×

สนุกแนว Kid-friendly ในโตเกียว เมืองน่าเที่ยวที่อยากให้เด็กๆ ได้ไป

Traveller's Companion | Traveller's Companion | 17 July 2018



Travel Like A Pro วีกที่ 3 มาพร้อมแขกพิเศษคุณแม่วัยรุ่น เปิ้ล-จริยดี สเป็นเซอร์ ที่พาลูกวัยซนของเธอไปตะลุยญี่ปุ่น ประเทศที่พร้อมรองรับคนทุกวัยรวมถึงสมาชิกตัวน้อยน่ารัก แม้เธอเลือกโตเกียวเป็นเมืองที่อยากแนะนำ แต่อย่าคิดว่าเราจะพาไปศาลเจ้าเซ็นโซจิ ตลาดปลาสึกิจิ แหล่งชอปปิงอะเมะโยโกะ หรือย่านกินซะ เพื่อนเดินทางจะชวนคุณมาทำความรู้จักเมืองนี้ในแบบที่เหมาะกับแม่ๆ ลูกๆ โดยไม่ต้องกังวล เพราะทุกที่ในญี่ปุ่นมีการเตรียมพร้อมรองรับสำหรับการเที่ยวตั้งแต่ระบบโดยสาร พื้นที่สาธารณะ ไปจนถึงห้องน้ำ ใครที่กำลังวางแผน เรามีลิสต์สถานที่เหมาะๆ ในแบบ Kid-friendly ให้ไปเก็บเกี่ยวความประทับใจด้วยกัน

เริ่มต้นความสนุกแบบไร้ขีดจำกัด
 

1. Ninja Trick House in Tokyo 
รับรองว่าลูกๆ ของคุณต้องปลื้มเป็นแน่ที่จะได้สัมผัสนินจาตัวจริงเสียงจริง แถมยังไม่ต้องไปไกลถึงแหล่งกำเนิดที่จังหวัดมิเอะ (Mie) ก็สามารถร่วมสนุกไปกับกิจกรรมต่างๆ ได้ คุณหนูๆ จะได้ลองใส่ชุดนินจา ทั้งยังได้ฝึกวิชาการใช้ดาวกระจายหรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “ชุริเก็ง (Shuriken)” อาวุธคู่กายของนินจา และวิธีฟันดาบในแบบต่างๆ ทุกกิจกรรมควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญที่คอยดูแลอย่างดี จึงหายห่วงเรื่องความปลอดภัย แม้กระทั่งการเคลื่อนไหวด้วยวิชาตัวเบาในแบบนินจา มาดูสิว่าเขามีวิธีเดินเหินอย่างไร พร้อมตื่นเต้นไปกับการค้นหาเส้นทางกลลับในบ้านนินจา นอกจากความสนุกและตื่นเต้นแล้วยังได้เรียนรู้วิถีของซามูไรและนินจาที่แตกต่างกัน แถมด้วยความรู้เรื่องศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นกลับไปอีกด้วย จำไว้ว่าด้วยความฮอตของกิจกรรมนี้ ทางบ้านนินจาเลยขอความกรุณาให้จองออนไลน์ไปก่อน

ที่อยู่: Daiichi Wako Bld. 4F 2-28-13 Kabuki-cho, Shinjuku-ku, Tokyo 
เปิดบริการ: 10.00-19.00 น. หยุดทุกวันอังคารและวันพุธ 
เว็บไซต์: ninja-trick-house.com/en (ภาษาอังกฤษ)
การเดินทาง: ลงสถานีเจอาร์ชินจุกุ (JR Shinjuku Station) หรือรถไฟใต้ดินสถานีชินจุกุซันโชเมะ (Shinjuku-sanchome Station)

2. สวนสาธารณะอุเอะโนะ (Ueno Park) 
เมื่อพูดถึงจุดชมซากุระที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น ชื่อของสวนอุเอะโนะต้องขึ้นมาเป็นอันดับแรกๆ ที่นี่คือสวนสาธารณะแห่งแรกของญี่ปุ่นซึ่งเปิดมาตั้งแต่ ค.ศ. 1873 ผู้คนมากมายนิยมมาทำกิจกรรม “ฮะนะมิ” ปูเสื่อจิบเครื่องดื่มสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนฝูงในยามฤดูซากุระ (ราวต้นเดือนเมษายน) มาเยือน ภายในมีทั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะ และศาลเจ้าโทโชงุซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1627 โดยโชกุนโทกุงะวะ อิเอยะซุ รวมถึงสวนสัตว์อุเอะโนะ (Ueno Zoo) สวนสัตว์เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นที่เปิดมาตั้งแต่ ค.ศ. 1882 พบสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวประมาณ 400 สายพันธุ์ เมืองไทยเคยมีช่วงช่วงและหลินฮุ่ย มาที่นี่ก็ต้องไม่พลาดชมไจแอนต์แพนด้าชื่อริรี่และชินชิน รวมถึงหมีขั้วโลกเหนือและครอบครัวช้างจากเอเชีย! 

การเดินทาง: ลงสถานีเจอาร์อุเอะโนะ (JR Ueno Station)

3. พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Museum of Nature and Science)
ตั้งอยู่ภายในสวนอุเอะโนะ และเป็นหนึ่งทางเลือกสำหรับวันฝนตก ภายในนำเสนอเรื่องราวธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ที่มีในประเทศญี่ปุ่นภายใต้แนวคิดเจเปนแกลเลอรี เล่าเรื่องสิ่งมีชีวิต ธรรมชาติรอบตัว เรื่องน่ารู้ด้านธรณีวิทยา ไปจนถึงประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ ซึ่งตรงนี้แหละคือจุดไฮไลต์ที่น้องๆ หนูๆ เป็นอันต้องปลื้ม

ที่อยู่: 7-20 Uenokoen, Taito, Tokyo 
เปิดบริการ: วันอังคารถึงวันอาทิตย์ 9.00-17.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์และวันหยุดประจำชาติ) 
เว็บไซต์: www.kahaku.go.jp/english/ 
การเดินทาง: ลงสถานีเจอาร์อุเอะโนะ (JR Ueno Station) เดินต่ออีกประมาณ 10 นาที



4. สวนโยโยงิ (Yoyogi Park) 
อยู่ห่างจากย่านฮะระจุกุเพียง 3 นาทีเท่านั้น หากคุณพ่อคุณแม่วัยรุ่นเดินชอปกันจนหนำใจแล้ว เราแนะนำให้พาลูกๆ ไปรีแลกซ์ต่อที่สวนสาธารณะโยโยงิ ซึ่งเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโตเกียว เพราะใน ค.ศ. 1964 เคยถูกใช้เป็นหมู่บ้านนักกีฬาในช่วงจัดการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก สามปีต่อมาก็เปลี่ยนเป็นสวนสาธารณะ นอกจากความสวยงามตามฤดูกาลของธรรมชาติ เช่น ชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิ และชมใบไม้แดงช่วงฤดูใบไม้ร่วง ยังมีนกป่าหายากให้ศึกษา เพราะที่นี่คือเขตอนุรักษ์นกป่าแห่งแรกของญี่ปุ่น ซื้อเบนโตะและขนมต่างๆ หาเวลามานั่งปิกนิกสักหน่อย เพราะที่เมืองไทยอากาศไม่เอื้ออำนวยจริงๆ

ที่อยู่: 2-1 Yoyogikamizonocho, Shibuya, Tokyo 151-0052 
เว็บไซต์: www.tokyo-park.or.jp 
การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสถานีโยโยงิโคเอ็ง (Yoyogi-koen Station) หรือสถานีเมจิจิงกุมาเอะ (Meiji-jingumae Station)


5. ปราสาทโอดะวะระ (Odawara Castle)
พาลูกๆ ไปแต่งกายย้อนยุคเก็บเกี่ยวบรรยากาศยุคประวัติศาสตร์ที่ปราสาทโอดะวะระกันดีกว่า นี่คือปราสาทที่อยู่ใกล้โตเกียวที่สุด สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1447 โดยตระกูลโฮโจ (Hojo Clan) ในช่วงที่ญี่ปุ่นยังไม่รวมประเทศ จนเมื่อโทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิผู้นำทัพสามารถตีปราสาทได้ในที่สุด โดยปราสาทโอดะวะระถือเป็นปราการสุดท้ายที่ทำให้เขาสามารถรวบรวมญี่ปุ่นให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ภายในปราสาทมีสะพานสีแดงและคลองบัวสวยงามซึ่งจะบานสะพรั่งยามฤดูร้อน (สิงหาคม) ปราสาทโอดะวะระขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังมีจุดเช่าชุดที่ทำให้ครอบครัวได้เพลิดเพลินกับการได้ลองใส่ชุดนินจา ชุดนักเดินทางสมัยก่อน (ผู้ใหญ่ 300 เยน เด็ก 200 เยน) ไหนๆ มาแล้วขอให้ได้ลอง ยิ่งได้ปราสาทโอดะวะระเป็นฉากหลังยิ่งทำให้ทริปญี่ปุ่นของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น 

การเดินทาง: จากสถานีชินจุกุเดินทางสู่สถานีโอดะวะระ (Odawara Station) ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง 

6. วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple) 
เช็กอินเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยสักหน่อย เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึงโตเกียว วัดเซ็นโซจิตั้งอยู่ในย่านอะซะกุซะที่ยังคงรักษาบรรยากาศเก่าๆ ของสมัยเอโดะไว้และมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยเฉพาะวัดเซ็นโซจิซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่สุดของโตเกียว สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 628 โดยประตูทางเข้าวัดคามินาริมงนั้นเป็นที่รู้จักกันดี 

การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสายโทเอ (Toei Line) ลงสถานีอะซะกุซะ (Asakusa Station)

 

เพื่อนเดินทางแนะนำ
• Tokyo Metropolitan Government Building: ชวนขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 45 ของศาลาว่าการกรุงโตเกียว เพื่อชมวิวมุมสูงที่สวยแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย วันไหนอากาศเป็นใจภูเขาไฟฟูจิจะปรากฏให้เห็นเป็นขวัญตา ครอบครัวไหนไม่อยากจัดตารางทัวร์ก็มีบริการทัวร์ไกด์มากกว่า 10 เส้นทาง เช่น ชมสวน ชมสถาปัตยกรรม บุกย่านฮะระจุกุหรืออะซะกุซะ ฯลฯ (ตรวจสอบค่าใช้จ่ายได้ที่เว็บไซต์ www.gotokyo.org/en/tourists/guideservice/guideservice/index.html มีทั้งแบบฟรีและเสียค่าบริการไม่แพง) 

ที่อยู่: 2-8-1 Nishi-Shinjuku, Shinjuku, Tokyo โทร. +81 3-5321-1111 
เปิดบริการ: ทุกวัน แต่ปิดทุกวันอังคารแรกและวันอังคารที่สามของทุกเดือน 
เว็บไซต์: www.metro.tokyo.jp  ‎
การเดินทาง: ลงสถานีเจอาร์ชินจุกุ (JR Shinjuku Station) ใช้ทางออก West Exit


• Candeo Hotels Tokyo Roppongi: โรงแรมหรูในราคาสัมผัสได้ ที่สำคัญเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีพักฟรี (หากไม่ขอเตียงเพิ่ม) โดยสาขาที่รปปงงิเพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อตุลาคมที่ผ่านมา ต้อนรับด้วยห้องพักและเตียงนอนแสนนุ่ม ห้องเซาน่า สปา อ่างอาบน้ำเปิดโล่ง อาหารเช้ามีให้เลือกหลากหลายเมนูไม่ว่าจะเป็นเมนูสไตล์ตะวันตกหรือเซตญี่ปุ่น แต่ที่เราขอเอาใจคุณแม่สักหน่อยคือ Spa in the Sky ห้องสปาพร้อมอ่างอาบน้ำบนชั้น 16 ให้ได้ดื่มด่ำวิวยามค่ำคืนของโตเกียว ชื่นชมความสวยงามของโตเกียวทาวเวอร์ที่อยู่ห่างโรงแรมเพียง 1.5 กิโลเมตรเท่านั้น

ที่อยู่: 6-7-11 Roppongi, Minato-ku, Tokyo (ราคาเริ่มต้นที่ 6,000 บาท/ห้อง/ คืน) 
การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสถานีรปปงงิ (Roppongi Station) เดินต่อเพียง 2 นาที 

 

ข้อห้ามจากเพื่อนเดินทาง
1. ถ้ามีโอกาสเช่ารถจักรยาน ห้ามขี่จักรยานซ้อนท้าย และถ้าไปไหนกับลูกต้องสวมหมวกกันน็อกให้เรียบร้อย

2. ขึ้นบันไดเลื่อนห้ามยืนชิดขวา จำง่ายๆ “คันโต (โตเกียว) ชิดซ้าย คันไซ (โอซากา) ชิดขวา”

3. ไม่ต้องให้ทิป เพราะคนญี่ปุ่นบริการด้วยใจในแบบที่เรียกว่า “โอะโมะเตะนะชิ (Omotenashi)” นั่นก็คือบริการด้วยความรู้สึกอยากให้ลูกค้าพึงพอใจมากที่สุดเมื่อมาใช้บริการ 

4. ไม่ต้องเปิด-ปิดประตูแท็กซี่ เพราะมีระบบอัตโนมัติ

5. อย่าทิ้งขยะโดยไม่แยก ตามถังขยะของญี่ปุ่นมีแบ่งไว้ชัดเจน อย่าติดนิสัยเมืองไทยมาเชียว 

6. ห้ามพูดโทรศัพท์ในรถไฟเด็ดขาด ขอย้ำ