกำไรมากมาย แต่เราก็อยากให้ที่นี่เป็นเคสตัวอย่างให้เห็นว่า ถ้าเราตั้งใจที่จะทำให้มันออกมาให้ดี มันก็จะสามารถเลี้ยงตัวเองได้ แม้ในเมืองเล็กๆ แบบนี้ก็ตาม และหลังจากเปิดร้านมาได้ปีเศษ ก็เริ่มที่จะมีคาเฟ่น่ารักๆ ร้านดีๆ เกิดขึ้น ซึ่งอาจะไม่ใช่เพราะเรา แต่เขาอาจจะยังกลัวๆ กล้าๆ รอจังหวะให้ใครสักคนเริ่มทดลองก่อนว่าไอเดียแบบนี้มันก็ไปได้ เลี้ยงตัวเองได้จริง”

เมื่อความคิดตั้งต้นคือการรวบรวมความภาคภูมิใจในลำพูนออกมานำเสนอ Temple House Lamphun จึงแบ่งพื้นที่ออกเป็นอาหาร ไลฟ์สไตล์ งานดีไซน์ และงานศิลปะ โดยชั้นล่างมีเคาน์เตอร์บาร์สีขาวอยู่ตรงกลาง หอมกลิ่นกาแฟที่หมุนเวียนระหว่างเมล็ดในภาคเหนือ และกาแฟนอกที่คุณเอกหอบหิ้วมาจากการเดินทาง และแม้เป็นเมืองเล็กทว่าที่นี่จัดเต็มทั้งเอสเพรสโซ่และสโลว์บาร์



กาแฟป่าแป๋ กาแฟบ้านโฮ่ง เอสเพรสโซ่โคล่า กาแฟสกัดเย็นน้ำลำไย  กาแฟสกัดเย็นกับน้ำส้มและโทนิค มัทฉะลาเต้ร้อน โกโก้กล้วยหอมปั่น น้ำเมล่อนเขียวคิโมจิปั่น คือเสี้ยวหนึ่งของเมนูที่จัดเสิร์ฟ เห็นไหมเราบอกแล้วว่าธรรมดาเสียที่ไหน ด้านเบเกอร์รี่ก็เปิดเตาอบกันหลังร้านโดยมีเค้กฟักทองที่ใส่ฟักทองพื้นถิ่นแน่นมากคือเมนูไฮไลต์ เช่นเดียวกับบราวนี่ที่เข้มข้นและเนื้อฉ่ำมาก ส่วนอาหารนั้นก็นำอาหารเมืองเหนือมาปรับโฉมใหม่ให้นักท่องเที่ยวร้องว้าว ส่วนคนท้องถิ่นเองก็มานั่งกินได้ถูกปากทุกวันเช่นกัน



“อย่างที่บอกว่าเราต้องการให้ร้านนี้มันเลี้ยงตัวเองได้ และคนในเมืองนี้ส่วนใหญ่คือสังคมสูงวัย ดังนั้นการออกแบบเมนูจึงไม่ได้วางไว้ให้นักท่องเที่ยวหรือวัยรุ่นเท่านั้น แต่คนท้องถิ่นก็ต้องกินได้ วัตถุดิบก็มาจากท้องถิ่นรอบๆ ร้านทั้งนั้น”

 

ถัดจากเรื่องอาหาร ด้านในยังมีเรื่องราวของงานดีไซน์ที่วางขายทั้งงานรักษ์โลก และงานดีไซน์ท้องถิ่นหลากหลายแบรนด์ที่คุณเอกคัดสรรมาแล้วว่าเก๋จริง ไม่ว่าจะเป็นเซรามิกจากเตาชวนหลงที่มีลายและสีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรืออย่างผ้าไหมยกดอกจากร้านลำพูนไหมไทยก็มีการนำมาปรับดีไซน์ใหม่กลายเป็นกระเป๋าคลัทช์โมเดิร์นมาก

นอกจากเรื่องบรรยากาศและงานดีไซน์แล้ว อีกไฮไลต์ของที่นี่คือส่วนของแกลเลอรี่บนชั้นสอง ที่แม้จะเล็กแต่จริงจัง โดยที่ผ่านมาได้จัดแสดงทั้งงานของศิลปินรุ่นใหม่และงานศิลปินระดับชาติ แต่ละงานผ่านการคัดกรอง ตีความ และมีการออกแบบการจัดวางไว้เป็นอย่างดี

อย่างเช่นงานล่าสุด Glimpse of a Good Time แป๊ปเดียว! กับ ความทรงจำที่ดี เป็นการจัดแสดงคอลเล็คชันส่วนตัวของอาจารย์ประพันธ์ ศรีสุตา เป็นงานภาพพิมพ์ไม้ที่แกะจากร่างลายเส้นความทรงจำถึงลำพูน ซึ่งอาจารย์ร่างไว้ตั้งแต่ก่อนไปเรียนที่กรุงเทพฯ กระทั่งได้เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ศิลป์  พีระศรี ที่คณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร

สารภาพว่าเมื่อเทียบกับขนาดแกลเลอรี่ที่ค่อนไปทางเล็ก บวกด้วยการเปิดให้เข้าชมฟรีนั้นการได้เห็นผลงานของศิลปินระดับประเทศมาจัดแสดงถือเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์มาก แต่ที่เซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าคือวีดีโอเล่าเรื่องของอาจารย์ที่ผ่านการถ่ายทำและตัดต่อมาอย่างดี ไม่นับรวมสูจิบัตรที่สวยเว่อร์ และงานนิทรรศการต่อไปที่จะมีการทำงานร่วมกับพิพิธภัณฑ์มิกกี้เมาส์ในลำพูน เรียกได้ว่าให้งานศิลปะช่วยสร้างความน่าสนใจของเมืองเพิ่มขึ้นไปอีก

“แค่เมืองนี้ไม่เหงา ไม่เงียบแบบที่เคยเป็น เท่านี้ก็ตอบโจทย์ จริงๆ แล้วในความคิดพี่ลำพูนเป็นเมืองที่มีสินทรัพย์เยอะ พี่แค่คิดว่าในเมื่อเรามีต้นทุนคือสินทรัพย์ทางอาร์ตและคราฟท์ที่มีอยู่มากมายในลำพูน เราก็ควรเอาสินทรัพย์เหล่านี้มาเพิ่มมูลค่า ให้ลูกหลานชาวลำพูนได้เห็นว่าสินทรัพย์เหล่านี้สามารถนำมต่อยอดได้จริงๆ โจทย์ของการทำงานของพี่มีเท่านี้แหละ”

และแม้ Temple House Lamphun จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่เข้ามาเพิ่มเติมความมีชีวิตชีวาให้กับเมืองลำพูน แต่เราก็เชื่ออย่างสุดใจแล้วว่านี่จะเป็นจุดที่สร้างแรงกระเพื่อมให้เมืองนี้ถีบตัวไกลออกไปจากสถิติความซึมเศร้าที่เคยได้รับมา อย่างน้อยที่สุดที่กำลังเกิดขึ้นและเราได้เห็นมากับตาก็คือ พนักงานทั้งหมดในร้านเป็นเด็กๆ ที่จากเมืองไปเรียนและได้กลับมาทำงานในลำพูนอีกครั้ง เท่านี้ก็พอแล้วจริงๆ

 

FYI

  • ถนนอินทยงยศ (ด้านหลังวัดพระธาตุหริภุญชัย) อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
  • เปิดบริการวันพุธ-จันทร์ เวลา 7.00-19.00 น.
  • โทร. 06-5056-9839
  • www.facebook.com/templehouselamphun