×

เมื่อศิลปินวัยรุ่นภูเก็ตวาดภาพชีวิตตัวเองผ่าน Street Art 2018

สราลี อุรุพงศา | Editorial Manager | 22 August 2018


หลังจากที่สตรีตอาร์ตรุ่นบุกเบิกของย่านเมืองเก่าภูเก็ตเป็นที่ฮือฮาจากฝีมือของทั้งศิลปินต่างประเทศและศิลปินไทยหลากหลายผลงาน ปีนี้สตรีตอาร์ตลอตใหม่ของภูเก็ตปล่อยออกมาเป็นชุด และไม่ได้ใหม่แค่ชื่อ ศิลปินที่วาดก็ใหม่ด้วย ที่สำคัญอายุน้อยสุด 18 ปี มากสุดแค่ 24 ปี!

จริงๆ แล้วศิลปินวัยรุ่นที่เพิ่งเดบิวต์ผลงานสตรีตอาร์ตตัวเองออกสู่กำแพงทั้ง 9 ภาพมีกันถึง 15 คน แต่หลังจากที่เพื่อนเดินทาง ตอน ภูเก็ตสะเด็ดน้ำ ติดต่อไปทางต้นสังกัดศิลปินอย่าง 4Studio เราก็ได้ตัวแทนศิลปินทั้งหมด 6 คนมาพูดคุยกับเรา ได้แก่ แจม-เจกิตาน์ โตนิติ, ปิ่น-ภัคธีมา รักษ์ชูชีพ, แอ็ต-วราธร วสุนธราธรรม, ไข่มุก-อันดามัน รักบางบูรณ์, ใบหยก-สุชานาถ ชัยสิทธิ์ และไท-อติดติ สมนาม

มาฟังตัวแทนศิลปินคุณภาพแก๊งนี้เล่าเรื่องราวสตรีตอาร์ตเวอร์ชัน 2018 ของพวกเขากัน

ทำไมสตรีตอาร์ตภูเก็ตปีนี้ถึงเป็นฝีมือของพวกเรากันได้

แจม: “ซีซั่นแรกคือการนำศิลปินต่างประเทศและศิลปินที่ไม่ใช่ชาวภูเก็ตทั้งหมดมาทำงาน แล้วแสดงเอกลักษณ์ของเขาเองที่สื่อถึงความเป็นภูเก็ตด้วย แต่ก็ไม่ได้สื่อถึงภูเก็ตเสียทีเดียว ทีนี้โปรเจกต์ 2 เขาเลยคิดว่าเอาศิลปินภูเก็ตนี่แหละ ให้เด็กภูเก็ตที่มีความสามารถมาแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของภูเก็ตไปเลย 100%”
 

นอกจากโจทย์ที่ว่าให้ศิลปินวัยรุ่นภูเก็ตมาวาดรูปภูเก็ตแล้ว มีโจทย์อะไรอีกบ้างไหม

ไข่มุกและใบหยก: “แต่ละรูปต้องมีเด็กด้วยค่ะ เด็กต้องเป็นเชื้อชาติจีน ไทย หรืออิสลามตามจริงของคนภูเก็ตเลย รูปหนึ่งจะเป็นเด็กสามคนสามชาติเลยก็ได้ หรือแค่คนเดียวก็ได้ แต่ยังไงต้องมีเด็กค่ะ”


ทีนี้กระบวนการเป็นอย่างไร แบ่งทีมกันอย่างไร เราได้กำแพงกันก่อนแล้วค่อยคิดว่าจะวาดภาพอะไรหรือเปล่า

แจม: “เราจะรู้ตำแหน่งกำแพงก่อนแล้วค่อยมาคิดว่าควรเป็นคอนเซปต์อะไร ก็จะอิงให้เล่าเรื่องตามสถานที่นั้นๆ แต่ละกำแพงจะมีเฮดคนหนึ่งบ้าง สองคนบ้างคอยดู”

ปิ่น: “แต่อย่างไข่มุกกับใบหยกเป็นกำลังเสริม จะไปช่วยทุกกำแพงเลย เป็นที่ต้องการของทุกๆ คน (หัวเราะ)”
 

แล้วน้องๆ แต่ละคนเคยวาดสตรีตอาร์ตกันมาก่อนไหม

ทุกคน: “ไม่เคยเลย (ประสานเสียง)”

ไท: “ผมเรียนอินทีเรียร์ด้วย”

ปิ่น: “ไม่เคย แต่พอถึงกำแพงหนูก็หาแปรงใหญ่ๆ แล้วฟาดเลยค่ะ (หัวเราะ)”

แล้วประสบการณ์วาดสตรีตอาร์ตรูปยักษ์ครั้งแรกเป็นอย่างไรกันบ้าง

แจม: “เราทำงานกันตอนกลางคืนเพราะไม่ร้อน แล้วช่วงแรกๆ ของแต่ละงานต้องใช้คอมฯ ใช้โปรเจกเตอร์ส่องเพื่อวาดตามด้วย เลยทำงานตอนมืดดีที่สุด ก็จะลำบากในการใช้ไฟ ต้องต่อไฟ ต้องนำสปอตไลต์มาต่อกันเอง หาปลั๊กกัน อย่างของแจม (ภาพเด็กเล่นประทัด) เป็นกำแพงติดถนนใหญ่ ต้องส่องโปรเจกเตอร์ข้ามฝั่งเลย”

ปิ่น: “แต่การทำดึกๆ สีมันกลาย คือจะเพี้ยนง่ายมากค่ะ ปกติถ้าเราลงสีบนกระดาษหรือเฟรมก็จะได้สีตามในถังเลย แต่พอลงบนผนังปุ๊บ ก่อนหน้าที่เราจะลงมันมีสีอื่นอยู่แล้ว พอเราลงสีไปมันจะดูดเม็ดสีเข้าไป แล้วจะดำขึ้น เวลาเพนต์ๆ ไป พอเช้ามา อ้าว เด็กเขียว (หัวเราะ) ช้ำเลือดช้ำหนองเลย หนูก็แบบ...ต้องแก้อีกแล้ว (หัวเราะ)”




นอกจากดราม่าสีเพี้ยนยามดึกแล้ว ชีวิตพวกเราต้องเจออะไรอีกบ้าง

ไท: “อย่างตอนที่วาดกำแพงภาพเจ้าบ่าวเจ้าสาวตรงบ้านชินประชา ฝนตกบ่อยมาก แล้วไม่มีหลังคาบัง ฝนตกปุ๊บก็ต้องเก็บของกลับ เลยต้องทำอยู่นานประมาณสองอาทิตย์ อันนี้น้องปิ่นก็ช่วยทำ”

ปิ่น: “พอทาแล้วฝนตก พอแห้งปุ๊บหน้าผู้หญิงก็แตก หนูต้องไปนั่งดึงออกแล้วทาทับลงไปใหม่อีกที อ้อ แล้วอีกอย่างก็กลิ่นขยะค่ะ ตรงภาพเด็กนั่งบนปิ่นโตอยู่ใกล้กับที่ทิ้งขยะ เขาก็มาทิ้งตรงที่พวกหนูนั่งวาด ก็นั่งดมทั้งกลิ่นขยะทั้งกลิ่นขี้แมว เป็นรังแมลงสาบด้วย (หัวเราะ)”

ไข่มุก: “แต่ละงานไม่ได้ทำพร้อมกัน จะทยอยทำมากกว่า คืนหนึ่งก็กระจายกำลังช่วยกัน”

ใบหยก: “คืนหนึ่งช่วยกันทำได้สองกำแพงก็เยอะแล้วค่ะ อันนั้นคือเต็มที่แล้ว”

ใช้เวลาวาดสองอาทิตย์ที่บ้านชินประชานี่น่าจะใช้เวลาเยอะสุดแล้วใช่ไหม มีใครแป๊บเดียวเสร็จไหม

แอ็ต: “ของผมสองวันครับ ไม่เยอะ เพราะได้ผนังที่ต้องวาดต่อจากที่ศิลปินเขาวาดไว้เมื่อครั้งที่แล้ว ที่เป็นรูปคนแก่สองคน เราอยากให้มีชีวิตชีวามากขึ้นก็เลยเพิ่มเด็กไทย จีน อิสลามเข้าไปสามคน ให้เด็กได้เข้าไปมีกิจกรรมทำร่วมกันกับคนแก่ จริงๆ ก็มีสร้างใหม่ มีทับของเก่าบ้าง รู้สึกกดดันนิดหนึ่งเพราะของเก่าทำไว้ดีมากเลย แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุดครับ”

ปิ่น: “ของปิ่น (ภาพผู้หญิงนอนฝัน) ทำอยู่สามวัน รูปนี้สเกลใหญ่นะ รายละเอียดเยอะ แต่เป็นงานเร่งค่ะ (หัวเราะ) เลยมีคนมาช่วยเป็นสิบคนจนเสร็จได้”



แต่ฟังแล้วทุกคนสนุก ช่วยกันเต็มกำลัง และแววตาดูเป็นประกายภูมิใจกันมาก คิดว่าทำไมเขาถึงให้โอกาสเด็กอย่างเราได้ทำสตรีตอาร์ตปีนี้

ไท: “น่าจะเป็นเรื่องทัศนคติมากกว่า เพราะทั้งตอนทำแล้วก็ก่อนเริ่มงานคือเป็นความคิดของเด็ก เหมือนว่าการที่ให้เด็กมาทำนี่ไม่ใช่แค่ต้องการบอกว่าเด็กคือความสดใสอย่างเดียว แต่เอาเด็กมาบวกกับวัฒนธรรมเพื่อสื่อสารว่าวัฒนธรรมต่างๆ จะถูกส่งต่อผ่านคนรุ่นใหม่ไปเรื่อยๆ”
 

ในฐานะผู้มาเยี่ยมเยือนเราดีใจแทนคนภูเก็ตที่มีเด็กรุ่นใหม่ที่ทั้งสดใส มีพลัง ที่สำคัญคือทุกคนรู้ว่าตัวเองจะสามารถวาดภูเก็ตในแบบที่เขาเห็นและอยากเห็นได้อย่างไร และสื่อสารภาพเหล่านั้นออกมาผ่านผลงานของพวกเขาเอง
 

คลิกอ่าน ตะลุยทัวร์ 9 สตรีตอาร์ตล่าสุดของภูเก็ตพร้อมเรื่องเล่าจากศิลปิน (แถมลายแทงด้วย)