×

ไต่หลังคาโลก “มองโกเลีย” ดินแดนแห่งฟ้าคราม

Traveller's Companion | Traveller's Companion | 10 July 2018



Travel Like A Pro ออกเดินทางตามรอยเรย์ แมคโดนัลด์ ที่เลือกมองโกเลียเป็นสุดยอดความชอบของเขาที่ไปแล้วต้องไปอีก... เพราะมากไปกว่าความยิ่งใหญ่ของกองทัพเจงกิสข่าน มองโกเลียคือความจัดจ้านของสีสันวัฒนธรรมชนเผ่าเร่ร่อนโบราณ และความอลังการของทิวทัศน์ที่แทบหยุดทุกลมหายใจ 

เนินทรายที่พลิ้วไหวท่ามกลางทะเลทรายโกบีซึ่งโอบล้อมด้วยเทือกเขาอัลไตยังคงเป็นความลึกลับที่น่าค้นหา เช่นเดียวกับความกว้างใหญ่ของพรมทุ่งหญ้าสเตปป์ และการใช้ชีวิตของชนเผ่าพเนจรผู้มีม้าป่าและเหยี่ยวเป็นสัญลักษณ์ รวมทั้งมีวิถีชีวิตท่ามกลางความทรหดของสภาพอากาศที่แตกต่างกันสุดขั้วระหว่างฤดูร้อนที่ร้อนถึง 40 องศาเซลเซียส และฤดูหนาวที่อาจติดลบไปถึง -40 องศาเซลเซียส แม้มองโกเลียจะเป็นประเทศที่ไม่มีอาณาเขตติดทะเลที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก แต่กลับมีประชากรหนาแน่นน้อยที่สุดในโลก ตอบโจทย์นักเดินทางที่ต้องการไปสัมผัสความบริสุทธิ์ของธรรมชาติอย่างแท้จริง

 

Where to Go



• Ulaanbaatar: อูลานบาตอร์เมืองหลวงของมองโกเลียคือจุดเริ่มต้นการในทำความรู้จักดินแดนนี้ ที่นี่เราจะได้เห็นผู้คนในชุดพื้นเมืองเดินผ่านหน้าร้านแบรนด์เนมหรูดูคอนทราสต์ โดยมีจตุรัส Sükhbaatar เป็นศูนย์กลาง โดดเด่นด้วยรูปปั้นทองแดงของ Damdin Sükhbaatar ผู้ปลดแอกมองโกเลียออกจากจีน ใครเป็นแฟนหนังประวัติศาสตร์ของท่านข่านและการรบตามวิถีชาวมองโกลแนะนำให้มาที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ซึ่งจัดเต็มด้วยรากเหง้าความเป็นมองโกเลีย เช่นเดียวกับ Cultural Palace ที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นที่ตั้งของ Mongolian National Modern Art Gallery รวบรวมเกี่ยวกับงานศิลปะที่โดดเด่นของมองโกเลีย ส่วนใครที่ถามหาร่องรอยของข่านว่ามีความยิ่งใหญ่เพียงใด แนะนำให้ตรงมายัง Winter Palace ของ Bogd Khan กษัตริย์องค์สุดท้ายของมองโกเลียที่ประทับ ณ พระราชวังแห่งนี้นานถึง 20 ปี 

อีกโปรแกรมห้ามพลาดเมื่อมาถึงมองโกเลียคือการตามรอยจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เจงกิสข่าน สู่อนุสาวรีย์เจงกิสข่านที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ห่างจากอูลานบาตอร์ไปราว 54 กิโลเมตร ที่นี่โดดเด่นด้วยอนุสาวรีย์จักรพรรดิเจงกิสข่านประทับบนหลังม้าทำจากสเตนเลส 250 ตัน สูง 50 เมตร ใต้ฐานรูปปั้นจัดแสดงนิทรรศการความยิ่งใหญ่ของกองทัพเจงกิสข่าน นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปยังชั้นบนสุดซึ่งเป็นจุดชมวิวพาโนรามาริมฝั่งแม่น้ำ Tull แบบไม่มีอะไรมาบดบัง ส่วนแลนด์มาร์กสุดท้ายของอูลานบาตอร์ที่จะพลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด ได้แก่ วัด Gandan และถ้าอยากชมวิวเมืองมุมสูงที่โอบล้อมด้วยภูเขาต้องเดินขึ้นเนินมาที่ Zaisan Memorial เท่านั้น



• Karakorum: วัดแห่งแรกของมองโกเลียตั้งอยู่ที่คาราโครัม (Kharkhorin) เมืองหลวงเก่าของอาณาจักรมองโกล ตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงปัจจุบัน 370 กิโลเมตร บนความสูง 1,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล คาราโครัมทรุดโทรมเป็นอย่างมากหลังจาก Kublai Khan ย้ายเมืองไปอยู่ยังจุดที่เป็นกรุงปักกิ่งในปัจจุบัน จากนั้นก็โดนทำลายโดยทหารแมนจู ทว่าสิ่งที่ยังอยู่คือกำแพงเมืองเก่ากว่า 400 เมตร และวัด Erdene Zuu ซึ่งเป็นพระอารามในศาสนาพุทธแห่งแรกในอาณาจักรมองโกล มาถึงเมืองคาราโครัมแล้วอย่าลืมแวะพิพิธภัณฑ์ Karakorum ซึ่งแม้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กแต่ขอยกให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดีรองจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเลยก็ว่าได้ และที่พลาดไม่ได้จริงๆ คือการชมหินรูปเต่าที่เชื่อกันว่าเป็นสิ่งที่ปกปักรักษาเมืองคาราโครัมมาเนิ่นนาน



• Bayan-Olgii: เมืองฝั่งตะวันตกที่เป็นกันชนระหว่างจีนและรัสเซีย นอกจากธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในมองโกเลียแล้วเมืองนี้ยังโดดเด่นด้วยวัฒนธรรมชนเผ่าที่ตกทอดมาจากนักรบแห่งมองโกล ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงเหยี่ยวสัญลักษณ์ของกองทัพมองโกล วัฒนธรรมการขี่ม้าและการผจญภัยในธรรมชาติสุดเอกซ์ตรีม พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมชาว Kazakh ซึ่งเป็นประชากร 90 เปอร์เซ็นต์ของเมือง แน่นอนว่าธรรมเนียมการล่าเหยี่ยวในฤดูหนาวยังคงได้รับการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการฝึกเหยี่ยวขนาดใหญ่เพื่อใช้งาน ไม่น่าเชื่อเลยว่าเมืองนี้จะมีคนเลี้ยงและฝึกเหยี่ยวอาศัยอยู่ไม่ต่ำกว่า 400 ชีวิต และนั่นทำให้ภาพชายชุดพื้นเมืองเต็มยศนั่งบนหลังม้าอย่างสง่างามโดยมีเหยี่ยวขนาดใหญ่สยายปีกเกาะอยู่บนมือกลายมาเป็นภาพจำเมื่อนึกถึงเมือง Bayan-Olgii 

นอกจากเทศกาลล่าเหยี่ยวและแข่งการฝึกสอนเหยี่ยวหรือ Golden Eagle Festival ที่ทำให้ยอดจองที่พักในเมืองเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ในเดือนตุลาคมของทุกปียังมีการแข่งขันม้าและการแข่งขันอูฐ ซึ่งม้าพันธุ์พื้นเมืองที่นี่นับว่าเป็นม้าป่าสายพันธุ์ดีที่เหลืออยู่ที่เดียวในโลก แต่สำหรับใครที่จองตั๋วห้องพักไม่ทัน ในเดือนกันยายนยังมีเทศกาล Altai Kazakh Eagle Festival จัดขึ้นที่เมือง Sagsai และ Spring Eagle Festival เทศกาลใหม่ของเมือง Bayan-Olgii ที่จัดขึ้นในเดือนมีนาคมของทุกปี สำหรับคนที่รักธรรมชาติและการผจญภัย ความยิ่งใหญ่ของเส้นทางเทือกเขาอัลไต Altai Tavan Bogd National Park ยังคงรออยู่ที่ปลายทาง กับการเดินป่าตั้งแคมป์บนภูเขา Khoton Nuur ที่สูงที่สุดในมองโกเลีย รวมทั้งทะเลสาบ Khoton Nuur ที่สะท้อนภาพภูเขาหิมะและฟ้าครามลงบนผิวน้ำอย่างสวยงามจนยากจะละสายตา



• Gobi Desert: คนทั่วโลกรู้จักทะเลทรายโกบีในฐานะท็อปไฟว์ของทะเลทรายกว้างใหญ่ที่สุดในโลกที่นักเดินทางควรมาพิชิตให้ได้สักครั้ง เพราะนอกจากจะมีเนินทรายที่สวยงามไกลสุดลูกหูลูกตาแล้วยังมีภูเขาหิมะโอบล้อม อากาศที่หนาวจัด พร้อมทุ่งหญ้าสเตปป์ที่พลิ้วไหวไปตามลม โดยจุดสวยที่สุดของทะเลทรายโกบีอยู่บริเวณอุทยานแห่งชาติ Gurvan Saikhan ซึ่งมีเนินทราย Khongoryn Els เป็นเนินทรายขนาดใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดในมองโกเลีย คือสูง 300 เมตร กว้าง 12 กิโลเมตร และมีความยาว 100 กิโลเมตร แน่นอนว่าคาราวานอูฐคือการท่องเที่ยวที่สนุกที่สุดเมื่ออยู่ในทะเลทราย ส่วนจุดชมเทือกเขาหิมะกลางทะเลทรายที่สตันต์ที่สุดต้องยกให้ Yolyn Am และสำหรับใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศกองทัพม้าของเจงกิสข่านให้ปักหมุดที่หุบเขานกอินทรี YolynAm Gorge 



Stay in Mongolian Ger
ที่สุดของประสบการณ์เที่ยวมองโกเลียคือการนอนในกระโจมแบบชนเผ่าเร่ร่อนที่เรียกว่า “เกอร์ (Ger)” ซึ่งมีอยู่ตามอุทยานแห่งชาติ และมักถูกบรรจุในเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติและชนเผ่า แต่ที่ขึ้นชื่อเห็นจะเป็นรอบพื้นที่คุ้มครองพิเศษข่าน เคนติไอ (Khan Khentii Special Protected Area) ซึ่งมีกระโจมเหล่านี้ตั้งเป็นแคมป์ย่อยๆ เรียงรายริมแม่น้ำ Tuul ในทุกฤดูร้อน แม้จะเป็นกระโจมชั่วคราวของชนเผ่าเร่ร่อน ทว่าเกอร์แต่ละหลังก็สร้างด้วยไม้อย่างแข็งแรง ด้านในปูพื้นไม้ และกว้างขวางจนสามารถวางโต๊ะ เตา เตียงนอนลงไปได้ครบถ้วน บางเกอร์มีแผงโซลาร์เซลล์สำหรับผลิตไฟฟ้า แต่บางเกอร์ก็ดิบๆ แบบไม่มีไฟฟ้าใช้ ทิ้งไว้แต่ความเงียบและบทสนทนาของเพื่อนร่วมทางที่ล้อมวงอยู่รอบเตาไฟตรงกลางเกอร์
 

Naadam Festival
เทศกาลที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของประเทศจัดขึ้นราวช่วงฤดูร้อนหรือประมาณกลางเดือนกรกฎาคมของทุกปีเพื่อเฉลิมฉลองอิสรภาพของมองโกเลีย สีสันของเทศกาลอยู่ที่การแข่งขันกีฬาแบบดั้งเดิมไม่ว่าจะเป็นขี่ม้า ยิงธนู มวยปล้ำ ซึ่งผู้แข่งจะใส่ชุดพื้นเมือง โดยงานใหญ่สุดจัดขึ้นที่เมืองหลวงอูลานบาตอร์ และยังจัดตามเมืองสำคัญในภูมิภาคต่างๆ (naadamfestival.com)


เพื่อนเดินทางแนะนำว่า
• เมื่อเห็นชาวมองโกเลียในชุดพื้นเมือง ห้ามเข้าไปจับหมวกที่เขาสวมอยู่เด็ดขาด โดยเฉพาะหมวกของผู้ชาย
• ห้ามโยนขยะเข้าไปในกองไฟที่จุดอยู่กลางเกอร์ เพราะชนเผ่าเชื่อว่าไฟมีความศักดิ์สิทธิ์
• การนอนในเกอร์ก็คล้ายกับโฮมสเตย์ เมื่อเจ้าของเกอร์หยิบยื่นน้ำ อาหารเล็กๆ น้อยๆ มาให้ก็ไม่ควรปฏิเสธ
• ห้ามถ่ายปัสสาวะลงในทะเลสาบทุกที่อย่างเด็ดขาด
• การชี้หน้าไม่ใช่ธรรมเนียมนิยมของคนที่นี่
 

How to Go
• Trans-Mongolian คือหนึ่งในเส้นทางรถไฟในฝันที่เหล่าแบ็กแพ็กเกอร์หมายมั่นว่าจะต้องพิชิตให้ได้ รถไฟสายนี้เริ่มต้นที่กรุงปักกิ่ง ผ่านมองโกเลีย ไปสิ้นสุดปลายทางที่รัสเซีย ดังนั้นนักท่องเที่ยวชาวไทยจึงนิยมซื้อตั๋วเครื่องบินไปลงปักกิ่ง และต่อรถไฟไปยังอูลานบาตอร์เมืองหลวงของมองโกเลียซึ่งใช้เวลา 2 วัน หรืออาจแวะเที่ยวรัสเซียก่อนค่อยนั่งรถไฟมามองโกเลียก็ยังได้

• สำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็วในการเดินทาง สามารถนั่งเครื่องบินจากไทยไปลงกรุงปักกิ่ง และต่อเครื่องบินไปยังเมืองอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ซึ่งใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง เช่นเดียวกับกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย ที่มีสายการบินบินตรงสู่เมืองหลวงของมองโกเลีย

• ใครที่ต้องการโดยสารรถไฟสาย Trans-Mongolian แนะนำให้ซื้อตั๋วรถไฟล่วงหน้ากับเอเจนซี่ทัวร์ เช่น www.cits.net, www.transsiberianexpress.net, www.travelchinaguide.com อย่าลืมว่า Trans-Mongolian เดินรถเพียงไม่กี่วันต่อสัปดาห์ และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างก็มารวมตัวกันที่ขบวนนี้ ใครวางแผนเดินทางโดยรถไฟจึงควรวางแผนซื้อตั๋วตั้งแต่เนิ่นๆ 
 

Visa
• ผู้ที่มีสัญชาติไทยสามารถท่องเที่ยวมองโกเลียโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ 30 วัน แต่ถ้าต้องไปต่อเครื่องหรือต่อรถไฟที่ปักกิ่งก็ต้องขอวีซ่าประเทศจีน ยกเว้นว่าจะเปลี่ยนเครื่องโดยไม่ต้องออกจากสนามบิน หรือไม่ต้องค้างคืนในกรุงปักกิ่ง ส่วนใครจะเข้ามองโกเลียทางรัสเซีย หากถือสัญชาติไทยก็ไม่ต้องขอวีซ่าเช่นกัน
 

Money
• มองโกเลียใช้เงินสกุลตูกริก (Tugrik) ซึ่งไม่มีให้แลกในเมืองไทย ต้องแลกเงินดอลลาร์ไปก่อน แต่แนะนำว่าถ้าไปถึงมองโกเลียแล้วอย่าแลกเงินตูกริกครั้งละมากๆ เพราะค่าเงินไม่ค่อยเสถียร ทั้งโรงแรมและบริษัททัวร์ส่วนใหญ่รับเงินดอลลาร์