×

เวียนนา: จังหวะที่ลงตัวของวอลตซ์คลาสสิกและป๊อปสุดเท่

ปิยะลักษณ์ นาคะโยธิน | writer | 06 July 2018

เสียงเพลงจังหวะสวิงบีตอิเล็กทรอนิกาที่รูฟท็อปบาร์ของดีไซน์โฮเต็ล 25hours Hotel Vienna at MuseumsQuartier ไม่ใช่ท่วงทำนองที่คนคาดหวังนักว่าจะได้ยินในเมืองอันเป็นบ้านเกิดและที่พำนักของนักประพันธ์เพลงสายคลาสสิกมากหลายตั้งแต่โยฮันน์ ชเตราสส์, ชูแบร์ท, โมซาร์ท, เบโทเฟน, มาห์เลอร์ แต่เพลงย่อมเข้าบรรยากาศดีกับการตกแต่งและคอนเซปต์โรงแรมที่ออกจะเซ็กซี่ มีเสน่ห์ เปี่ยมสไตล์ แฝงอารมณ์ขัน และติดบ้านิดๆ ตามตัวอักษรไฟนีออนสีแดง we are all mad here บนอาคารคอนกรีตจากยุค 1970 ที่เติมยุคมิลเลนเนียลเข้าไปด้วยพื้นที่สามชั้นบนติดกระจกรายรอบ จัดชั้นบนสุดเป็นบาร์ดาดฟ้าที่ออกแบบเหมือนอยู่ในห้องนั่งเล่นประดับโซฟาวินเทจ วางจักรยานบนชั้น นอกชานมีสตูลนั่งทรงสูง เก้าอี้เตี้ยตั้งประชิดบานกระจกให้นั่งประจันหน้ากับวิวร้อยล้านด้านนอกที่ล้อมรอบด้วยอาคารจากยุคจักรวรรดิ พระราชวังหลวง ถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) และพื้นที่สีเขียวชอุ่มที่ไม่เคยถูกมองข้ามให้ต้องล้มหายไปจากเมือง 

มู้ดเก๋ๆ จักรๆ วงศ์ๆ เช่นนี้สื่อถึงบุคลิกลงลึกของเวียนนา ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งดนตรี นั่นหมายความถึงดนตรีทุกประเภทต่างมีที่ทางตอบสนองหูทุกรสนิยม วอลตซ์ สวิง โอเปร่า บิ๊กแบนด์ ป๊อป ร็อก แจ๊ซ บลูส์ แดนซ์ อิเล็กทรอนิกส์ เลานจ์ ฮิปฮอป อันเดอร์กราวนด์ ตลอดจนดีเจรีมิกซ์เพลงสุดโมเดิร์น และก็บอกความเป็นเวียนนาในความหมายที่ไม่ใช่แค่ความโอ่อ่าจากราชสำนักฮับสบูร์กที่เคยรุ่งเรืองในอดีต หากคือความเก่า ความใหม่ อารมณ์โหยหาอดีต เทรนด์ร่วมสมัย ความออริจินัล ความโมเดิร์น และอะไรๆ ที่ผสมกันในนั้น



หลังจิบสุดท้ายของค็อกเทล เดินเข้าห้องพักในโรงแรมด้วยมู้ดเหมือนเดินเข้าคุก กับกรงเหล็กล่ามกุญแจหน้ากระจกสามด้านภายในลิฟต์ที่พาลงจากบาร์ดาดฟ้าชั้นเก้ามายังห้องพักชั้นสามของโรงแรม 25hours ซึ่งตกแต่งราวกับหลุดเข้าไปในโรงละครสัตว์ ผนังเหนือเตียงนอนเพนต์ไว้ด้วยนักแสดงโยนลูกบอล ตัวตลก ที่ดูเหมือนศิลปินซัลบาดอร์ ดาลี ข้างๆ มีโคมไฟถักส่องแสงออกมาเป็นเส้นสาย ขณะที่เตียงควีนไซซ์ยกสูงเกินห้าสิบเซนติเมตรให้กระโดดขึ้นเตียง ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการโยนตัวขึ้นแทรมโพลีนให้เด้งดึ๋ง โต๊ะด้านข้างมีกระเป๋า Freitag แบรนด์สวิสที่เอาผ้าใบรถบรรทุกมาตัดเป็นกระเป๋าสุดแนวแต่ละใบไม่มีซ้ำ กับป้ายบอกให้เอากระเป๋าไปใช้ได้ตลอดเวลาที่เข้าพัก (ถ้าเช็กเอาต์ไปพร้อมกระเป๋าก็รอบิลบัตรเครดิตได้เลย) ยังไม่นับว่ามีรถยนต์ Mini ให้ไปทดลองขับเที่ยวเมืองได้ฟรี (มาก่อนได้ขับก่อน หรือจองไว้ตั้งแต่จองห้องพักเลย) แต่ถ้าจักรยาน เสียค่าเช่าหน่อย ได้ขี่ Schindelhauer จักรยานแบรนด์เยอรมันดีกรีรางวัล Red Dot Award 2014 



เห็นการคัดสรรแอ็กเซสเซอรีมาบริการเสริมแล้วก็ต้องบอกว่าโรงแรมแบรนด์นี้ไม่ธรรมดา จึงต้องจัดการสะพายกระเป๋า Freitag ออกสำรวจรอบโรงแรมที่อยู่ในทำเลดีงามย่านมิวเซียมส์ควอร์เทียร์ (MuseumsQuartier-MQ) เขต 7 (7th District) ที่อัดแน่นด้วยบูติกดีไซเนอร์ออสเตรียทั้งขึ้นชื่อและดาวรุ่ง ร้านขายของวินเทจ ของตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้ามีสไตล์ งานออกแบบแบรนด์เท่จากเยอรมนี สวิส สแกนดิเนเวีย ที่ “ยูนีก” “ไม่โหล” ไม่ใช่ร้านแบรนด์ใหญ่ที่ไปที่ไหนก็พบก็เจอ 

เพียงชอปปิงวินโดว์ดิสเพลย์ไปตามถนนปูหินก้อน เลี้ยวเลาะไปในซอยแคบเพื่อจะพบคอร์ตยาร์ดตรงกลางอาคาร ทะลุออกมาเจอไวน์บาร์ที่เสียงพูดคุยจอแจไปกับเสียงแก้วกระทบกัน ถัดไปคือคอฟฟี่บาร์ดีไซน์โมเดิร์นสีขาวสว่าง เก้าอี้ไม้สไตล์สแกนดิเนเวีย มีกาแฟคั่วเบลนด์ของตัวเอง เลือกอุปกรณ์ชงเพื่อให้สัมผัสรสชาติที่แตกต่างของกาแฟคั่วแต่ละเบลนด์ นี่ก็อีกเช่นกันที่บอกว่าเวียนนาไม่จมอยู่กับอดีต คอฟฟี่เฮาส์แบบดั้งเดิมยังคงได้รับการต้อนรับอุ่นหนาฝาคั่งพอๆ กับคอฟฟี่เฮาส์ในเทรนด์ของการดื่มกาแฟยุคใหม่ ที่นับว่าเพิ่มดีกรีให้วัฒนธรรมกาแฟเวียนนาดูน่าสนใจขึ้นไปอีก

Wiener Kaffee Hauser (Viennese Coffee House) คือลมหายใจของชาวเวียนนา ไม่ต่างจากคาเฟ่ของชาวปารีส ผับของอังกฤษ ร้านชาของอินเดีย และวัฒนธรรมร้านกาแฟในยุโรปก็เริ่มตั้งไข่ที่เวียนนาในยุค 1680 ที่เติร์กเข้ามายึดเวียนนา พร้อมนำวัฒนธรรมการดื่มกาแฟจากตะวันออกกลางมาด้วย คอฟฟี่เฮาส์เวียนนาจึงไม่ต่างจากสภากาแฟ จะมาดื่มกาแฟอย่างเดียวทำไม ในเมื่อร้านกาแฟมีหนังสือพิมพ์ นิตยสารหลายหัวให้นั่งอ่าน มีขนมอร่อยให้กิน (คอฟฟี่เฮาส์มาคู่เบเกอรี่ชนิดขาดกันไม่ได้) มีอาหารกินอิ่ม มีบรรยากาศชวนถกปรัชญา พูดคุยเรื่องไร้สาระ ตกลงธุรกิจหมื่นล้าน วิจารณ์งานศิลปะ กระทั่งนั่งพักหลังชอปปิงแล้วก็เปิดดูข้าวของที่เพิ่งซื้อมาเผื่อว่าจะเดินกลับไปซื้ออีกชิ้นที่ยังตัดใจไม่ลง 

ในแง่ของการตกแต่งแล้ว คอฟฟี่เฮาส์แบบดั้งเดิมออกมาในโทนสีน้ำตาลของเฟอร์นิเจอร์ไม้ เก้าอี้เบาะนุ่ม โต๊ะเป็นท็อปหินอ่อน แชนเดอเลียร์ระย้า แสงไฟสีอมส้ม ม่านกำมะหยี่ และบริกรรุ่นซีเนียร์ในชุดสูทสุดแสนสุภาพบุรุษ (เป็นเอกลักษณ์ไม่ต่างจากพนักงานสวมสูทสีเหลืองของโรงภาพยนตร์ลิโด-สกาลา) เสิร์ฟกาแฟด้วยถาดเงินที่มาคู่แก้วน้ำถ้วยเล็ก เพื่อให้ดื่มน้ำไปเจือจางคาเฟอีน ขณะที่คอฟฟี่เฮาส์รุ่นใหม่ก็เสิร์ฟกาแฟในถาดเงินคู่น้ำหนึ่งแก้ว แต่บาริสต้าและบริกรอยู่ในลุคสบายๆ กางเกงยีนส์ เสื้อยืด เชิ้ตเดอนีม ผ้ากันเปื้อนคลุมเข่า บ้างมีรอยสักที่แขน บ้างผมสกินเฮด บ้างเจาะจมูก ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ที่เครื่องชงกาแฟขัดไว้เงาวับ ชงกาแฟเอสเปรสโซหนึ่งช็อตด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ใส่นมผสมเข้าไป ตีฟองนมโปะหน้า จนได้กาแฟที่ชาวเวียนนาสั่งเป็นกิจวัตรมาแต่ดั้งแต่เดิมคือ Wiener Melange ขนาดเราที่ดื่มกาแฟดำทุกเช้า เมื่อมาเวียนนาก็สั่ง “เมลองจ์” ไปเสียทุกร้าน คัปปุชชีโนของที่นี่คือเมลองจ์ (กาแฟดำ นมร้อน ฟองนม) โรยด้วยผงโกโก้ ส่วนคาเฟ่ลาเต้ที่คุ้นเคยที่นี่คือกาแฟดำ (ซึ่งเรียกว่า Mocha) ใส่นมเยอะๆ ฟองนม เสิร์ฟในแก้วทรงสูงและช้อนที่ยาวไม่ต่างจากแก้ว แล้วกาแฟเย็นในเมนู Wiener Eiskaffee คือกาแฟเย็นใส่ไอศกรีมวานิลลา โปะหน้าด้วยวิปครีม มีแครกเกอร์แท่งกลมปักมาให้กินด้วย

Wiener Kaffee Hauser (Viennese Coffee House) คือลมหายใจของชาวเวียนนา ไม่ต่างจากคาเฟ่ของชาวปารีส ผับของอังกฤษ ร้านชาของอินเดีย และวัฒนธรรมร้านกาแฟในยุโรปก็เริ่มตั้งไข่ที่เวียนนาในยุค 1680 ที่เติร์กเข้ามายึดเวียนนา พร้อมนำวัฒนธรรมการดื่มกาแฟจากตะวันออกกลางมาด้วย คอฟฟี่เฮาส์เวียนนาจึงไม่ต่างจากสภากาแฟ

ห้องนั่งเล่นของเวียนนา MuseumsQuartier ได้ชื่อว่าเป็นห้องนั่งเล่นแสนเก๋ด้วยจัตุรัสวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในพื้นที่กว่า 640,000 ตารางฟุต ติดพระราชวังอิมพีเรียล (Hofburg-Imperial Palace) ในบริเวณที่เคยเป็นโรงม้าหลวง วางรายเรียงเห็นเป็นลายกราฟิกด้วยเก้าอี้นอน Enzi แทนที่จะเป็นม้านั่งแบบดาษดื่น

เสพคาเฟอีนกินบรรยากาศคอฟฟี่เฮาส์เวียนนาแบบดั้งเดิมและโมเดิร์นอยู่หลายเจ้า ก็ให้ติดใจร้านกาแฟบวกร้านหนังสือบวกร้านเฟอร์นิเจอร์ที่ชื่อ Phil โต๊ะนั่งมีหลายแบบ โซฟาเรโทร เก้าอี้สีนีออน (ชอบตัวไหน ดูป้ายราคา ซื้อกลับไปได้) แทรกไว้ด้วยชั้นวางหนังสือ วรรณกรรมภาษาเยอรมัน หนังสือภาพภาษาอังกฤษ ดีวีดี แผ่นเสียง สมุดบันทึก โปสต์การ์ด โซนหนังสือเด็กมีโคมไฟลูกบอลดิสโก้สีเงินวาวที่หมุนไปหมุนมาสะท้อนไฟสีฟ้าดูราวกับท้องฟ้าดาวระยิบ ส่องแสงไปถึงห้องน้ำด้านล่างที่ป้ายห้องน้ำชายติดรูปเดวิด โบวี ห้องน้ำหญิงจะติดรูปใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าแม่มาดอนน่า 

ผู้ชายที่นั่งโซฟาอีกด้านซึ่งเราไปขอปันนั่งด้วยเพราะไม่มีโต๊ะว่างเลยใช้ปากกาแท่งน้ำเงินขีดเขียนอะไรลงสมุดหน้ากระดาษลายตาราง (นี่แอบชำเลืองดู) แล้วขีดเส้นใต้ด้วยปากกาแท่งสีแดง ส่วนปากกาแท่งสีเขียววางไว้ตรงแฟ้มงานที่มีชามโยเกิร์ตผลไม้กับน้ำสมูทตี้สีเขียวดูเฮลตี้วางไว้ข้างกัน ชายหญิงโต๊ะฝั่งตรงข้ามสนทนาออกรสพ่นเสียงหัวเราะออกมาเป็นระยะ ส่วนเรากำลังช้ำใจที่เมลองจ์ออกมาไม่สวยเนี้ยบพอจะโพสต์รูปลงอินสตาแกรม เพราะหนุ่มหน้าใสถือถาดกาแฟมาเสิร์ฟเดินสะดุดหน้าโต๊ะพอดี กาแฟกระฉอกลงจานรอง เขาขอไปเปลี่ยนแก้วใหม่ให้ แต่รอยยิ้มชวนละลาย คนไทยใจดีจึงหล่นคำพูดติดปากว่า “ไม่เป็นไร”

กางแผนที่เมืองอยู่ในร้านกาแฟที่เหมือนนั่งในห้องนั่งเล่นแล้วก็ได้เวลาหาอาหารสมองบำรุงจิตใจกันที่ต่อห้องนั่งเล่นของเวียนนา MuseumsQuartier ได้ชื่อว่าเป็นห้องนั่งเล่นแสนเก๋ด้วยจัตุรัสวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในพื้นที่กว่า 640,000 ตารางฟุต ติดพระราชวังอิมพีเรียล (Hofburg-Imperial Palace) ในบริเวณที่เคยเป็นโรงม้าหลวง วางรายเรียงเห็นเป็นลายกราฟิกด้วยเก้าอี้นอน Enzi แทนที่จะเป็นม้านั่งแบบดาษดื่น หากคือเก้าอี้อเนกประสงค์โดยบริษัทสถาปนิกเวียนนา PPAG ผู้ออกแบบคอร์ตยาร์ดด้านในของ MQ ที่ไม่ใช่แค่นั่งได้ เอนกายได้ แต่มีพื้นที่พอให้วางของ เปิดโน้ตบุ๊กทำงาน จับกลุ่มคุยโต๊ะกลม คุณพ่อคุณแม่ปูผ้าให้เบบี้นอนดื่มนมระหว่างที่พี่ชายคนโตฝึกเล่นเปตองอยู่ตรงลานข้างๆ แถมยังสร้างสีสันด้วยการเปลี่ยนสีเก้าอี้ทุกปี เป็นสีในแพนโทนรหัสสีจำยากแต่ซอฟต์ลงทันใดเมื่อเป็นพาสเทลเปรี้ยวจี๊ด ตั้งแต่สีส้ม สีเขียวพิสตาชิโอ สีชมพูลูกกวาด ชวนให้สายตาสอดส่ายหาเก้าอี้ว่างเพื่อหย่อนนั่งเก๋ๆ

มิวเซียมส์ควอร์เทียร์รายล้อมด้วยอาคารสไตล์บารอก เรอเนสซองซ์ และอาคารสมัยใหม่จ๋า ให้ภาพแบบโพสต์โมเดิร์นของเมืองที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ไร้ราก ท็อปฟอร์มด้วยพิพิธภัณฑ์น่าดูตั้งแต่ Leopold Museum พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่โดดเด่นด้วยมาสเตอร์พีซของยอดศิลปินออสเตรีย Gustav Klimt และ Egon Schiele, mumok (Museum of Modern Art Ludwig Foundation Vienna) ที่อาคารสมัยใหม่บอกอยู่เป็นนัยว่าจัดแสดงศิลปะแห่งศตวรรษที่ 20-21, พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมออสเตรีย Az W-Architekturzentrum Wien, หอศิลป์ Kunsthalle Wien ศิลปะร่วมสมัยและสมัยใหม่, Designforum Wien ศูนย์การออกแบบ เน้นงานกราฟิกดีไซน์ มัลติมีเดีย ออกแบบสินค้า ออกแบบภายใน ตลอดจนพิพิธภัณฑ์เด็ก ZOOM Children’s Museum 



อาคารรายรอบมิวเซียมส์ควอร์เทียร์หาได้มีแต่พิพิธภัณฑ์ ยังมีคนอีกมากรวมถึงนักท่องเที่ยวเวลาน้อยที่ไม่ได้อยากเข้าพิพิธภัณฑ์ แต่ชอบบรรยากาศคึกคักของผู้คนสายศิลปะงานดีไซน์ ร้านอาหารและคาเฟ่เป็นทางเลือกให้มาจ่อมจมป๊อปคัลเจอร์แบบไม่ต้องยึดติดกับย่านชอปปิงกินดื่มสายหลักของเมืองแถวรอบโบสถ์เซนต์สตีเฟน (St. Stephen’s Cathedral) แนวอาเขตของมิวเซียมส์ควอร์เทียร์คือร้านอาหารและบาร์อย่าง Restaurant Halle ตกแต่งด้วยงานดีไซน์เก๋ ร้าน Kantine ถัดจากร้านหนังสือที่เดินเชื่อมถึงกันได้ หรือจะไปนั่งกินอาหารในร้านอาหารของพิพิธภัณฑ์ (โดยไม่ต้องเข้าพิพิธภัณฑ์) เช่น Café Restaurant Corbaci ใน Architekturzentrum ที่เพดานงามงดด้วยลวดลายกระเบื้องตุรกีล่อกล้องถ่ายรูปมากๆ และตัวเลือกในการซื้อของฝากไม่ซ้ำใครก็อยู่ตามบูติกดีไซน์ ร้านหนังสือ และร้านขายของของพิพิธภัณฑ์ ที่มีทั้งงานดีไซน์สวยเก๋ เรียบเท่ ดอกพร้อย และผลิตภัณฑ์รักษ์โลกอย่างขวดน้ำกับถ้วยกาแฟวัสดุรีไซเคิล



เมื่อเดินออกจากซุ้มประตูโค้งของมิวเซียมส์ควอร์เทียร์ไปยังอีกทิศทางมุ่งสู่อนุสาวรีย์จักรพรรดินีมาเรีย เทเรซา วังหลวง และถนนสายวงแหวน (Ringstrasse) อันเป็นมาสเตอร์พีซของการวางผังเมืองเมื่อแรกเปิดใช้ใน ค.ศ. 1865 เหลียวหลังกลับไปดูสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ไฟนีออนหลากสีวิบวับจากร้านเกมตรงอาเขตมิวเซียมส์ควอร์เทียร์ ในความเก่าความใหม่ที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนคือความเป็นเวียนนาที่ทั้งโอ่อ่าราชสำนัก ทั้งสวยเก๋ทันสมัย เป็นอารมณ์โหยหาอดีต เทรนด์ร่วมสมัย ความออริจินัล ความโมเดิร์น และอะไรๆ ที่ผสมกันในนั้น ที่ทำให้เราปักหมุดเวียนนาเป็นเมืองโปรดที่พึงกลับไปเยือนได้ไม่มีเบื่อ


 

เพื่อนเดินทางแนะนำ

Stay: 
• 25hours Hotel Vienna at MuseumsQuartier-Lerchenfelder Strasse 1-3, 1070 Vienna, Austria www.25hours-hotels.com/en/hotels/vienna/at-museumsquartier

Café:
• Phil-Gumpendorfer Strasse 10-12, 1060 Vienna, Austria เปิดวันจันทร์ 17.00-01.00 น. วันอังคารถึงอาทิตย์ 09.00-01.00 น. www.phil.info (ภาษาเยอรมัน) 
• Café Bellaria-Bellariastrasse 6, 1010 Vienna, Austria เปิดวันจันทร์ถึงศุกร์ 07:30-00.00 น. เสาร์ 10.00-00.00 น. วันอาทิตย์ 11.00-21.00 น. www.cafebellaria.at (ภาษาเยอรมัน)
• Café Imperial-Kärntner Ring 16, 1010 Vienna, Austria เปิดทุกวัน เวลา 07.00-23.00 น. อาหารเช้าเวลา 07.00-11.00 น. www.cafe-imperial.at 

Market: 
• Naschmarkt-Wienzeile, 1060 Vienna, Austria เปิดวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 6.00-19:30 น. วันเสาร์ 6.00-18.00 น. ตลาดเดินสนุกด้วยบูทขายอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ข้าวของกว่า 120 แผง www.wienernaschmarkt.eu (ภาษาเยอรมัน) 

Getting to Vienna: 
การบินไทยมีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ทั้งบินตรงและเปลี่ยนเครื่องสู่เวียนนาทุกวัน (www.thaiairways.com) หากผนวกเวียนนาเป็นหนึ่งในหลายเมืองเที่ยวยุโรปด้วยรถไฟ แนะนำบัตรโดยสารรถไฟราคาพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่าง Eurail Select Pass (เลือกได้ 3-5 ประเทศที่มีพรมแดนติดกัน) หรือ Eurail Global Pass (เดินทางด้วยรถไฟใน 24 ประเทศยุโรป) ติดต่อซื้อตั๋วรถไฟยุโรปได้ที่ RTS เลขที่ 159/17 ห้อง 1117 ชั้น 11 ตึกเสริมมิตร ซอยสุขุมวิท 21 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทรศัพท์ 0-2661-7157 ต่อ 28-29 หรือทาง www.facebook.com/EuropeRailByRts

Vienna City Card: 
บัตรท่องเที่ยวที่ใช้เดินทางขนส่งมวลชนของเวียนนาได้ไม่จำกัดเที่ยวภายในระยะเวลาที่กำหนด ใช้เข้าพิพิธภัณฑ์ได้ฟรี หรือเป็นส่วนลดค่าเข้าชมและกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ มีบัตร 24 ชั่วโมง (17 ยูโร), 48 ชั่วโมง (25 ยูโร) และ 72 ชั่วโมง (29 ยูโร)

Travel Info: 
Tourist-Info Vienna-Albertinaplatz/Maysedergasse, 1010 Vienna เปิดบริการข้อมูลท่องเที่ยวทุกวัน เวลา 9.00-19.00 น. อีเมล info@wien.info เว็บไซต์ www.wien.info