×

เฉิดฉายความทันสมัยท่ามกลางวัฒนธรรมดั้งเดิมที่เฉิงตู

เพลินพรรณ เลิศล้ำสกุลทรัพย์ | Writer | 04 July 2018

ออกเดินทางตามเมืองแนะนำใน Travel Like A Pro เมืองใหญ่อันดับ 4 ของจีนเมืองนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ของส่วนผสมหลายๆ ขั้วแต่มีชีวิตชีวาน่าดู ดูแค่รูปก็อยากไปชมแพนด้า การแสดงเปลี่ยนหน้ากากเร็วสุดในโลก ต้นไซปรัสเก่า สีสันตัดกัน วัดวา เมืองโบราณ และสาวหมวยยุคใหม่ปากแดงใส่กี่เพ้าแต่คงธรรมเนียมเดิม

ช่วง พ.ศ. 2553 แผ่นดินมังกรแผ่กำลังขยายการเติบโตไปยังเมืองสำคัญต่างๆ อย่างไม่หยุดยั้ง รวมถึง “เฉิงตู” เมืองหลวงของมณฑลเสฉวนซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ หนึ่งในแผนการตลาดขั้นสูงที่ใช้ขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจคือการเรียกเก็บภาษีในราคาล่อตาล่อใจ โดยเฉพาะบริษัทไอที แฟชั่น และสื่อต่างๆ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คือ จำนวนไอแพดที่ส่งไปให้หนุ่มสาวสมัยใหม่ถือใช้กันอยู่นั้นราวสองในสามของโลกผลิตจากที่นี่ เฉิงตูจึงพลิกบทบาทจากเมืองเก่าก้าวเข้าสู่ความทันสมัย ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวขึ้นมาทันที การเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วส่งผลให้เฉิงตูผงาดขึ้นในฐานะเมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศ เป็นรองปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกว่างโจว โดยมีประชากรมากถึง14 ล้านคน

แม้ภายนอกจะให้บรรยากาศเต็มไปด้วยตึกระฟ้าเหมือนเมืองใหญ่โดยทั่วไปของจีน แต่เฉิงตูกลับแตกต่างโดดเด่นมากทางด้านวัฒนธรรม อาหาร ธรรมชาติอันงดงาม เมืองโบราณ วัดต่างๆ และศิลปวัฒนธรรมที่เก็บรักษาไว้อย่างดี ถ้าจะเปรียบ เฉิงตูก็คล้ายสาวหมวยยุคใหม่ที่ยังหยิบชุดกี่เพ้าออกมาใส่บ้าง ใบหน้าสะสวยแบบธรรมชาติ และยังคงอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมจีนไว้ได้อย่างน่าชื่นชม 

หากคุณรู้จักกรุงปักกิ่งในฐานะศูนย์กลางทางการเมืองของประเทศแล้วก็ไม่ควรพลาดศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของประเทศที่เมืองนี้ดูบ้าง แล้วจะรู้ว่าเสน่ห์ของเฉิงตูคือความมีชีวิตชีวา และไลฟ์สไตล์อันแสนผ่อนคลายมากกว่าเมืองใหญ่อื่นใดของจีน

 

เที่ยวไหนในเฉิงตู

1. ศูนย์วิจัยและอนุรักษ์แพนด้ายักษ์ เขตอนุรักษ์วู่หลง บ้านเกิดของช่วงช่วงกับหลินฮุ่ย (Chengdu Research Base of Giant Panda Breeding)

พ.ศ. 2546 ประเทศไทยมีโอกาสต้อนรับทูตสันถวไมตรีไทย-จีน “ช่วงช่วงและหลินฮุ่ย” แพนด้ายักษ์คู่รักขวัญใจเด็กๆ ซึ่งหลังจากมอบความสุขให้กับเมืองไทยเป็นเวลา 10 ปี ตอนนี้ทั้งคู่ได้กลับไปยังบ้านเกิด ณ ศูนย์วิจัยและอนุรักษ์แพนด้ายักษ์ สถานที่เพาะพันธุ์ ศึกษาเกี่ยวกับระบบนิเวศและการแพร่พันธุ์ของหมีแพนด้า 

จากจุดเริ่มต้นการก่อตั้งที่ทางศูนย์มีหมีแพนด้าเพียง 6 ตัว ปัจจุบันประสบความสำเร็จไปมากถึง 80 กว่าตัว เรียกได้ว่าแพนด้ากว่า 70% ของประเทศอยู่ที่นี่ เพราะความที่ใกล้สูญพันธุ์นี่ละทำให้แพนด้ากลายเป็นสมบัติแห่งชาติ ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการวิจัยและเพาะพันธุ์แพนด้าของโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถใกล้ชิดกับแพนด้า มีโอกาสแชะภาพถ่ายรูปอุ้มน้องแพนด้าเหมือนเวลาไปออสเตรเลียแล้วได้ถ่ายคู่กับเจ้าโคอาลานั่นเลย 

 

Getting there: จากสถานี Chengdu North Railway Station ไปยัง Panda Base ใช้รถบัสหมายเลข 9 ลงที่ Zoo Bus Stop จากนั้นเปลี่ยนรถบัสไปขึ้นสาย 87 หรือ 198 ลงที่ Panda Base Bus Stop ค่าเข้าชม 58 หยวน เวลาเปิด-ปิด 08.00-17.30 . ทุกวัน
 



2. วัดชิงหยาง (Qingyang Palace)

หนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดของลัทธิเต๋า สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907) ซึ่งเป็นช่วงที่ลัทธิเต๋าเจริญรุ่งเรือง เน้นหลักการ “อู๋เหวย์” มีสัญลักษณ์เป็นหยิน-หยาง กล่าวคือเน้นความเป็นธรรมชาติ ความเรียบง่าย ตัววัดมีอายุมากกว่าพันปี แต่สภาพวัดปัจจุบันส่วนใหญ่ได้รับการบูรณะในสมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ. 1644-1911) สถาปัตยกรรมโดดเด่นคือศาลาแปดเหลี่ยม (Eight Trigrams Pavilion) อาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสร้างขึ้นจากฐานสี่เหลี่ยมที่มีโดมทรงกลม เสาทั้งแปดวาดลวดลายมังกร ลักษณะอาคารสะท้อนปรัชญาจีนโบราณว่า “ท้องฟ้าเป็นวงกลมและแผ่นดินเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า”

 

Getting there: ขึ้นรถบัสได้หลายสาย เช่น 11, 19, 27 ค่าเข้าชม 10 หยวน เวลาเปิด-ปิด 08.00-18.00 .


3. โรงละครเสฉวนโอเปร่า (Sichuan Opera)

เสฉวนโอเปร่า (Chuan Ju - ฉวนจู) หรือการแสดงงิ้วเปลี่ยนหน้ากาก เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อปลายราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368-1644) และเริ่มต้นราชวงศ์ชิง (ค.ศ. 1644-1911) โดยผู้คนได้อพยพหนีน้ำท่วมเข้ามาในแถบมณฑลเสฉวน ดังนั้นหลากศิลปะการแสดงรวมถึงการเล่นละครต่างๆ ดนตรีพื้นบ้าน การเต้นรำ และการแสดงตลกถูกนำเข้ามาผสมผสานกับภาษาท้องถิ่น กลายเป็นโอเปร่าเฉพาะแบบชาวเสฉวน ส่วนการเขียนหน้ากากสืบทอดมาแต่โบราณโดยมีความเชื่อกันว่า คนโบราณวาดขึ้นเพื่อใช้ขับไล่สัตว์ป่า โดยปรับเป็นการแสดงซึ่งสร้างความอะเมซิ่งให้คนดูได้อึ้งกับลีลาการเปลี่ยนหน้ากาก โดยมีบันทึกกินเนสส์บุ๊กเรกคอร์ดให้กับมิสเตอร์เผิง เติ้งหวาย (Peng Denghuai) ปรมาจารย์ด้านการแสดงที่เปลี่ยนหน้ากากเร็วที่สุดในโลก ซึ่งใช้เวลาเปลี่ยนหน้ากาก 14 หน้าเพียง 25 วินาที ดังนั้นตลอดการแสดงจะสร้างความตื่นเต้นให้ผู้ชมตั้งแต่ต้นจนจบอย่างแน่นอน โรงละครตั้งอยู่บนถนน Qintai ในอาคารเก่าแก่ใจกลางเมืองเฉิงตู 

 

Getting there: Shu Feng Ya Yun Sichuan Opera ตั๋วราคาประมาณ 650 บาท แนะนำให้จองกับโรงแรม มีรถรับ-ส่งฟรี 

4. วัดอู๋โหว (Memorial Temple of Marquis Wu)

รู้จักกันดีในนามศาลเจ้าสามก๊ก สถานที่ยอดฮิตซึ่งอยู่ติดกับถนนโบราณจิ๋นลี่ ดังนั้นแนะนำให้กะเวลาชมสวนช่วงก่อนปิดคนจะได้ไม่เยอะ แล้วค่อยไปเดินชอปปิงหรือดินเนอร์ต่อ วัดครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 37,000 ตารางเมตร บรรยากาศภายในเงียบสงบ ผ่อนคลาย โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงจูกัดเหลียง (Zhuge Liang) หรือที่รู้จักกันดีในนาม “ขงเบ้ง” ตัวละครสำคัญในสามก๊กผู้มีบุคลิกฉลาดปราดเปรื่อง ที่ปรึกษาด้านการยุทธนาการของพระเจ้าเล่าปี่ ตัววัดสร้างขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 1672 ความพิเศษคือสวนของวัด ซึ่งได้รับยกย่องว่าสวยที่สุดในเฉิงตู ล้อมรอบไปด้วยต้นไซเปรสเก่าตัดกับสีแดงคลาสสิกของกำแพง ชวนย้อนเวลากลับไปหาจิ๋นซียิ่งนัก

 

Getting there: ใช้รถบัสสาย 1, 57, 82, 334, 335 ลงป้าย Wuhouci (Wuhou Temple) ค่าเข้าชม 60 หยวน เวลาเปิด-ปิด เดือนพฤษภาคม-ตุลาคม เวลา 8.00-20.00 . และเดือนพฤศจิกายน-เมษายน เวลา 8.00-18.30



5. เมืองโบราณ Luodai Ancient Town

หลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่เพียง 90 นาทีจากตัวเมืองเฉิงตู พาเราย้อนยุคไปสู่บรรยากาศจีนแบบโบราณของหมู่บ้านชาวจีนแคะ (Hakka) สถาปัตยกรรมโดดเด่นสวยงามด้วยบ้านเมืองเก่าสร้างจากไม้และอิฐ เหมาะกับการมาเดินเที่ยวเพื่อดูศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมของเฉิงตู มีร้านเช่าชุดแบบจีนโบราณให้ใส่เดินเล่นถ่ายรูป รวมถึงชิมอาหารพื้นเมือง เช่น จมูกหมูย่าง เตรียมใจไว้เลยว่าที่นี่ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว ดังนั้นยังพบปัญหาเรื่องการสื่อสารภาษาอังกฤษ แต่รับรองถูกใจคนชอบอะไรไม่ซ้ำใครแน่นอน 


Getting there: ใช้เวลาประมาณ 90 นาที โดยขึ้นรถไฟใต้ดินสาย 4 ไปยังสถานี Xihe จากนั้นต่อรถบัสสาย 219 (ค่าใช้จ่ายราว 7 หยวนต่อเที่ยว
 

เพื่อนเดินทางแนะนำ

- ลองเดินทางด้วยรถไฟ Hi-Speed G-Trains ไปกราบสักการะหลวงพ่อโตเล่อซาน จากสถานีรถไฟเฉิงตูตะวันออกไปลงที่เมืองเล่อซาน ระยะทางเกือบ 200 กม. แต่ใช้เวลาเดินทางแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น จองตั๋วรถไฟก่อนที่ http://english.ctrip.com/trains (ราคาประมาณ 65 หยวน) จากนั้นพิมพ์หลักฐานการจองนำไปโชว์พร้อมพาสปอร์ตเพื่อแลกเป็นตั๋วจริงที่สถานีรถไฟ อย่าลืมเผื่อเวลาในการแลกตั๋วก่อนเดินทางไว้ด้วย เมื่อถึงสถานีรถไฟเล่อซานสามารถเดินทางไปวัดหลวงพ่อโตเล่อซานได้ 2 วิธี คือ นั่งรถบัสสาย 3 จากด้านข้างสถานีรถไฟ หรือเรียกแท็กซี่ไปลงหน้าทางเข้าวัด (ค่าแท็กซี่ประมาณ 50 หยวน)

- จองที่พักให้เข้ากับบรรยากาศของเมืองแพนด้าที่ Chengdu Panda Apartment (คืนละประมาณ 1,300 บาท จาก Booking.com)
- ดาวน์โหลดแอป WeChat เผื่อไว้ใช้ติดต่อกับคนท้องถิ่น

- ดาวน์โหลดแอป VPN ก่อนที่คุณจะเดินทางถึงประเทศจีนเพื่อเข้าถึงทุกโซเชียล ที่ให้บริการฟรี ได้แก่ Betternet, VPN Master, Free VPN, Onavo Protect อาจมีปัญหาเรื่องสัญญาณหลุดบ้าง อันไหนหลุดให้สลับไปใช้อันใหม่ 

- ชอปปิงตามร้านค้าเล็กๆ จ่ายด้วยเงินสดดีกว่า เพราะร้านค้าส่วนใหญ่รับบัตรเครดิต Union Pay, Wechat Pay, Alipay มีบางร้านที่รับบัตรเครดิตประเภท Visa, Mastercard, JCB


ข้อห้ามจากเพื่อนเดินทาง
- งดการเดินทางช่วงฤดูฝน (กรกฎาคมและสิงหาคม) ระยะเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมเมืองเฉิงตูคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเมษายน และเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีปลายเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน 

- ไม่ต้องทิปเมื่อใช้บริการตามร้านอาหาร

- อย่าดื่มน้ำจากก๊อก

- อย่าลืมเอาทิชชูทั้งแห้งและเปียกไปด้วย เพราะห้องน้ำสาธารณะบางแห่งไม่มีให้