×

5 แฟนตาซีมิวเซียมที่จะพาเราไปเป็นเพื่อนสนิทกับภูเก็ต

สราลี อุรุพงศา | Editorial Manager | 09 August 2018


ภูเก็ตเป็นเมืองที่แปลก ยิ่งเก่ายิ่งมีเสน่ห์ ยิ่งได้เที่ยวยิ่งไม่อยากกลับ ยิ่งใช้เวลาด้วยก็อยากรู้จักกันให้ลึกซึ้งมากขึ้น หลังจากที่เพื่อนเดินทางได้ใช้เวลาอยู่ในภูเก็ตสักระยะเพื่อทำตอนภูเก็ตสะเด็ดน้ำ เราก็ได้พบพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่ตอบโจทย์ความอยากสนิทชิดเชื้อกับภูเก็ตของเรามากขึ้น น่าทึ่งที่ทั้งหมดต่างเล่าเรื่องราวของภูเก็ตได้ไม่ซ้ำกันเลย เอาจริงๆ ก็ไม่ซ้ำกันตั้งแต่สถานที่แล้ว ไม่ว่าจะพิพิธภัณฑ์ในบ้านคน พิพิธภัณฑ์ในโรงเรียน พิพิธภัณฑ์บนคาเฟ่ พิพิธภัณฑ์แบบมี VR ก็ยังมี

เหมือนได้รู้จักภูเก็ตผ่านเพื่อนชาวภูเก็ต 5 คนอย่างไรอย่างนั้น


บ้านชินประชา



Living Museum ในบ้านอายุ 115 ปีที่มีแต่ของเก่าแต่กลับดูใหม่อย่างน่าประหลาดใจ

ถ้าบอกว่าบ้านอายุ 115 ปีหลังนี้เป็นบ้านชิโน-โปรตุกีส (สถาปัตยกรรมจีนผสมโปรตุเกส) หลังแรกของภูเก็ตแล้วยังไม่ว้าวพอ แล้วถ้าเราบอกอีกว่าเป็นบ้านที่เปิดให้คนเข้าชมได้โดยที่เจ้าของบ้าน (รุ่นที่ 4) ก็อาศัยใช้ชีวิตอยู่ในนี้ล่ะ น่าสนใจแล้วใช่ไหม

เราได้เจอกับป้าแดง-จรูญรัตน์ ตัณฑวณิช ที่ชานหน้าบ้านพอดิบพอดี ป้าแดงใจดีเล่าโน่นเล่านี่ให้ฟังเยอะเลย “บ้านหลังนี้เป็นของพระพิทักษ์ชินประชาตั้งแต่ พ.ศ. 2446 ค่ะ ป้าแดงเป็นสะใภ้รุ่นที่ 4 สมัยก่อนของแต่งบ้านส่วนใหญ่สั่งมาจากปีนัง เพราะถ้าจะไปกรุงเทพฯ รถไฟก็ไม่มี เครื่องบินก็ไม่มี ต้องลงเรือจากภูเก็ตไปขึ้นที่ อ.กันตัง จ.ตรัง แล้วไปต่อรถไฟอีกทอดหนึ่ง ลำบากมาก แต่ถ้าเราไปปีนังนั่งเรือคืนเดียวก็ถึงแล้ว เลยสั่งของจากปีนังง่ายกว่า แล้วปีนังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ เขาก็จะมีของแต่งบ้านสไตล์นี้ขาย”

ป้าแดงพาเข้าไปในบ้านแล้วเราก็พบว่าของเก่าทุกอย่างดูใหม่และสภาพดีมาก จนน่าทึ่งในการดูแลรักษาของคนในตระกูลนี้ เราเดินไปถึงกลางบ้านที่มีบ่อน้ำสวยสะดุดตาเป็นเหมือนไฮไลต์เด็ด ป้าแดงก็เล่าว่า “มันคือฉิมแจ้ ภาษาจีนแปลว่าช่องลมเมือง ไว้ใช้ระบายอากาศกับให้แสงสว่างในบ้าน ปกติฉิมแจ้จะเปิดช่องโล่งเลย แต่ตอนนี้ป้าทำให้เป็นบ่อปลา และใส่หลังคาเข้าไปเพื่อกันไม่ให้นกเข้ามาในบ้าน

“แต่ส่วนใหญ่ป้าก็จะเก็บรักษาไว้เหมือนเดิมนะคะ อย่างสายไฟในบ้านก็เป็นแบบโบราณที่จะแยกสาย ไม่จับรวมกันเหมือนบ้านคนทุกวันนี้ การติดตั้งสายไฟแบบนี้จะทำให้ไม่เกิดไฟฟ้าลัดวงจร” ป้าแดงเล่าพร้อมกับจัดดอกไม้ริมบ่อน้ำที่ป้าเอามาลอยตกแต่งเอง จนทำให้บ้านหลังนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมาได้จริงๆ แม้จะอยู่มาร้อยกว่าปีแล้วก็ตาม


*หมายเหตุ: สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดคือบ้านพระพิทักษ์ชินประชากับบ้านชินประชาคือบ้านเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วพระพิทักษ์ชินประชาสร้างบ้านชินประชาให้ลูกชายคนโต และสร้างบ้านพระพิทักษ์ชินประชาให้ลูกชายคนเล็ก ซึ่งตอนนี้บ้านพระพิทักษ์ชินประชาให้ร้าน Blue Elephant เช่าไปแล้ว
 

เปิดทุกวัน เวลา 8.30-16.30 น. (มีค่าบำรุงรักษา)
ที่ตั้ง 98 ถ.กระบี่ ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
โทร. 08-9646-9080

 

เพอรานากันนิทัศน์



ความล้ำของพิพิธภัณฑ์อายุน้อยที่เล่าเรื่องจริงจังอย่างสนุกสนาน

เป็นพิพิธภัณฑ์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว แต่ความสุดๆ ไปเลยของพิพิธภัณฑ์นี้คือการเล่าเรื่องราวชาวเพอรานากันในภูเก็ตได้ครบทุกมิติแถมมี VR ด้วย

เพราะมีกำลังหลักจาก Museum Siam เข้ามาช่วย ผสมกับอัตลักษณ์และเรื่องเล่าวัตถุดิบดีๆ ที่จะเล่ามุมไหนก็สนุกและได้ความรู้ และความยิ้มแย้มแจ่มใสอธิบายเก่งของพนักงานผู้นำชม ทำให้พิพิธภัณฑ์นี้เหมาะกับใครก็ตามที่อยากสนิทสนมและรู้จักกับชาวภูเก็ต (ประหนึ่งได้คุยกับเพื่อน) อย่างจริงจังในขณะที่ก็เต็มไปด้วยความบันเทิง เพอรานากันนิทัศน์ตอบโจทย์นี้ได้ 10 คะแนนเต็ม

ด้วยความที่ตึกนี้เป็นธนาคารมาก่อน แค่การเล่าเรื่องในห้องแรกของชั้นล่างที่เราต้องเดินผ่านเข้าไปในห้องเซฟยักษ์ก็ตื่นเต้นสุดๆ แล้ว พนักงานพาเราขึ้นบันไดไปหานิทรรศการด้านบน (ความน่ารักสุดๆ คือที่นี่เขามีลิฟต์บันไดให้ผู้พิการหรือคนชราด้วยนะ) ที่ต้องเล่าตรงนี้เลยว่าถ้าเธอตื่นเต้นกับชั้นล่างแล้ว ให้คูณ 10 ไปอีกกับนิทรรศการชั้นบนนี่ เพราะเขาจะเล่าเรื่องเพอรานากัน หรือกลุ่มวัฒนธรรมผสม ตั้งแต่การมาอพยพโล้สำเภามาของชาวจีน (ส่วนมากเป็นจีนฮกเกี้ยน) มาที่เกาะภูเก็ต จนทำให้เราผสมผสานชาติพันธ์กัน และลูกครึ่งที่เกิดกับคนจีนนี่แหละที่จะเรียกว่าเพอรานากัน

เพิ่มความตื่นตาไปอีกด้วยห้อง VR ที่จะพาทุกคนบุกเข้าบ้านสมัยก่อนที่นำแปลนจากปีนังมาสร้าง คือบุกขึ้นบันไดบ้านเขากระทั่งเข้าห้องนอนเลยละ เดินไปอีกห้องจะเจอกับเทคนิคภาพจำลองฉิมแจ้ (บ่อน้ำเจาะระบายช่องลมกลางบ้าน) และห้องที่เป็นไคลแมกซ์อย่างห้องผ้า ที่เล่าเรื่องการแต่งกายของชาวภูเก็ตโดยใช้แสงสีเสียงได้ล้ำสุดๆ และตบท้ายด้วยห้องอาหาร ที่เล่าเรื่องอาหารภูเก็ตซึ่งผสมจีน ไทย มลายูเข้าด้วยกัน

พิพิธภัณฑ์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของสถานที่ที่ “ถ้าไม่มาก็ไม่รู้หรอก” เพราะเล่าไปยังไงก็พีกไม่เท่ามาเห็นด้วยตาตัวเอง และนี่แหละเสน่ห์ของพิพิธภัณฑ์ที่แท้จริง
 

เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 9.00-16.30 น. (เข้าชมฟรี)
โทร. 09-4807-7873
เข้าไปดูรอบเข้าชมนิทรรศการได้ที่ peranakannitatmuseum



Bangneaw Museum (ในโรงเรียนเทศบาลบ้านบางเหนียว)

พิพิธภัณฑ์ลงแขกที่หลุดออกมาจากหนังสือเรียนได้อย่างสวยงาม

ความน่าทึ่งนอกจากการที่หน่วยงานสนับสนุนให้โรงเรียนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวด้วยการสร้างพิพิธภัณฑ์ในพื้นที่โรงเรียน คือการที่นักเรียนได้มีส่วนร่วมเป็นเรี่ยวแรงส่วนใหญ่ในการทำพิพิธภัณฑ์ และทำออกมาได้ดีไม่น้อยหน้าพิพิธภัณฑ์เอกชนด้วย

จากภายนอกของพิพิธภัณฑ์ก็เป็นตัวอาคารเรียนธรรมดา แต่ทันทีที่เปิดประตูพิพิธภัณฑ์เข้าไปจะเริ่มพบความน่าตื่นเต้นขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อเดินเข้าไปในแต่ละห้อง และทึ่งเข้าไปอีกเมื่อรู้ว่าพิพิธภัณฑ์นี้คืองานลงแขกดีๆ นี่เอง เพราะนอกจากทางโรงเรียนยังมีผู้เฒ่าผู้แก่ ชาวบ้าน ไปจนถึงอ๊าม (ศาลเจ้า) บางเหนียวที่ให้ความช่วยเหลือ รวมรวบข้อมูลจนเกิดเป็นพิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นมา

พิพิธภัณฑ์นี้เป็นเรื่องราวของชุมชนบางเหนียว ชุมชนที่แข็งแกร่งสุดๆ ในภูเก็ต พวกเขาดำรงชีพเป็นชาวเลที่ออกหาปลาในทะเลน้ำลึก การปรับตัวจนสร้างวิถีชีวิตของตัวเองขึ้นมาจึงน่าสนใจเอามากๆ เราจะได้เห็นการนำไข่ขาวมาเคลือบอวนให้แข็งแรง การสร้างอ๊าม (ศาลเจ้า) เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจในการออกหาปลาท่ามกลางสภาพอากาศที่ควบคุมไม่ได้ เห็นภาพบาร์รำวงที่เป็นคณะรำวง มีนางรำนั่งเก้าอี้บนเวทีให้แขกมาคล้องพวงมาลัย เห็นโรงงิ้ว รู้จักประเพณีเก่าๆ ไปจนถึงประเพณีกินผักหรือกินเจของชุมชนที่แท้จริงว่าเหมือนในทีวีที่เราเคยเห็นไหม

นอกจากความรู้ประหนึ่งหลุดมาจากหนังสือเรียนแล้ว ต้องชื่นชมการนำเสนอที่ทีมงานทำพิพิธภัณฑ์ออกมาโดยใช้เทคนิคต่างๆ จนสามารถให้คนมีส่วนร่วมได้ (เสียดายวันที่เราไปเขายังไม่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบ เราเลยไม่ได้เห็นบางเทคนิคที่น่าตื่นตาตื่นใจ) แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังสัมผัสได้ถึงการใช้สอยพื้นที่ได้คุ้มค่า (พื้นที่พิพิธภัณฑ์น้อยมาก แต่มีเนื้อหานิทรรศการแน่นเอี้ยดสุดๆ) จนมาถึงอุโมงค์รูปภาพห้องสุดท้ายที่เป็นภาพวิถีชีวิตของชุมชน เรายิ่งประทับใจการสร้างพิพิธภัณฑ์ด้วยใจและศรัทธาของคนบางเหนียว จนเรารับมันกลับมาเป็นแรงบันดาลใจต่อได้เต็มๆ
 

พิพิธภัณฑ์จะเปิดอย่างเป็นทางการวันที่ 23 สิงหาคมนี้
ค่าเข้าชม 50 บาท (ผู้ใหญ่) และ 20 บาท (เด็ก)
เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-15.30 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 9.30-15.00 น.
โทร. 08-6951-0136



i 46

พิพิธภัณฑ์บ้านคนใจดี ต้อนรับขับสู้ด้วยเซตขนมน้ำชาและรอยยิ้ม

เราได้เจอกับคุณน้อง-เริงเกียรติ หงษ์หยก เจ้าของบ้านผู้เป็นไกด์เก่าและสามารถพูดได้ถึง 4 ภาษา (ไทย อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น) ในบ่ายอากาศครึ้มๆ ชวนเป็นหวัดวันหนึ่ง คุณน้องชวนเราเข้าบ้านพร้อมยกน้ำชามาต้อนรับ และเราก็พบว่านี่คือ Living Museum บ้านแบบบาบ๋า (สไตล์จีนฮกเกี้ยน) อายุ 80 ปีที่เก่าแก่แต่สุดแสนจะน่ารัก

“เวลาคนมาเที่ยวภูเก็ตจะสัมผัสได้แค่ด้านนอก ไม่มีโอกาสได้เข้ามาดูวิถีชีวิตในบ้าน เขาอยู่กันยังไง กินขนมอะไร เรารับวัฒนธรรมอะไรมาบ้าง คนยุคก่อนส่งลูกหลานไปเรียนปีนัง สิงคโปร์ ไม่ได้ส่งเข้ากรุงเทพฯ เพราะการเดินทางจากฝั่งนี้ไปฝั่งมลายูสะดวกกว่า คนไปเรียนก็รับอารยธรรมส่วนหนึ่งมา มีการค้าขาย บางคนก็มีแอบไปเอาภรรยามาด้วย (หัวเราะ) เขาเรียกว่าการไหลเวียนของวัฒนธรรม ผมว่าความเป็นอยู่จริงๆ ของคนภูเก็ตน่านำเสนอ บ้านหลังนี้เป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มชุมชนท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าที่เราตั้งกันขึ้นมาให้คนในชุมชนมีประโยชน์จากการท่องเที่ยว ไม่ใช่ใครไม่รู้มาเปิดร้านมาทำอะไร แล้วคนที่อยู่ดั้งเดิมในชุมชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย อยากให้คนที่มาเที่ยวได้เห็นร้านค้าที่เปิดขาย ถ้าเดินไปตลาดนะ ยังมีร้านขายอุปกรณ์พื้นเมืองที่ใช้ในการดำรงชีพ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับการท่องเที่ยว” ระหว่างที่คุณน้องเล่า สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนคือ นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เราจะได้คุยกันมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ที่สำคัญคือคุยกับเจ้าของพิพิธภัณฑ์เลย



นอกจากเจ้าของแล้ว ความน่ารักของบ้านพิพิธภัณฑ์หลังนี้คือการต่อยอดความเป็น “คนช่างกิน” ของชาวภูเก็ตให้เป็นเซตขนมและน้ำที่เสิร์ฟให้เราได้รับประทานในบ้านเขาเลย

“ขนมสามารถกินคู่กับกาแฟหรือเครื่องดื่มพื้นเมืองได้ มันจะเสริมรสชาติของเครื่องดื่มพื้นเมือง ขนมภูเก็ตหลากหลายมาก มีทั้งขนมสด ขนมแห้ง เสน่ห์ของบ้านเราคือมีขนมให้ทั้งกิน ทั้งพา (ยิ้ม) ก็คือกินด้วยแล้วก็พากลับไปเป็นของฝากได้ด้วย เราเอาขนมมารวมไว้ในจุดเดียว บางร้านขายแต่อาหารหรือขนมอย่างเดียว แล้วเราจะไปตามควานหาทุกอย่างในเวลาเดียวกันยาก นักท่องเที่ยวจะไม่ค่อยรู้ว่าเจ้าไหนอร่อยไม่อร่อย แต่คนท้องถิ่นจะรู้ดีว่าขนมเจ้านี้อร่อย ขนมเจ้านี้ดั้งเดิมที่ทำโดยคนพื้นเมืองจริงๆ นะ” คุณน้องพูดจบก็ชงกาแฟสูตรภูเก็ตที่คั่วด้วยเมล็ดมะขาม และน้ำถั่วเหลืองภูเก็ตให้จิบปิดท้ายก่อนจากกันด้วยรอยยิ้ม
 

ที่ตั้ง 46 ถ.กระบี่ ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
ค่าเข้าชม (รวมเซตน้ำชา) ราคา 150 บาท
เปิดเวลา 10.00-16.00 น. (ปิดวันเสาร์)
ต้องโทร.จองก่อนที่ 08-1895-4795

Phuket Glass Plates Museum

นั่งไทม์แมชีนฟิล์มกระจกไปหาบรรพบุรุษภูเก็ต

พิพิธภัณฑ์ล่าสุดในภูเก็ตที่เป็นแค่ห้องเล็กจิ๋ว (ขนาด 5 x 12 เมตร) แต่เล่าความทันสมัยที่สุดในภูเก็ตเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ในตอนนั้นเมืองไหนมีร้านที่ถ่ายรูปด้วยฟิล์มกระจกจะถือว่าชิกมากๆ และภูเก็ตก็มีสิ่งนี้ที่เรียกว่าห้องภาพเลี่ยงอิ้ว



ห้องภาพเลี่ยงอิ้ว (ปี 2475) คือเบอร์หนึ่งของร้านถ่ายภาพในสมัยนั้น จนผ่านยุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองมา จากห้องภาพก็เหลือแค่ร้านอัดรูป จนร้านตัดสินใจเอาฟิล์มกระจกเก่าๆ มาขาย พอคุณโจเซ่ (นักเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรมชาวสเปน) รู้เรื่องเข้าก็รู้สึกว่าของมีค่าอย่างนั้นจะไปตกอยู่ในมือใครก็ไม่รู้ไม่ได้นะ เขาเลยรับซื้อฟิล์มกระจกกว่า 30,000 ชิ้นอันเป็นประวัติศาสตร์สำคัญของภูเก็ตเอาไว้ ก่อนที่จะบูรณะจัดเก็บและส่งต่อให้คุณเกียรติพล ริจิรานุวัตร (เจ้าของพิพิธภัณฑ์นี่แหละ) และด้วยพลานุภาพของฟิล์มกระจกผสานกับคนรุ่นใหม่ที่เห็นความสำคัญ พิพิธภัณฑ์นี้เลยเกิดขึ้นมา

พอจะเห็นความยิ่งใหญ่ในห้องเล็กๆ นี้แล้วใช่ไหม

พิพิธภัณฑ์นี้มีอะไรให้เล่นมากมาย ทั้งเดินดูภาพที่ถ่ายด้วยฟิล์มกระจก ยืนฟังและส่องดูความลับในตู้ มีมุมจำลองการถ่ายภาพสมัยก่อนที่ยกอุปกรณ์ต่างๆ มาจากห้องภาพเลี่ยงอิ้ว ทีเด็ดคือฟิล์มกระจกตัวจริงเสียงจริงที่นอนรอให้เราใช้แว่นขยายส่องดูรายละเอียดของภาพบุคคล (Portrait) เมื่อ 100 ปีที่แล้วชาวภูเก็ตนิยมมาถ่ายภาพที่ห้องภาพ ไม่ว่าจะเป็นภาพข้าราชการ ภาพลูกเข้าเรียนครั้งแรก ภาพครอบครัว ภาพพระ ภาพแต่งงาน กระทั่งกลุ่มเพื่อนที่แต่งตัวสวยๆ มาถ่ายรูปเล่นกัน ที่จัดแสดงอยู่ตอนนี้เป็นนิทรรศการตัดริบบิ้นของพิพิธภัณฑ์เลยละ (เพิ่งเปิดเมื่อสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา) และเขาจะเปลี่ยนนิทรรศการไปเรื่อยๆ ทุก 6 เดือน (นิทรรศการหน้าเริ่มเดือนพฤศจิกายนนี้)

คลิกอ่านความเจ๋งของ Phuket Glass Plates Museum ต่อได้