×

เพื่อนเดินทาง x เรย์ แมคโดนัลด์: Content Creator เรื่องเที่ยวตัวจริงของเมืองไทย 

ชนานันทน์ สุนทรนนท์ | Features Editor | 09 July 2018

เรย์ แมคโดนัลด์ Content Creator เรื่องเที่ยวตัวจริงของเมืองไทย ที่มาพร้อมกับโจทย์ท้าทายและเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน

Travel Like A Pro เรื่องที่ 2 ขอแนะนำ “เรย์ แมคโดนัลด์” ชื่อที่ทำให้คุณนึกถึงนักเดินทางที่เดินทางมาแล้วกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เจ้าของรายการท่องเที่ยวที่ใส่ความกล้าและไอเดียเจ๋งแบบจัดเต็มด้วยใจรักล้วนๆ นับตั้งแต่เป็นพิธีกร ไอดอลวัยรุ่นยุค 1990 สู่นักเดินทางและ Content Creator เรื่องท่องเที่ยวตัวจริง 


Travel Like A Pro เรื่องที่ 2 ขอแนะนำ “เรย์ แมคโดนัลด์” ชื่อที่ทำให้คุณนึกถึงนักเดินทางที่เดินทางมาแล้วกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เจ้าของรายการท่องเที่ยวที่ใส่ความกล้าและไอเดียเจ๋งแบบจัดเต็มด้วยใจรักล้วนๆ นับตั้งแต่เป็นพิธีกร ไอดอลวัยรุ่นยุค 1990 สู่นักเดินทางและ Content Creator เรื่องท่องเที่ยวตัวจริง 

“ไม่ใช่นักเดินทางอย่างเดียวนะ ผมก็เคยเป็นนายแบบ ช่วงนั้นฮอตเชียว แล้วก็เป็นนักแสดงด้วย เข้าไปเช็กดูกูเกิลง่ายๆ ได้รางวัลสองปีซ้อนเลย ไม่ธรรมดา” พร้อมกับออกตัวหลังมุกตลกหน้าตายในสไตล์ส่วนตัวว่า “อันนี้ผมพูดเล่นนะครับ ก่อนที่คนจะเกลียดผม (หัวเราะ)” นับเป็นการเริ่มต้นบทสนทนาที่การันตีว่านี่คือเรย์ แมคโดนัลด์ตัวจริง! 

เดินทางเพราะพี่สาว
กว่าสิบปีแล้วที่เราได้เห็นเรย์ออกเดินทางไปยังเมืองต่างๆ กับโจทย์สุดหินที่เป็นคอนเซปต์ของแต่ละรายการหรือโปรเจกต์ (ทำไมต้องยากขนาดนั้น! แต่ถ้าไม่ยากก็ไม่สนุก) เช่น นั่งรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปลอนดอน เดินทางด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกที่สุด ขึ้นเขาลงห้วยด้วยตุ๊กๆ หรือตามไปดูและคลุกวงในวัฒนธรรมการกินแบบถึงลูกถึงคน ถึงกับชิมเลือดวัวที่ชาวมาไซมาราล่ามาแล้ว ผู้ชายคนนี้ยอมรับว่าไม่คิดว่าวันหนึ่งการออกเดินทางจะกลายเป็นอาชีพและให้ประสบการณ์ที่ประเมินไม่ได้เลย และถ้าย้อนกลับไป จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เรย์หลงใหลการเดินทางก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นพี่สาวแท้ๆ ที่อายุห่างกัน 4-5 ปี “พี่สาวมีอิทธิพลค่อนข้างเยอะเหมือนกันนะ ตอนนั้นเขาเรียนที่อังกฤษ พอกลับมาแล้วก็ไปเที่ยวแบ็กแพ็กตามที่ต่างๆ เป็นเหมือนฮีโร่ของเราเลย แล้วเราก็เดินทางตามเขา ยังมีช่วงที่แข่งกันด้วยว่าไปมาแล้วกี่ที่ แต่เขาได้แต้มต่อนิดหนึ่ง เพราะเขาทำงานสายการบิน” 

มากกว่า 70 คือจำนวนประเทศที่เขาเดินทาง 
“เป็นตัวเลขที่นับล่าสุด แต่เราเลิกเล่นเกมนี้ไปสักพักแล้ว เกมที่ติ๊กชื่อประเทศออกไปหลังจากเราไปมา หรือนับว่ามันจะเพิ่มเติมแตะร้อยเมื่อไหร่ เพราะมีหลายที่ที่เราเริ่มจะกลับไปอีก ไปเห็นตอนที่เราอายุมากขึ้น อยากรู้ว่าที่ที่เคยไปตอนอายุ 10 ปลายๆ 20 ต้นๆ จะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยขนาดไหน หลายๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปจนจำไม่ได้ หลายๆ ที่เหมือนเดิมแต่ว่าเราเปลี่ยนไป” เมื่อนักเดินทางเติบโตขึ้น เรย์บอกว่าเสน่ห์ต่างๆ ที่เขาไม่เห็นในช่วงวัยเด็กหรือวัยหนุ่มเริ่มกลายเป็นรายละเอียดที่น่าประทับใจ “เราเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนรุ่นแม่ รุ่น 50-60 ปี ถึงเริ่มถ่ายรูปกับพวกดอกไม้ใบหญ้า แต่ตอนนี้เรายังไม่ไปถึงจุดนั้นนะ”

เรย์กับที่สุดในแต่ละจุดหมายปลายทาง
จากจุดหมายปลายทางที่เคยไปเยือน เราพูดคุยถึงส่วนหนึ่งของการเดินทางที่เรย์ยกให้เป็นที่สุด ซึ่งเชื่อว่าหลายสถานที่เป็นจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางต้องอยากไปเยือน

“เชียงใหม่” ทริปในตำนานกับอิสระของการออกเดินทาง: เมื่อพูดถึงทริปที่ทำให้เขาอยากออกเดินทางครั้งแล้วครั้งเล่า (ที่เราขอเรียกว่าทริปในตำนาน) เรย์เล่าย้อนถึงทริปในวัยเด็กตอนอายุ 12 ปีของเขา ที่อาจฟังดูธรรมดาทว่าเป็นทริปที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจทำให้เขาอยากเดินทางแบบเต็มๆ “เป็นทริปเที่ยวสงกรานต์ที่จังหวัดเชียงใหม่กับเพื่อนๆ รุ่นพี่ เป็นการเดินทางที่ทำให้เรารู้สึกอิสระเป็นครั้งแรก ให้ความรู้สึกว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว อยากทำอะไรก็ได้ทำในตอนนั้น”

“มองโกเลีย” ชอบที่สุด อยากไปแล้วอยากไปอีก (ราวกับเคยเกิดที่นี่): เรย์บอกเพื่อนเดินทางว่ามองโกเลียเป็นประเทศที่ไปกี่ทีก็รัก และบอกกับทุกคนว่าเป็นประเทศที่ชอบที่สุดในการเดินทาง ด้วยภูมิประเทศที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาและวิถีชีวิตของผู้คนที่ชวนให้ย้อนนึกถึง Nomad หรือชนเผ่าเร่ร่อนดั้งเดิมที่เต็มไปด้วยความอิสระ ซึ่งพาเขาย้อนกลับไปและนึกถึงเรื่องราวในประวัติศาสตร์สมัยเจงกิสข่าน เป็นสถานที่ที่แน่นอนว่าหากมีโอกาสเขาต้องกลับไปอีก

“อินเดีย” มันสุดๆ สีสันมาเต็ม: หากเป็นประเทศที่มันสุดๆ ในแง่ที่เปลี่ยนทัศนคติและมุมมองต่อตัวเองได้ในทุกแง่มุม เรย์ฟันธงให้อินเดียเป็นที่สุดที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ตั้งแต่เรื่องภาษา อาหาร วัฒนธรรมที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ที่กว้างใหญ่ของประเทศ ทั้งเหนือ กลาง ใต้ ตะวันออก ตะวันตก มีเมืองใหญ่ที่อาจทำให้เราบ้าได้ แต่ถ้าออกเดินทางไปนอกเมืองนิดเดียวก็ทำให้เราสงบ “ถ้าใครอยากจะทำให้ชีวิตมีสีสัน หรือค้นพบตัวเอง ผมว่าอินเดียแล้วกัน แล้วผมก็รักอินเดียนะ” 

“เนปาล” ซึ้งและทึ่งในที่เดียว: สถานที่ที่เขานึกถึงเป็นความซึ้งที่ไม่ได้ทำให้นึกถึงการเดินจับมือกับคู่รัก แต่เป็นความซึ้งและทึ่งกับความงดงามของธรรมชาติที่เนปาลตอนที่เขาอายุ 15 ปี “หลังออกจากกาฐมาณฑุไปนิดเดียว ตอนนั้นฟ้าเปิด สิ่งที่เห็นเป็นเหมือนภาพวอลเปเปอร์ที่สวยมาก ทำให้รู้ว่าโลกนี้ยิ่งใหญ่จริงๆ เราโชคดีที่ได้มาเกิด ได้มาเห็น แล้วเราก็นั่งแช่อยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมงๆ” 

“บางแสน” ความทรงจำในวัยเด็ก ที่ที่อยากไปกับครอบครัว: เรย์บอกว่าเขาชอบทะเล อยากไปบางแสนมาก ถ้าเป็นทริปแรกที่ไปด้วยกันอยากพาลูกไปบางแสนที่สุด (แน่นอนว่าภรรยาด้วย) “เพราะว่ามันเป็นหาดแรกที่เราไป เราก็อยากให้ลูกเราได้ไปหาดแรก เราไปทะเลครั้งแรกตอนนั้น 8-9 ขวบ พอรถเลี้ยวลงไปแล้วเห็นทะเลข้างหน้า มันว้าวมากนะ มันได้กลิ่นทะเล เป็นอะไรที่พิเศษ ยังจำได้ถึงทุกวันนี้ที่โตแล้ว แล้วก็ต้องส้มตำ ไก่เหลือง บางแสน...สักหน่อยไหม (หัวเราะ)”

เพื่อนเดินทาง” ของเขา
เปเล่-คริสโตเฟอร์ วอชิงตัน เพื่อนพิธีกรร่วมรุ่นยุค 1990 ของเรย์คือเพื่อนเดินทางที่เขากำลังจะพูดถึง “ถ้าไม่ใช่แฟน เพื่อนคนหนึ่งที่เดินทางด้วยกันบ่อยสุดคือคริสโตเฟอร์ วอชิงตัน ชื่อฝรั่งมาก แถวบ้านเรียกเล่ เป็นลูกครึ่งอีสานเหมือนกัน เขาเป็นเพื่อนเดินทางที่อยู่ในวงการ แต่จะอยู่เบื้องหลังมากกว่า เดินทางด้วยกันตั้งแต่วัยรุ่น เที่ยวกันมาหลายที่ รวมถึงทำโปรเจกต์ต่างๆ ร่วมกัน เป็นเพื่อนที่รู้สึกว่าไปกันได้ทั้งในฐานะเพื่อนและในแง่ผู้ร่วมงาน ซึ่งหาได้ยากมากๆ พร้อมกับข้อดีคือเขาเปิดใจกับหลายสถานที่ ไม่มีอคติ ตอนทำงานก็เป็นโปรดิวเซอร์ที่ดีมากๆ ถ้าเลือกได้ว่าจะไปกับใครก็คงเป็นคริสโตเฟอร์นี่แหละครับ” เรย์เล่าถึงเพื่อนเดินทางแบบครบในคนเดียว 

หนึ่งในทริปตามความฝันบวกทำงานที่ทั้งคู่ไปด้วยกันมาคือการนั่งรถไฟไปลอนดอนโดยตั้งต้นจากกรุงเทพฯ “ตอนนั้นเราประทับใจเขามาก คือหนึ่งเลยมันเป็นทริปในฝันช่วงอายุ 20 ปลายๆ 30 ต้นๆ ที่เราอยากทำมาก แต่เราก็ตั้งใจทำให้มันเป็นงานไปด้วย ซึ่งคราวนี้เปเล่ก็ต้องพยายามให้ได้งานกลับมา เขาต้องบาลานซ์งานของเขา ถ่ายทอดมุมมองต่างๆ รวมถึงอีกหลายทริปที่เคยเดินทาง ที่กลับมาแล้วเรายังคุยกันอยู่ เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ ซึ่งอันนี้ยากมาก” นอกจากนี้ยังมีอีกหลายโปรเจกต์ในอนาคตที่ทั้งคู่อยากทำร่วมกัน หนึ่งในนั้นคือโปรเจกต์ลูกครึ่งอีสาน เล่าเรื่องเที่ยวอีสานที่เรย์นิยามว่าเป็นอีกหนึ่ง Passion Project 

“ถ้ามีหนึ่งประโยคที่อยากบอกเพื่อนเดินทางคนนี้ของเราคือ เลิกเป็นมังสวิรัติชั่วคราว เพราะมันหากินยาก ตอนไปอาร์เจนตินาที่เนื้ออร่อยมาก แล้วก็พกเครดิตการ์ดมาด้วยนะเวลามาเที่ยว ส่วนหนึ่งประโยคที่เพื่อนเดินทางคนนี้น่าจะอยากบอกเราคือ ‘อย่าโทร.หาตอนดึกๆ!’ (หัวเราะ)”

งานกับ ความชอบในการเดินทาง” ที่อย่างไรก็ตัดกันไม่ขาด
วีซ่าส์, Backpacker, Roaming, Journey, No Visa, สุดเขตเทศกาล, 48 ชั่วโมง, 72 ชั่วโมง, TT Rider มาจนถึง FOOD TRIBE ไป-ล่า-กิน และอีกหลายรายการท่องเที่ยวคือผลงานที่ยืนยันได้ถึงความหลงใหลในการเดินทางของนักเดินทางตัวจริงคนนี้ หนึ่งในโปรเจกต์ล่าสุดที่ต้องพูดถึงคือ “FOOD TRIBE ไป-ล่า-กิน” ทางไลน์ทีวี ที่ชวนคนดูไปเรียนรู้เรื่องอาหารการกิน วิถีชีวิตของชนเผ่าที่ลึกไปอีกขั้น 

ถัดจากโปรเจกต์นี้แน่นอนว่านักเดินทางอย่างเขายังเต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนในการเดินทางไปในสถานที่ที่ไม่เคยไป และมองมุมใหม่กับสถานที่ที่เคยไปเยือนมาแล้วหลายครั้ง จากความสุขที่เกิดจากการได้ไปเห็น เกิดเป็นการเล่าเรื่องราวในหลากหลายคอนเซปต์สุดมัน มองงานตัวเองเหมือนการออกอัลบั้มที่เติบโตไปพร้อมกับชั่วโมงบินและตราประทับพาสปอร์ตในแบบ Mr. Ray

ขอบคุณภาพ: คุณเรย์ แมคโดนัลด์