×

แต่งแบบบาบ๋า อยู่อย่างบาบ๋า หลงรักวัฒนธรรมบาบ๋าในภูเก็ต

ชนานันทน์ สุนทรนนท์ | Features Editor | 14 August 2018

 

ขึ้นชื่อว่าเมืองภูเก็ต แต่ละทริปเรื่องเล่าไม่มีซ้ำ และยิ่งน่าตื่นเต้นเมื่อเราได้รับการ์ดเชิญไปร่วมงานแต่งงานแบบบาบ๋าที่จัดขึ้นเฉพาะโอกาส เพื่อบอกเล่าวัฒนธรรมที่มีมานานนับร้อยปีของภูเก็ต ทริปนี้เราพาคุณไปชมพิธีแต่งงานแบบบาบ๋า ที่เจ้าสาวจะสวยและรวยมากในวันแต่งงาน ตั้งแต่รวยสินสอด รวยเสื้อผ้าหน้าผม รวยญาติพี่น้อง รวยพิธีการที่มีที่มาที่ไป และจะทำให้เราได้เข้าถึงภูเก็ตในอีกมิติ ท่ามกลางเมืองที่ยังมีสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส อีกหนึ่งเอกลักษณ์แบบบาบ๋าให้เห็น เพียงปรับเปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์ คาเฟ่ หรือโฮสเทล ท่ามกลางการใช้ชีวิตระหว่างความเก่าและใหม่ที่ผสมกลมกลืน

เตรียมตัวพร้อมบิน เช็กอินเมืองเก่า
เราเดินทางจากสนามบินดอนเมืองมาถึงสนามบินภูเก็ตอย่างสะดวกสบายโดยสายการบินแอร์เอเชียเที่ยวบินเช้า ออกจากสนามบินดอนเมือง 06.55 น. ที่ทั้งจอง เลือกที่นั่ง เลือกน้ำหนักกระเป๋า สั่งอาหาร ซื้อประกันการเดินทาง และเช็กอินล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันได้ง่ายๆ แถมยังสะสมแต้มใน Big Loyalty โปรแกรมสะสมคะแนนการเดินทางของแอร์เอเชียเพื่อรับหลายสิทธิประโยชน์ รู้ตัวอีกทีก็ตอนกัปตันนำเครื่องลงสวยๆ จอดสบายๆ ตรงเวลาเป๊ะที่ 08.20 น. จากนั้นใช้เวลาไม่นานเดินทางถึงตัวเมือง เช็กอินโรงแรมใกล้หอนาฬิกาทำเลสะดวก ก่อนสนุกกับการออกสำรวจเมืองเก่า เข้าร้านกาแฟ แวะร้านติ่มซำ จอดยาวที่ร้านอาหารพื้นเมือง และปิดท้ายด้วยโอ้เอ๋วของหวานคู่เมือง สมชื่อ Creative City of Gastronomy จาก UNESCO ที่เลี้ยวไปถนนเส้นไหนก็มีของอร่อยให้เลือกชิม ก่อนถึงพิธีที่เราตั้งตาคอยในเช้าวันถัดไป

รู้จักบาบ๋า ก่อนไปงานแต่งบาบ๋า
ก่อนจะไปงานแต่งงานแบบบาบ๋าเพื่อซึมซับวัฒนธรรมของพิธีมงคลแบบเต็มอิ่ม การทำความรู้จักกับวัฒนธรรมบาบ๋าเป็นเรื่องไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ย้อนกลับไปราวร้อยกว่าปีก่อน คนจีนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนฮกเกี้ยนได้มาขึ้นฝั่ง ทำเหมืองแร่ ค้าขาย และแต่งงานกับคนพื้นเมืองภูเก็ต (รวมถึงในพื้นที่ใกล้เคียงภูเก็ตในประเทศไทย สิงคโปร์ และมาเลเซีย) ซึ่งเมื่อมีทายาท จึงเกิดคำว่า "บาบ๋า ย่าหยา" ที่ใช้เรียกลูกชายและลูกสาวที่เป็นลูกครึ่งคนพื้นเมืองและฮกเกี้ยน ซึ่งเวลานี้เรียกรวมกันว่า "บาบ๋า" ส่วน "ย่าหยา" ถูกใช้เป็นแค่คำเรียกเครื่องแต่งกายของผู้หญิงเท่านั้น และด้วยภูมิประเทศที่สมบูรณ์บวกกับเป็นทำเลทองในการค้าขาย เป็นจุดจอดเรือสินค้าที่ไปมาทั่วโลก เมื่อพูดถึงวิถีชีวิตแบบบาบ๋าจึงพูดได้เลยว่ามีโอกาสได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุด และมีรสนิยมวิไลเรื่องการกินอยู่ใช้สอยข้าวของในชีวิตประจำวัน ซึ่งรวมไปถึงงานมงคลอย่างพิธีแต่งงาน

Something Old
ทันทีที่มาถึงสถานที่จัดงานที่พิพิธภัณฑ์เพอรานากัน ภูเก็ต บนถนนเทพกษัตรี ซึ่งคู่รักหลายคู่นิยมมาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งที่นี่ รู้สึกได้ถึงงานมงคลที่บรรยากาศคึกคัก ไหนจะบทสนทนาที่ออกรสของผู้ใหญ่ในชุดสวยงาม มีเด็กๆ ร้องกระจองอแงระหว่างรอเริ่มพิธี คนภูเก็ตแท้ๆ ที่ผูกพันกับวัฒนธรรมบาบ๋าเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับสินสอดว่า หากเป็นงานแต่งงานของเศรษฐีโบราณ ฝ่ายเจ้าบ่าวจะเสียหน้าไม่ได้เด็ดขาด ต้องขนสินสอดกันมาเต็มที่ โดยใส่มาในเสี่ยหนา หรือตะกร้าจีนขนาดเล็กสวยงาม (คำว่า "เสี่ย" แปลว่า มงคล) ในสมัยก่อนหรือสำหรับบางครอบครัวที่ใช้แหวนหมั้นของบรรพบุรุษ เราจะได้เห็นแหวนผูกด้ายแดงตามจำนวนครั้งที่เคยใช้ในพิธีแต่งงานอีกด้วย ซึ่งสินสอดอย่างหลังนี้ทำให้นึกถึงงานแต่งแบบฝั่งฝรั่งที่มีวลีเกี่ยวกับสิ่งของที่ต้องมีในงาน “Something Old, Something New, Something Borrowed, Something Blue and a Silver Sixpence in Her Shoe.” 





“สวย รวย ควีน” เจ้าสาวบาบ๋า
หากอยากรู้ถึงความมั่งคั่งทางการเงินของคู่แต่งงานที่คุณจะไปร่วมยินดีด้วย ไม่ต้องเสียเวลาสืบ เพราะชุดเจ้าสาวนั่นแหละที่บอกถึงฐานะความเป็นอยู่ (ต่างจากเจ้าสาวในชุดมินิมัลปัจจุบัน) งานแต่งแบบบาบ๋าโบราณคือวันที่เจ้าสาวจะสวยและรวยที่สุด ด้วยเครื่องประดับทองคำแท้และเพชรแท้ ตั้งแต่เครื่องประดับศีรษะที่เรียกว่ามงกุฎดอกไม้ไหว ต่างหูหงส์ สร้อยคอ เครื่องประดับกอสัง หรือกอรอสัง (เข็มกลัด 3 ตัวแม่ลูก) ที่ติดได้เป็นแผงถ้าอยากจัดเต็ม คาดเข็มขัดทองแท้ สวมแหวนบาเยะที่นิ้วมือทั้งสิบนิ้ว ไปจนถึงกำไลทองที่ข้อเท้าแบบจัดเต็ม และสวมรองเท้าลูกปัดที่เจ้าสาวยุคก่อนจะปักเองทีละเม็ดให้สมกับงานสำคัญในชีวิต สวยและรวยระดับ Dress to Kill จนต้องยกให้เป็น “ควีน” ของงาน หากเป็นเครื่องประดับดั้งเดิมจะเป็นสไตล์จีนแท้ๆ แต่เครื่องประดับที่เราได้เห็นจะมีส่วนผสมสไตล์เพอรานากันที่ผ่านการผสมผสานมาแล้ว และยังสวยงามตามสมัย



ดูนางให้ดูเครื่องหัว ไหวไม่กลัว แต่กลัวไม่ไหว
มงกุฎดอกไม้ไหวคือเครื่องประดับศีรษะที่เจ้าสาวเท่านั้นจะสวมได้ วันดีคืนดีอยากใส่เครื่องหัวสวยๆ ก็เอาไปสวมเล่นไม่ได้ และยังมีข้อสังเกตสนุกๆ ที่เจ้าสาวตัวจริงในสมัยก่อนอาจไม่สนุกด้วยเกี่ยวกับพู่ดอกไม้ไหวนี้ว่า เครื่องประดับที่สั่นไหวบนศีรษะนี้บอกถึงความกลัวที่จะต้องเสียตัวครั้งแรกของหญิงสาว ซึ่งความจริงแล้วมีความหมายลึกไปกว่านั้น เพราะสามารถตีความเป็นความกลัวจากการถูกคลุมถุงชนของเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวที่มีฐานะเท่าเทียมกัน (รวยพอๆ กัน) ยิ่งในสมัยโบราณ ตั้งแต่เริ่มพิธีเจ้าสาวจะมีผ้าแดงคลุมหน้าทั้งวัน และจะเปิดหน้าอีกครั้งพร้อมเห็นหน้าเจ้าบ่าวครั้งแรกก็เมื่อถึงเวลาส่งตัว เรื่องคลุมถุงชนยังเล่าต่อได้ไปถึงเรื่องอึ่มหลาง หรือแม่สื่อแม่ชัก ที่เจรจาจับคู่ให้ครอบครัวฝ่ายหญิงและฝ่ายชายได้อีกด้วย นั่นคือถ้าทำได้ อึ่มหลางจะได้รับอั่งเปาและขาหมูเป็นของรางวัล



ผมทรงชักอีโบย แต่งหน้าลุคใสๆ
เจ้าสาวบาบ๋าจะทำผมมวยรวบตึงไม่ได้ เพราะงานแต่งแบบบาบ๋าต้องผมทรงชักอีโบยเท่านั้น จุดเด่นของผมทรงนี้นอกจากทำให้ประดับมงกุฎดอกไม้ไหวได้สวยแล้ว ปีกของผมที่ดึงออกมาเปรียบเหมือนกับความงามของหงส์ที่ช่วยให้ศีรษะทุยและดูแกรนด์ขึ้นทันตา และยังเป็นทรงผมที่ช่วยเปิดหน้าผากกว้างให้เห็นถึงวาสนาที่ดีของเจ้าสาวนั่นเอง ส่วนหน้าจะแต่งเฉดนิ่งให้ดูแพง ไม่ฉูดฉาดจนเกินงาม



ความสำคัญของครอบครัวที่สะท้อนผ่านพิธีผ่างเต๋
ตามธรรมเนียมจีนโบราณการจะทำงานพิธีอะไรให้ราบรื่นอยู่เย็นเป็นสุขต้องไหว้เทวดาเป็นอันดับแรก เริ่มด้วยจัดโต๊ะไหว้เทวดา โดยมีหนึ่งในของไหว้สำคัญที่ถือเป็นคิงออฟฟรุตคือสับปะรดภูเก็ต จากนั้นเข้าสู่พิธีผ่างเต๋ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของครอบครัวที่เลี้ยงดูรวมถึงช่วยจัดงานแต่งงานจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยพิธีผ่างเต๋ก็คือพิธียกน้ำชา ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะยกน้ำชาคารวะพ่อและแม่ โดยทั้งสองท่านจะกล่าวคำอวยพรและรับไหว้พร้อมวางซองอั่งเปาให้คู่บ่าวสาว แล้วไหว้ญาติผู้ใหญ่ที่มีความอาวุโสตามลำดับ พิธีจะดำเนินเรื่อยไปจนถึงพิธีส่งตัวเจ้าสาว ซึ่งอึ่มหลางจะอยู่คอยจัดงานจนจบพิธี เรียกได้ว่านอกจากทำหน้าที่จับคู่แล้วยังทำหน้าที่ออร์แกไนเซอร์จัดงานแต่งงานด้วย



ขนมมงคล ห้ามขาด
จากขนมท้องถิ่นทั้งหมดในภูเก็ต ต่อไปนี้คือตัวอย่างขนมมงคลที่แขกจะได้เห็นในงาน ซึ่งมาพร้อมกับความหมายที่ดีเกี่ยวกับชีวิตคู่และการใช้ชีวิตในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นขนมห่อหรือขนมใส่ไส้ที่พิเศษด้วย 2 ไส้ ไม่มีขายในตลาด ไปจนถึงขนมเต่าแดงที่เห็นแล้วเป็นเหมือนอีกสัญลักษณ์น่ารักของภูเก็ต 

- ขนมห่อ หรือขนมใส่ไส้ หากทำสำหรับงานแต่งต้องมีไส้ 2 ก้อน หมายถึงอยู่คู่กัน

- ขนมเทียน ยอดสามเหลี่ยมคือความเจริญรุ่งเรือง มีชีวิตคู่สว่างไสวเหมือนแสงเทียน

- ขนมผิง อร่อยละลายในปากจากการอบ สื่อถึงความอบอุ่นหวานละมุน

- ขนมหุ้นโก้ย สีชมพูสดใส เนื้อเหนียวนุ่ม สื่อถึงความรักที่เหนียวแน่น

- ขนมปักถ่องโก้ คล้ายขนมถ้วยฟูสีขาวตัดเป็นสี่เหลี่ยม มีจุดสีแดงบนหน้า หมายถึงเฟื่องฟู

- กาเป๊กโก้ย ขนมคีบ หรือทองม้วน แต่ใช้วิธีคีบให้ปลายสองข้างประกบคู่ หมายถึงคู่กัน

- ขนมชั้น ขนมนึ่งสลับชั้น แป้งที่ซ้อนกันหลายชั้นหมายถึงความมั่นคง มั่งคั่ง

- บู๊ลู่ หรือขนมไข่เนื้อฟู หมายถึงชีวิตคู่ที่เฟื่องฟูและก้าวหน้า

- เหนียวหีบ ทำจากข้าวเหนียว 2 สี 2 ครอบครัว หนีบให้แน่น กินคู่สังขยาลงตัวเหมือนความรัก

- กันแม หรือกาละแมที่ใช้เวลากวนนาน หมายถึงความหวาน เหนียวแน่น และอดทน

- ขนมอังกู๊ หรือขนมเต่าแดง สีแดงหมายถึงสิริมงคล ส่วนเต่าหมายถึงอายุมั่นขวัญยืนและรักยืนยง

- ฉ้ายถ่าวโก้ย หรือขนมผักกาดภูเก็ต หมายถึงการครองคู่อย่างมีความสุข



นอกจากสื่อความหมายที่ดีเกี่ยวกับความรัก ขนมมงคลทั้งหมดยังบอกเล่าเรื่องราวไลฟ์สไตล์การกินอยู่แบบบาบ๋าที่เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ ของกินแต่ละอย่างผู้ปรุงจะคัดสรรมาอย่างดี เด็กผู้หญิงแทบจะโตมาในห้องครัว และยิ่งลูกสาวบ้านไหนทำอาหารอร่อย ลูกสาวบ้านนั้นจะยิ่งฮอตและเป็นที่หมายปอง ซึ่งหากเปิดประเด็นเรื่องกินอยู่อย่างบาบ๋าแล้วละก็ ถึงขั้นต้องเปิดครัวเล่ากันยาว

งานแต่งจบ แต่สีสันแบบบาบ๋ายังไม่จบ และถ้าคุณเริ่มหลงรักวัฒนธรรมบาบ๋าในภูเก็ตไม่ต่างกับเรา หนึ่งในกิจกรรมกรรมไม่ควรพลาด คือ แวะชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบบาบ๋าที่พิพิธภัณฑ์หลายแห่งของเมือง (ติดตามได้ในตอนอื่นๆ ของ "ภูเก็ตสะเด็ดน้ำ") รวมถึงพิพิธภัณฑ์เพอรานากัน ภูเก็ต ที่รวบรวมหลากหลายเรื่องวิถีชีวิตบาบ๋ามาจัดแสดง...แล้วคุณจะสนุกกับภูเก็ตยิ่งกว่าเดิม


 

ขอขอบคุณ
- บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) www.thaibev.com
- บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีภูเก็ต (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด
- พิพิธภัณฑ์ เพอรานากัน ภูเก็ต 124/1 หมู่ 1 ถนนเทพกษัตรี ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โทร. 0-7631-3556, 0-7631-3031 peranakanphuketmuseum.com
- บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด www.airasia.com