×

สิ่งต้องห้ามพลาดชมในนิทรรศการ “จิ๋นซีฮ่องเต้” ครั้งแรกบนแผ่นดินไทย

ศรัณยู นกแก้ว | Writer | 16 September 2019



เปิดให้ชาวไทยชมอย่างเป็นทางการไปแล้วสำหรับนิทรรศการ จิ๋นซีฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา (Qin Shi Huang: The First Emperor of China and Terracotta Warriors) ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน ถึง 15 ธันวาคม 2562 ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ

ความน่าสนใจของงานนี้ไม่ใช่เพียงงบประมาณกว่า 60 ล้านที่ทุ่มลงไป หรือระยะเวลาการเจรจาระหว่างจีนและไทยที่ยาวนานร่วม 20 ปีเท่านั้น แต่เหล่ากองทัพทหารดินเผาและวัตถุโบราณทั้ง 133 ชิ้น ที่นำมาจัดแสดงล้วนเป็นมรดกโลกล้ำค่าที่ได้เปลี่ยนประวัติศาสตร์โลกเมื่อ 2,700 ปีก่อนเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นยุคเฟื่องฟูของสำริด ความเชื่อเรื่องโลกหลังความตาย การพลิกประวัติศาสตร์อาวุธในแผ่นดินจีนด้วยไกหน้าไม้ การฝึกม้าให้ร่วมรบกับทหารราบเป็นครั้งแรกของแผ่นดินจีน หรือแม้แต่ตุ๊กตาหญิงรับใช้ที่ผสมผสานแฟชั่นของซีกโลกตะวันตกและตะวันออกอย่างแนบเนียน

แน่นอนว่าไฮไลต์ของนิทรรศการครั้งอยู่ที่เรื่องราวความลี้ลับของโลกหลังความตาย และชีวิตอมตะที่จิ๋นซีฮ่องเต้ทรงแสวงหา พระองค์มิได้ทรงต้องการเป็นจักรพรรดิเพียงแค่แผ่นดินที่พระองค์ทรงปกครอง แต่พระองค์ยังทรงต้องการเป็นจักรพรรดิในโลกหน้า และโลกหลังความตายด้วย ดังนั้นสุสานของพระองค์ที่สร้างตั้งแต่พระชนมายุ 13 พรรษา และใช้เวลาสร้างนานถึง 38 ปี จึงเป็นการจำลองแผนผังนครเสียนหยางที่พระองค์ทรงปกครองลงไปใต้พิภพ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงเมือง ห้องอาวุธ โรงม้า วังชั้นใน วังชั้นนอก ล้วนถูกจำลองลงไปทั้งสิ้น เช่นเดียวกับกองทหารดินเผาอันเกรียงไกรของพระองค์ ซึ่งสร้างขึ้นให้มีขนาดเท่าคนจริงและถอดบุคลิกท่าทางของทหารที่มีตัวตนจริงๆ ทุกประการ ซึ่งปัจจุบันมีการขุดค้นพบกองทหารดินเผาเพียง 8,000 ตัวเท่านั้น และคาดว่าน่าจะมีทหารดินเผาเทียบเท่ากับกองทหารจริงของพระองค์ที่มีอยู่นับแสนคนซ่อนอยู่



สำหรับการเดินทางของเหล่าทหารดินเผามายังเมืองไทยเป็นครั้งแรกนั้นได้มีการจัดแบ่งนิทรรศการออกเป็น 4 โซน ส่วนใครที่ไม่อยากพลาดวัตถุโบราณชิ้นสำคัญ เพื่อนเดินทางมีเช็คลิสต์ไฮไลต์ของแต่ละโซนมาให้ชมกันแล้ว

โซน1: พัฒนาการก่อนการรวมชาติ ยุคราชวงศ์โจวตะวันออก
ปูพื้นฐานก่อนการเข้าชมงานนิทรรศการกันสักนิดในยุคก่อนการรวมชาติจีน ย้อนไปเมื่อ 2,700 ปีก่อนในยุคราชวงศ์โจวตะวันออก ซึ่งปกครองรัฐเล็กๆ อีก 7 รัฐ และหนึ่งในนั้นคือ “รัฐฉิน” ซึ่งเป็นรัฐเล็กๆ ที่ไม่ได้มีความโดดเด่นด้านการทหาร เท่ากับงานเครื่องปั้นดินเผา

นอกจากเรื่องราวของความเชื่อ ของใช้ทั้งในพิธีมงคล และอวมงคล และนักปราชญ์แห่งยุคอย่างขงจื้อแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์โจวตะวันออกคือ เกอ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ในกองทัพที่ทำมาจากสำริด สามารถแทงทำลุเสื้อเกราะ และใช้ดึงอาวุธจากมือของศัตรูได้ซึ่งแน่นอนว่ามีให้ชมของจริง

อย่างที่บอกว่าราชวงศ์โจวตะวันออกโดดเด่นด้วยงานสำริด ในห้องนี้จึงมี เหอ เป็นภาชนะสำหรับใส่สุราทำจากสำริด อีกชิ้นที่หาชมได้ยากคือแม่พิมพ์เงินปั้นเหลียง ซึ่งเป็นเงินที่หล่อด้วยสำริด มีการใช้มาต่อเนื่องและยาวนานราว 2,500 ปี ความรุ่งเรืองของโจวตะวันออกที่ยาวนานถึง 500 ปีทำให้เราได้เห็นตราประจำตำแหน่ง ที่จับประตู เครื่องประดับรูปหัวมังกรของท่านอ๋องที่ทำจากหยกและทอง ซึ่งยังคงส่องประกายมาถึงปัจจุบัน


 


โซน2: จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิองค์แรกของจีนผู้ผนวกโลกมนุษย์และสวรรค์
ไม่มีใครคาดคิดว่าเชื้อกษัตริย์ที่มีพระชนมพรรษา 13 พรรษาจากรัฐเล็กๆ อย่างรัฐฉินจะสามารถผนวกทั้ง 7 รัฐเข้าด้วยกันและตั้งตนขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีน “จิ๋นซีฮ่องเต้” โดยในโซนที่ 2 นี้ ได้บอกเล่าถึงการรวมแคว้นของจักรพรรดิจิ๋นซี และพระปรีชาสามารถของพระองค์

ไฮไลต์แรกที่ต้องเดินเข้าไปชมให้ได้คือ ไกหน้าไม้ ทำจากสำริด ซึ่งถือได้ว่าเป็นอาวุธที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์ทำให้รัฐเล็กๆ สามารถรวมชาติได้ ไกหน้าไม้ชิ้นนี้มีความเร็วและแรงยิ่งกว่าธนู อีกทั้งเป็นอาวุธที่ใช้เวลาฝึกหัดเพียง 3 วัน ไม่เหมือนธนู ดาบ และหอก ที่ต้องฝึกฝนเป็นแรมปี ดังนั้นด้วยอาวุธที่มีประสิทธิภาพจึงทำให้กองทัพจิ๋นซีฮ่องเต้เกรียงไกรและมีผู้เข้าร่วมรบเป็นจำนวนมาก หลังจากรวมอาณาจักรเข้าเป็นหนึ่งพระองค์ก็ทรงบัญญัติตัวอักษรเป็นภาษากลาง พร้อมคิดระบบชั่ง ตวง วัด ส่วนกลางขึ้นมา และสร้างระบบเงินตราให้ทุกรัฐใช้เหมือนกัน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและให้ทุกแคว้นสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ ในโซนนี้เราจึงได้เห็นทั้งลูกชั่งน้ำหนักปริมาณ 30 จิน หรือเทียบเท่า 15 กิโลกรัม และแผ่นสำริดจารึกพระราชโองการประกาศใช้มาตราชั่งตวงวัดเดียวกันทั้ง 7 รัฐ


โซน3: สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี มหาอาณาจักรใต้พิภพ
ความลับของสุสานจิ๋นซีคือสิ่งที่หลายคนเฝ้าคอย ไฮไลต์หลักคือเหล่าทหารดินเผา 4 นายที่นำมาจัดแสดง ทั้งพลธนูในท่านั่ง ทหารชั้นบรรดาศักดิ์ และแม่ทัพ เชื่อกันว่าทหารดินเผาเหล่านี้ปั้นขึ้นจากบุคลิกและท่าทางของทหารที่มีตัวตนอยู่จริงอยู่ในกองทัพ และนักวิชาการส่วนหนึ่งก็เชื่อว่าทหารทั้ง 8,000 ที่ขุดพบเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของกองทัพจิ๋นซีในโลกหลังความตายที่ยังคงถูกซ่อนไว้อีกนับแสน

แม้หลายคนจะสันนิษฐานว่าตุ๊กตาดินเผานี้เป็นวัฒนธรรมที่จิ๋นซีฮ่องเต้ได้รับมาจากซีกโลกตะวันตก แต่เมื่อดูละเอียดไปถึงลักษณะกล้ามเนื้อ ก็จะเห็นถึงความแตกต่าง เพราะงานตุ๊กตาดินเผาของราชวงศ์ฉินนั้นมีความตัน มีมวลมัดกล้ามเนื้อที่ไม่ได้พลิ้วไหวเท่า ทั้งนังผสมการทำแม่พิมพ์ ใส่การแกะสลัก มีการเคลือบ และระบายสีในภายหลัง ซึ่งสีเหล่านี้ได้หายไปภายใน 5นาที หลังการเปิดสุสานขึ้นมาครั้งแรก

ใกล้กับทหารคือ ม้าดินเผาขนาดเท่าจริง ชุดเกราะและหมวกที่ทำจากหิน ซึ่งประกับด้วยแผ่นหินเล็กๆ มากกว่า 400 ชิ้น ร้อยรัดเข้าไว้ด้วยลวดทองแดง มีการสันนิษฐานว่าหลุมที่ขุดพบชุดเกราะนั้นอาจจะเป็นที่ตั้งของคลังอาวุธ เพราะมีการค้นพบอาวุธและชุดเกราะอีกจำนวนมาก

นอกจากทรงต้องการเป็นจักรพรรดิทั้งในโลกมนุษย์และโลกหน้าแล้ว จักรพรรดิจิ๋นซีทรงเป็นผู้ที่แสวงหาหนทางสู่ชีวิตอมตะมาโดยตลอด พระองค์มักจะเสด็จโดยรถม้าออกไปยังที่ต่างๆ เพื่อค้นหายาอายุวัฒนะด้วยพระองค์เอง และความเชื่อหนึ่งก็คือทรงเชื่อว่าปรอทจะนำไปสู่ชีวิตที่เป็นอมตะ ในห้องนี้เราจะได้เห็นแผนผังของสุสานจิ๋นซีในพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการสำรวจ เหตุก็ด้วยมีการค้นพบไปปรอทที่เป็นอันตรายต่อคนหล่อเลี้ยงอยู่ในปริมาณมาก นักวิชาการจึงสันนิษฐานว่านี่น่าจะเป็นจุดที่ตั้งพระศพขององค์จักรพรรดิ



เราจะออกจากห้องนี้ไม่ได้เลยถ้าไม่ได้ชมรถม้าสำริดที่แม้จะเป็นชิ้นเดียวในนิทรรศการที่จำลองมา แต่ก็เก็บรายละเอียดไม่ต่างจากของจริงที่มีความบอบบาง และไม่เคยได้เดินทางออกไปนอกประตูเมืองซีอานเลย มีการสันนิษฐานกันว่าอาจจะเป็นรถม้าที่จำลองจากรถม้าที่องค์จิ๋นซีฮ่องเต้ทรงใช้จริง และก็มีบางส่วนเชื่อว่าพระองค์สวรรคตบนรถม้าขณะทรงเดินทางไปหายาอายุวัฒนะนั่นเอง

โซน4: สืบสานความรุ่งโรจน์ ยุคราชวงศ์ฮั่น
แม้ยุคแห่งจักรพรรดิจิ๋นซีจะจบลง แต่ความรุ่งเรืองที่พระองค์สร้างไว้ได้ถูกสืบต่อมาสู่ราชวงศ์ฮั่น โดยในโซนสุดท้ายนี้แบ่งเรื่องราวออกเป็นวิถีชีวิตของชาวฮั่น การเปิดเส้นทางสายไหมเชื่อมระหว่างโลกตะวันตกและตะวันออก และปิดท้ายด้วยความเชื่อเรื่องโลกหลังความตายที่ยังคงถูกส่งต่อมาสู่แผ่นดินฮั่น

ในหมวดวิถีชีวิตของชาวฮั่นนั้นจัดแสดงโบราณวัตถุจากสุสานฮั่นหยางหลิง มีทั้งบ้าน บ่อน้ำ และสัตว์เลี้ยงจำลอง เราประหลาดใจมากที่ชาวจีนยุคนั้นไม่ได้เลี้ยงแค่ม้า หมู วัว อย่างเดียว แต่ยังเลี้ยงสุนัขด้วย ซึ่งในนี้มีจัดแสดงตุ๊กตาดินเผารูปสุนัขเฝ้าอยู่ที่หน้าบ้าน

ส่วนเรื่องเส้นทางสายไหมนั้นเราจะเห็นการผสานวัฒนธรรมได้จากตุ๊กตาดินเผารูปทหารขี่ม้าซึ่งไม่ใช่สายพันธุ์พื้นเมืองในแผ่นดินฮั่น และก็เชื่อว่าเป็นสายพันธุ์ที่มาจากฟากตะวันตกอย่างแน่นอน อีกชิ้นไฮไลต์คืกตุ๊กตาสาวรับใช้ในวัง ขุดพบที่สุสานฮั่นหยางหลิงของจักรพรรดิ์จิ๋นตี้ ตุ๊กตาตัวนี้แต่งกายด้วยเสื้อแขนกว้างซ้อนทับกันหลายชั้น ยืนยันชัดเจนว่านี่เป็นแฟชั่นฮิตที่รับมาจากดินแดนเปอร์เซียแน่นอน นอกจากตุ๊กตาแล้วในสุสานแห่งนี้ยังพบตราประทับทำจากทองคำที่ต้องใช้แว่นขยายเท่านั้นจึงจะมองเห็น



อีกชิ้นสำคัญของห้องนี้คือข้าวของที่พบเจอในสุสานราชวงศ์ฮั่น และด้วยความที่แผนผังสุสานไม่ซับซ้อนเท่าในสมัยจักรพรรดิจิ๋นซี ทำให้นักโบราณคดีจีนได้พบเจอการรักษาศพด้วยวิธีการมัมมี่อยู่ในสุสานแห่งนี้ด้วย และอีกหนึ่งองค์ความรู้ที่ได้รับคือ สุสานในราชวงศ์ฮั่นไม่ได้เชื่อการสร้างโลกแห่งนิรันด์กาลด้วยปรอท แต่สุสานราชวงศ์ฮั่นใช้หยกเป็นเครื่องเก็บรักษาวิญญาณให้เป็นอมตะ เช่นเดียวกับหยกรูปหมูที่พบในมือศพ


 

ก่อนออกจากสุสานต้องผ่านคันฉ่องสำริดลายเมฆ ดวงดาว และมังกร จากนั้นจึงจะผ่านบานประตูสุสานขนาดย่อมสลักจากหินเป็นรูปพระอาทิตย์ พระจันทร์ และสัตว์มงคลต่างๆ ย้ำว่าการเดินทางใต้พิภพอันมืดมิดได้จบสิ้นลงแล้ว

เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าโลกหลังตาย หรือโลกหน้าขององค์จักรพรรดิจิ๋นซีจะยิ่งใหญ่อย่างที่พระองค์ทรงสร้างไว้หรือไม่ ชีวิตอมตะจะมีอยู่จริงใต้พื้นพิภพหรือเปล่า แต่สิ่งที่เรารับรู้ได้แน่ชัดคือ พระองค์ยังคงเป็นอมตะและอยู่ในทุกกาลเวลาไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินฉิน หรือแผ่นดินจีนในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นเรื่องราวอมตะที่คนทั้งโลกก็อยากจะรู้คำตอบเช่นกัน

กฏระเบียบก่อนการเข้าชม

  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่ที่ถนนหน้าพระธาตุ พระนคร กรุงเทพฯ โทร. 0-2224-1370
  • เปิดบริการวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.
  • ค่าเข้าชม คนไทย 30 บาท
  • หากเข้าชมเป็นหมู่คณะและต้องการภัณฑารักษ์นำชมควรติดต่อล่วงหน้า
  • ห้ามนำกระเป๋าใบใหญ่เข้าห้องจัดแสดง
  • ห้ามนำมีดพกและวัตถุมีคมเข้าห้องจัดแสดง
  • ห้ามนำไฟแช็กและวัตถุที่ก่อให้เกิดประกายไฟเข้าห้องจัดแสดง
  • ห้ามถ่ายภาพเคลื่อนไหวทุกชนิด
  • งดเซลฟี่ งดการใช้แฟลช และงดการใช้ไม้เซลฟี่
  • ถ่ายภาพนิ่งได้ด้วยกล้องมือถือเท่านั้น แต่ต้องปิดระบบแฟลช
  • ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าห้องจัดแสดง