×

Eat & Play กินเที่ยวแบบชาว nomad ที่มองโกเลีย

Traveller's Companion | Traveller's Companion | 11 July 2018



Travel Like A Pro พาไปกินเที่ยวกับเมนูยอดฮิตที่มาพร้อมวัฒนธรรมแบบฉบับมองโกเลียที่หาไม่ได้ที่ไหนในโลก

EAT 
ด้วยความที่เป็นประเทศซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างจีนและรัสเซีย อาหารมองโกเลียจึงมีการผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันออกสุดโต่งและกลิ่นอายตะวันตก แต่ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือรากเหง้าของอาหารที่มาพร้อมกับสภาพอากาศอันหนาวเหน็บ รวมทั้งวัฒนธรรมชนเผ่าเร่ร่อนที่ครึ่งค่อนชีวิตต้องอยู่บนหลังม้ากลางผืนป่าและทะเลทราย ทั้งหมดหลอมรวมให้วัฒนธรรมอาหารของมองโกเลียน่าสนใจไม่แพ้ทิวทัศน์อันอลังการ 

ที่มองโกเลียเนื้อแกะและแพะคือวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการปรุงอาหาร ร่วมด้วยนม ผลิตภัณฑ์จากนมอูฐและจามรี แน่นอนว่าชีส โยเกิร์ต เคิร์ด เนย ซึ่งเป็นการถนอมอาหารของชนพื้นเมืองมีให้เลือกมากมาย โดยเฉพาะในที่พักแบบเกอร์ (Ger) ซึ่งเป็นกระโจมที่ตั้งอยู่กลางป่า และสำหรับมื้อพิเศษก็มีเนื้อม้าราคาแพงเข้ามาแจมด้วยเช่นกัน นักชิมตัวจริงไม่ควรพลาด แต่คำเตือนเพียงเล็กน้อยก็คือ ผลิตภัณฑ์จากนมอูฐและจามรีนั้นมีกลิ่นค่อนข้างรุนแรงกว่านมแพะมาก บางครั้งจึงมีการทำให้เปรี้ยว หรือใส่กลิ่นสโมกรมควันเพื่อกลบกลิ่นแรงของนม และเมนูที่จัดว่าเด็ดจนกลายเป็นเครื่องดื่มรับขวัญนักท่องเที่ยวก็คือ Airag หรือนมม้า ส่วนอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตนั้นมีครบทั้งเส้นหมี่แบบจีน ขนมปังแบบยุโรป และข้าวที่เราคุ้นเคย สำหรับเช็กลิสต์เมนูพื้นถิ่นที่ควรลิ้มลอง ได้แก่ 

• “Süütei tsai” ชานมแบบดั้งเดิมของชาวมองโกเลีย ซึ่งถ้าเป็นชาวมองโกเลียแท้ๆ ต้องใส่เกลือลงไปในชา นอกจากนี้ยังมีชาดำใส่เพียงน้ำตาลให้เลือก รวมทั้งชานมใส่เนยที่ให้พลังงานป้องกันความหนาวอย่างเต็มที่ 

• “Buuz” เป็นเมนูยอดนิยมของมองโกเลียที่พบได้ตามร้านอาหารทั่วไป ความจริงแล้ว Buuz คือติ่มซำไส้เนื้อแกะใส่เครื่องเทศเล็กน้อย มีคู่แฝดคือเมนูที่ชื่อ Bansh เป็นติ่มซำขนาดเล็กกว่า ส่วน Khuushuur เป็นติ่มซำเวอร์ชันทอดที่อร่อยไปอีกแบบ และถ้าถามหาร้านติ่มซำอันโด่งดังก็ต้อง Khaan Buuz ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองหลวง 

• “Tsuivan” พาสตาสไตล์มองโกเลีย แต่เปลี่ยนจากเส้นพาสตาเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว และใส่แคร์รอต มันฝรั่ง เนื้อแกะตุ๋นเพิ่มลงไป 

• “Khorkhog” บาร์บีคิวสไตล์มองโกเลียที่นิยมใช้เนื้อแกะเป็นส่วนใหญ่ แตกต่างจากบาร์บีคิวตะวันตกด้วยการนำเนื้อทั้งหมดใส่ในหม้อขนาดใหญ่ ใส่น้ำเล็กน้อยพร้อมเกลือ พริกไทย มันฝรั่ง แคร์รอต หัวหอม เคล็ดลับความอร่อยของเมนูนี้คือการนำหินร้อนที่สุมอยู่ในกองไฟมาวางบนเนื้อเป็นชั้นๆ ช่วยเพิ่มความอร่อยด้วยกลิ่นรมควัน อร่อยไม่แพ้บาร์บีคิวของครัวตะวันตกเลยทีเดียว 



PLAY 
นอกจากเทศกาล Naadam ที่จะได้เห็นการแสดงพื้นเมือง รวมทั้งการประชันเหยี่ยว การแข่งยิงธนู มวยปล้ำ และกิจกรรมด้านวัฒนธรรมที่หาชมยากแล้ว มองโกเลียยังมีจุดขายเป็นการเข้าพักในเกอร์ (Ger) หรือกระโจมแบบดั้งเดิมของชนเผ่าเร่ร่อน ซึ่งมีอาหารท้องถิ่นรสชาติท้องถิ่นให้ลิ้มลอง พิเศษยิ่งกว่ากับกิจกรรมการทัวร์บนหลังม้าเพื่อลัดเลาะป่าชมวิวภูเขาอันซับซ้อนที่เป็นภาพจำของมองโกเลีย สถานที่ขี่ม้าเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ สวน Terelj National ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองอูลานบาตอร์นัก และถ้าจะให้อินยิ่งกว่าต้องมาที่อุทยานแห่งชาติ Hustai ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของม้าป่าสายพันธุ์ Takhi ที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่ถ้าใครอยากเปลี่ยนจากหลังม้ามาเป็นอานจักรยาน ในตัวเมืองหลวงยังมีทัวร์จักรยานคุณภาพเยี่ยมให้เลือกหลายบริษัท ที่หลากหลายก็เห็นจะเป็น Cycling World ซึ่งมีทั้งทริปตามรอยเจงกีสข่านในตัวเมือง และทริปจักรยานสายป่าบุกตะลุยอุทยานต่างๆ ให้ได้เลือก (cyclingworld.mn



SOUVENIR 
ในเมืองหลวงอูลานบาตอร์นั้นมีครบทั้งแบรนด์เนมและห้างสรรพสินค้า เช่น State Department Store ที่ครบทั้งเสื้อผ้า หนังสือ พรม ของที่ระลึก อีกสถานที่ยอดนิยมคือตลาดมืดสำหรับแลกเงินอย่าง Naran Tuul ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ต้องแวะชม เพราะทั้งตลาดเต็มไปด้วยสินค้าพื้นเมืองทั้งเสื้อผ้าที่ทำจากแคชเมียร์คุณภาพเยี่ยม พรม ไปจนถึงของที่ระลึกเกี่ยวเนื่องกับม้า ส่วนใครไม่อยากไปชอปปิงในบรรยากาศจอแจ แนะนำ Mary & Matha Mongolia ร้านขายของที่ระลึกและสินค้าพื้นเมืองขวัญใจนักท่องเที่ยว เพราะมาที่เดียวได้ครบทุกอย่าง สำหรับใครที่ถามหาผลิตภัณฑ์ผ้าแคชเมียร์ที่ราคาย่อมเยาลงมานิด ยังมีโรงงาน Gobi Cashmere Factory ที่ขายผลิตภัณฑ์แคชเมียร์ในราคาเอาต์เลต รวมทั้งมีงานแฟชั่นโชว์ในช่วงซัมเมอร์ด้วย 

และที่เซอร์ไพรส์เป็นอย่างมากสำหรับมองโกเลียคือวอดก้าแบรนด์ท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมมาก ไม่ว่าจะเป็น Chinggis และ Chinggis Khan ซึ่งเป็นวอดก้าพรีเมียมที่ไปคว้ารางวัลในต่างประเทศมาแล้ว แน่นอนว่ามาถึงฐานผลิตทั้งทีก็ต้องไม่ลืมหยิบวอดก้าติดมือกลับมาลิ้มลองด้วยเช่นกัน