×

“เมลเบิร์น” และการค้นพบใหม่ในเมืองเดิมที่ “นิรามย์ Eden’s” หลงรัก

นิรามย์ วัฒนสิทธิ์ | writer | 21 October 2019



เพื่อนรักสมัยมัธยมที่ไม่ได้เจอกันนานเพราะย้ายมาอยู่เมลเบิร์น เล่าเหตุผลว่าเธอตัดสินใจแต่งงานเงียบๆ เพราะพบ “companionship” ... นิรามย์ วัฒนสิทธิ์ แห่ง Eden’s ทบทวนความหมายของคำนี้ และพบว่าเมลเบิร์นของเขายิ่งมีความหมายและอินไซด์มากขึ้นกว่าทุกทีเมื่อทริปนี้มี companion ชื่อ The Boroughs

                                                                                    ..............................

Alasdair กับ Eddy มาเที่ยวกรุงเทพฯ และพักโรงแรมใกล้บ้าน ทั้งคู่แวะมาที่ Eden’s สองวันติด เราคุยกันถูกคอจนกลายเป็นเพื่อน อาจจะเพราะชอบและสนใจสิ่งเดียวกัน ทั้งคู่ทำร้านชื่อ The Boroughs อยู่ในย่านบรันสวิค 



“วันจันทร์เราหยุด ถ้าคุณว่างมาดื่มกาแฟด้วยกันไหม” 
อลาสแดร์ทักมาในไดเร็กแมสเซส ส่งร้านประจำแถวบ้านสองร้านมาให้เลือก เราพบกัน และการค้นพบใหม่ในเมืองเดิมที่นิรามย์หลงรักอยู่แล้วก็เริ่มต้นที่ย่านคาร์ลตัน และไล่เรื่อยขึ้นมาถึงบรันสวิคซึ่งเป็นทั้งบ้านและร้านของเดอะ โบโรวส์
 

Heartattack and Vine



“แซลมอนแซนด์วิชอร่อยมาก” เอ็ดดี้บอกตอนเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นเรายืนสั่งกาแฟและอาหารที่เคาน์เตอร์พอดี ไม่ผิดจากที่เธอพูด ขนมปังเชียแบตต้าไส้แซลมอนรมควันและพอร์เช็ตต้าแซนด์วิชที่สั่งมาอร่อยแบบกินหมดเกลี้ยง ทุกอย่างที่เสิร์ฟมาฤดูเรียบง่ายแต่รู้เลยว่าสำหรับคนทำคุณภาพของวัตถุดิบเป็นเรื่องใหญ่ เค้กและพายชิ้นเล็กที่ตั้งเรียงไว้ในตู้ข้างบาร์กาแฟก็อร่อยและดีในมาตรฐานเดียวกัน รูบาร์บฉ่ำและยังมีรูปทรงเป็นชิ้นวางบนเค้กเนื้อแน่นหนึบหอมกลิ่นเครื่องเทศ ทาร์ตไข่ชิ้นบางหอม มัน ครีมมี่ ขนาดพอดีกับกาแฟหนึ่งแก้วในวันที่ต้องการแค่อะไรเบาๆ

พอเที่ยงเมนูอาหารจะปรับเพิ่มมากขึ้นอีกหน่อยตามจำนวนสตาฟ เราคุยกันบนโต๊ะและเพลินกับอาหารจนเลยเที่ยง “ถ้าตอนเย็นคุณจะกลับมาร้านนี้อีกก็ได้นะ มันกลายเป็นคนละเรื่องกันเลย” เอ็ดดี้บอก และเมื่อถึงตอนเย็น โคมไฟเพดานโทนอบอุ่นและแสงเดย์ไลท์ถูกแทนที่ด้วยไฟดิมสลัวลง บาร์เค้กและกาแฟเมื่อเช้ากลายเป็นค็อกเทลบาร์และไวน์ อาหาร
จานเล็กหลากชนิดวางเรียงรายในตู้กระจกใสให้ลูกค้าเดินมาเลือกได้เลย เราเลือกออยสเตอร์ในเมนูคู่กับ Spritz ที่นั่งดูบาร์เทนเดอร์ชงเพลินระหว่างนั่งอยู่ที่บาร์ ยิ่งดึกเสียงยิ่งคักคัก มันต่างกันจริงกับตอนเช้า แต่ความรู้สึกเรียบง่ายอบอุ่นยังกรุ่นไม่ต่างกัน
(Heartattack and Vine 329 Lygon St., Carlton)
 

Reading







ร้านหนังสือสัญชาติออสเตรเลียนที่มีสาขาอยู่ทั่วเมือง และนี่เป็นช็อปใหญ่ที่มีหนังสือสารพัดประเภท มุมขายสมุด การ์ด ของใช้จุกจิกที่ซื้อให้เป็นของขวัญได้ รวมทั้งมุมขายไวนิลที่เปิดเพลงไปด้วยพอให้ไม่เหงา มีร้านหนังสือเด็กแยกต่างหากอยู่ติดกัน เรารักร้านนี้ในแง่ที่ทำให้การอ่านและการเดินเข้าร้านหนังสือยังคงเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน
(Readings Carlton 309 Lygon St.)

Market Lane Coffee



ช่วงหนึ่งของบทสนทนาเราบอกกับเอ็ดดี้และอลาสแดร์ว่า บรรดาร้านขายของแต่งบ้านสไตล์อินดัสเทรียลอย่างที่ชอบมากเมื่อ 7 ปีก่อน ตอนมาเมลเบิร์นครั้งสุดท้ายได้ปิดตัวลงหมดแล้ว แม้แต่จานใส่ขนมสไตล์ French Industrial ที่ร้านกาแฟ Market Lane ก็ถูกแทนที่ด้วยจานเซรามิคสีนู้ดเกลี้ยงๆ

“อินดัสเทรียลอาจตายไปแล้วจริงๆ” เอ็ดดี้ว่า “ตรงนี้มีร้านมาร์เก็ตเลนนะ เดี๋ยวเสร็จแล้วเราพาเธอไปเดินต่อ วันนี้อากาศดี”
“นี่ไง” อลาสแดร์ชี้ไปที่ช่องหน้าต่างสำหรับส่งรับกาแฟ take away ซึ่งล้อมรอบด้วยอิฐแดงและตรงขอบทาสีขาว ดอกแมกโนเลียสีชมพูอยู่ในแจกัน ประตูเล็กๆด้านข้างพาเข้าไปถึงในร้านซึ่งเล็กแต่มีคาแร็กเตอร์เฉพาะตัว เตาผิงนั้นให้อารมณ์แบบปารีสอพาร์ตเม้นท์ มีมุมเมล็ดกาแฟใส่ถุง และหนังสือ กับอุปกรณ์สำหรับสำหรับชงกาแฟที่บ้านขายด้วยครบ ..ในวันนี้มาร์เก็ตเลนเป็นเหมือนสถาบันกาแฟของเมลเบิร์นไปแล้ว และขยายไปถึง 6 ร้าน เพราะฉะนั้นเรื่องรสชาติและคุณภาพไม่มีอะไรต้องสงสัยแต่บรรยากาศของร้านสาขานี้มันพิเศษกว่า จนทำให้เรากลับมารักสไตล์ของ Market Lane ได้อีกครั้ง
(176 Faraday St., Carlton)

Good Days



“บรันสวิคเป็นย่านที่มีความแตกต่างหลากหลายของผู้คน ผมว่ามันมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ต่างไปจากย่านอื่น” อลาสแดร์ปูพื้นฐานให้ฟังระหว่างที่เราเดินลัดเลาะจากร้านของทั้งคู่เข้าสู่ Sydney Rd. “ตรงนี้มีซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ขายเฉพาะวัตถุดิบจากอิตาลี ฉันชอบมาเดิน” เอ็ดดี้เสริม

เราสังเกตเห็นถึงสิ่งที่เล่ามาผ่านป้ายร้านและชื่อที่มีตั้งแต่จีน ไทย ตะวันออกกลาง และมาจบที่หน้าร้านอาหารเวียดนามลุคโมเดิร์น “เราลองกันมาหลายร้าน เฝอที่นี่ถูกปากเราที่สุด” ขณะที่อากาศข้างนอกหนาว และในร้านเต็มขนาดมีคนรอคิวด้านนอก เฝอเนื้อในชามควันกรุ่น น้ำซุปใสแต่เข้มข้นด้วยกลิ่นน้ำกระดูกที่เคี่ยวกับผักผสมเครื่องเทศซึ่งเราไม่อาจระบุว่าเป็นชนิดไหน เนื้อหั่นบางที่ยังแดงตอนเสิร์ฟค่อยๆสุก นุ่ม อร่อย ไม่ถึงกับละลาย ปอเปี๊ยะสดก็อร่อย น้ำจิ้มมันๆ ตัดกับความกรอบของถั่วลิสงและพริกตำ ..มันเป็นอาหารเวียดนามที่ถ้าพูดตรงๆ ก็รสต่างกับที่เวียดนาม แต่นั่นไม่สำคัญ เรามีความสุขที่ได้กินเฝอรสชาตินี้ ในบรรยากาศแบบนี้ ในแก้วของทั้งคู่เป็นสาเก และแก้วเราคือไวน์ขาวจาก Yarra Valley
(Good Days Restaurants 165 Sydney Rd., Brunswick)

Wild Life Bakery



ไวลด์ ไลฟ์ เบเกอรี่ เป็นหนึ่งในสองร้านที่เอ็ดดี้กับอลาสแดร์ให้เลือกตอนนัดกัน “ไปเถอะ ผมเชื่อว่าคุณจะชอบและได้แรงบันดาลใจ เจ้าของร้านนี้เคยทำขนมให้กับมาร์เก็ต เลน จนวันหนึ่งเขาคิดว่าแล้วทำไมจะไม่ทำร้านของตัวเอง เขาเลยบินไปเรียนทำขนมปังกับ Tartine ที่อเมริกา แล้วก็กลับมาเปิดร้าน”

เราพูดได้ว่าได้กิน French toast ที่อร่อยที่สุดของตัวเองแล้วตอนตักคำแรกเข้าปาก มันคือความพอดีของความนุ่มขนมปัง ความหอม ความอุ่น ความมันเค็มของครีม และความเปรี้ยวจากเคิร์ดส้มที่ตัดรส ขนมปังอบใหม่ในกระบะที่กำลังจะวางเรียงบนชั้นก็ดูดีจนพอจะตัดสินจากรูปลักษณ์ได้ทันทีว่าอร่อยแน่ ครัวอบขนมปังกับครัวปรุงอาหารแยกห้องแต่อยู่ติดกัน เป็นครัวเปิดที่มองเห็นจากด้านนอก กลิ่นหอมกรุ่น ความสดใหม่ที่เห็นอยู่ข้างหน้า รวมกันเป็นความมีชีวิตชีวาที่ทำให้เราใช้เวลาในร้านขนมปังร้านนี้นานขึ้นอีกเป็นชั่วโมง (Wild Life Bakery 90 Albert St., Brunswick)

Wide Open Road



“คนทำร้านนี้กับ Heartattack and Vine เป็นทีมเดียวกัน ถ้าคุณสังเกตจะเห็นวิธีการใช้ประตูโค้ง โคมไฟและโครงเหล็กจากเพดานซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของพวกเขา แต่ที่ Wide Open Road อาจไม่ชัดเท่าเพราะพื้นที่กว้างขวางกว่า” อลาสแดร์อธิบาย
“แต่ก่อนเขาอยู่ใกล้ร้านเรากว่านี้ แต่พอลูกค้าขยายขึ้นเขาจึงย้าย ใช้โรงงานเก่ามาเป็นพื้นที่ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม มีทั้งกาแฟ บรั้นช์ และโรงคั่วกาแฟของตัวเองอยู่ในที่เดียวกัน”



กาแฟที่นี่ดีสมกับที่เป็นความถนัดพิเศษ กลิ่นคั่วกาแฟเคล้ากลิ่นอาหารปรุงใหม่ลอยแตะจมูกเป็นระยะ เราสังเกตว่าผู้คนในร้านดูคล้ายศิลปินและนักสร้างสรรค์ บางคนถือเครื่องดนตรีเข้ามาสั่งกาแฟ “คุณเข้าใจถูก อาร์ติสท์ย้ายมาอยู่ย่านนี้มากขึ้น และเดิมสตูดิโอทำเพลงก็อยู่แถวนี้อยู่แล้ว เราชอบที่มันเป็นอย่างนั้น”
(Wide Open Road 274 Barkly St., Brunswick)
 

The Boroughs



“เราเปิดร้านนี้กันมา 8 ปี แต่ถ้าให้นับจริงๆ ผมเริ่มทำสิ่งนี้เมื่อ 12 ปีที่แล้ว” 
สิ่งที่อลาสแดร์หมายถึงคือการเริ่มหาสินค้าประเภทสิ่งของใช้ในบ้านและงานคราฟท์จากผู้ผลิตที่อยู่ในย่านเดียวกัน “เราเลือกสิ่งที่ทำขึ้นภายในรัศมี 10 กิโลเมตรจากร้าน” เอ็ดดี้เสริม มันเป็นการตอกย้ำถึงเซนส์ของความเป็นชุมชนที่ทั้งคู่ให้ความสำคัญและเล่าให้เราฟังตั้งแต่พบกันครั้งแรกที่กรุงเทพ “เราอยู่ในย่านที่เต็มไปด้วยศิลปิน นักสร้างสรรค์และคนทำ เราอยากรวมสิ่งเหล่านั้นไว้ในร้าน ไม่ว่าจะเป็นงานเซรามิค ผ้า เครื่องเขียน งานศิลปะ”

เราสนุกและมองเห็นมากกว่าแค่ความสวยงามของชิ้นงาน เพราะเมื่อสนใจหรือหยิบจับของชิ้นไหนขึ้นมาดู เอ็ดดี้และอลาสแดร์มีเรื่องเล่าทุกชิ้น เกี่ยวกับคนทำ เกี่ยวกับคอนเซ็ปท์ หรือไม่ก็ขั้นตอนการ collaboration สร้างสรรค์มันขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเด็กที่เพื่อนของเธอวาดและตีพิมพ์เอง ลวดลายผ้าที่ออกแบบขึ้นมาโดยเพื่อนศิลปินและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับที่นี่โดยเฉพาะ ทั้งยังเคยจัดเป็นเอ็กซิบิชั่นในร้าน และพิมพ์เป็นกระดาษห่อช็อกโกแล็ตที่ผลิตโดย Monsieur Truffe ที่อยู่ในละแวกเดียวกัน...“เรามีความสุขกับสิ่งที่ทำ การค้นพบและการพัฒนาเป็นสิ่งที่ไม่เคยสิ้นสุด”
(The Boroughs 345 Lygon St., Brunswick)