×

ความสวยงามแห่งการไม่เข้ากัน...Yellow Submarine Coffee Tank

สราลี อุรุพงศา | Editorial Manager | 27 September 2018

นึกถึงภาพป่ากว้างที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ในนั้นยังมีกล่องดำสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ครอบพื้นที่หนึ่งเอาไว้อยู่ เป็นอะไรเอ่ยที่ไม่เข้ากันแต่มีเสน่ห์ลึกลับให้เดินเข้าไปใกล้ ใกล้เข้าไป ใกล้เข้าไป คุณจะได้กลิ่นหอมของเบเกอรี่และกาแฟ เปิดประตูเข้าไปคุณจะตกใจกับต้นไม้ที่ก็ยังคงมีอยู่เหมือนกับพื้นที่นอกกล่อง แต่ถูกแต่งตัวเพิ่มด้วยโทนดำและการปิดทึบที่พอจะเห็นวิวด้านนอกบ้างเท่าที่คาเฟ่จะอนุญาตให้เห็น

ใช่แล้ว ที่นี่คือคาเฟ่ คาเฟ่ที่ไม่ได้จะขายวิวเขาใหญ่ ไม่ได้อวดต้นไม้ ภูเขา ใบหญ้า แถมไม่ได้อยู่กับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ทว่ากลับโดดเด่นแต่ก็ยังเคารพธรรมชาติ ก็อย่างที่เราว่านั่นแหละ เขาสร้างมาครอบ ไม่ได้สร้างมาทับ นี่แหละคือความเท่แต่น่ารักของคาเฟ่นี้

เรานับถือในความอะไรเอ่ยที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของที่นี่จนได้ไปเยือนด้วยตัวเอง คุยกับผู้จัดการร้านเอง ได้ลองชิมเมนูในร้านนี้เอง และพบว่าเป็นความประทับใจที่อยากส่งต่อไปให้ใครๆ ได้รู้กัน

ชื่อ Yellow Submarine แต่ไม่ใช่เรือดำน้ำสีเหลืองนะ
“ฟังเพลง Yellow Submarine ของ The Beatles แล้วชอบ คือเรามีชื่อร้านก่อนเลย แต่ก็ไม่ได้คิดว่าต้องทำร้านให้เป็นเรือดำน้ำสีเหลืองหรืออะไรนะคะ เราว่ามันไม่ต้องเกี่ยวกันก็ได้” คุณแนท-ชิดชเนต สาคร ผู้จัดการร้านเล่าให้ฟังเมื่อถามถึงสิ่งแรกที่เราสงสัย โอเค เราพอเห็นความธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา ซับซ้อนแต่ก็เรียบง่ายของที่นี่แล้ว

สร้างกล่องดำ
ที่นี่ถูกสร้างมาด้วยความตั้งใจที่อยากให้เป็น “คาเฟ่ปิดล้อม” คนด้านนอกมองเข้ามาจะเห็นด้านในน้อยมาก ในขณะเดียวกันถ้าเรานั่งอยู่ข้างในมองออกไปข้างนอกก็จะถูกจำกัดการมองให้มองลอดช่องเห็นเพียงสีเขียวๆ ไกลๆ ดูลึกลับแบบคอนทราสต์



“เราอยากเพิ่มมูลค่าให้พื้นที่ และคิดว่าไม่จำเป็นที่เราอยู่กับธรรมชาติแล้วจะต้องขายวิว” เป็นทัศนคติไม่เหมือนใครแต่ก็ไม่ผิดอะไร แถมยังเป็น “ตัวของตัวเอง” สุดๆ จนไม่แปลกที่คาเฟ่กล่องดำนี้จะเป็นจุดพักใจของใครหลายๆ คน และยังได้รับรางวัล Building of the Year Awards ประจำปี 2017 จากเว็บไซต์ ArchDaily (รางวัลที่เกิดจากการเปิดให้โหวตจากคนทั่วโลก) มาแล้ว

กล่องใบนี้มีต้นไม้ซ่อนอยู่
ดูเหมือนจะอึดอัด แต่เข้าไปแล้วอบอุ่น เรารู้สึกอย่างนั้น น่าจะเพราะต้นไม้ที่แทรกตัวแบบซ่อนแอบบ้าง โต้งๆ บ้างอยู่ในที่ว่างของคาเฟ่ เราว่าเป็นการเคารพธรรมชาติแบบที่ไม่ต้องพูดออกมา เพราะต้นไม้ในร้านก็คือต้นไม้ที่อยู่ในป่านี้อยู่แล้ว และอายุเยอะกว่าอายุร้านกันทั้งนั้น (ร้านเปิดมาจะ 3 ปีแล้ว) แถมพื้นที่กว่า 80% ของร้านก็เป็นโอเพ่นแอร์ ไร้หลังคากั้นระหว่างเรากับท้องฟ้า เพราะฉะนั้นในความปิดล้อมนี้ก็ยังมีพื้นที่ให้ได้ทักทายกับธรรมชาติ



“ตอนทำร้านต้องมีตัดต้นไม้ออกบ้าง แต่เราก็ปลูกที่หน้าร้านเพิ่มด้วย พยายามให้มีพื้นที่เปิดโล่งเยอะเพราะอยากให้คนสนใจธรรมชาติ สนใจต้นไม้ อยู่ใกล้ชิดต้นไม้มากกว่าอยู่ในห้อง” คุณแนทว่าอย่างนั้นระหว่างที่เรากำลังเดินไปถึงโซนเอาต์ดอร์ซึ่งพนักงานกำลังกวาดใบไม้บนพื้นหินอยู่ จนกลายเป็นสีเหลืองเขียวสวยสลับกับสีเทาของพื้นหินกรวดที่ปูอยู่บนพื้น

แต่งตัวกล่อง
ภายในคาเฟ่เลือกปูพื้นด้วยหินกรวดก้อนเล็กให้โทนสีเข้ากับผนังดำที่มีเทกซ์เจอร์ขรุขระคล้ายทราย นอกจากจะมีพื้นที่เอาต์ดอร์เยอะแล้วร้านยังมีโต๊ะเคาน์เตอร์ยาวที่แขกไปใครมาต้องนั่งร่วมโต๊ะกันอยู่ถึง 3 จุด จุดที่เด่นที่สุดก็คือเคาน์เตอร์ยาวเหยียดในร้านที่กินพื้นที่ไปถึงหน้าร้าน รับบทเป็นทั้งโต๊ะ (ด้านในร้าน) และเป็นเก้าอี้ (ด้านหน้าร้าน) ที่นั่งถ่ายรูปได้ จนกลายเป็นจุดแลนด์มาร์กของคาเฟ่ไปเลย



คุณแนทเล่าว่า “ด้านหน้าร้านเราทำเป็นกระจกที่จะสะท้อนวิวตรงกันข้าม ภูเขา ต้นไม้ ท้องฟ้าจะอยู่ในนี้หมด เราอยากทำเคาน์เตอร์ยาวตัวนี้ให้เป็นโต๊ะอเนกประสงค์ที่ใช้นั่งกินก็ได้ หรือจะนั่งบนนั้นเลยก็ได้” และเราก็ประทับใจหนักมากกับการที่แค่มีกระจกกั้นนิดเดียวก็แยกฟังก์ชันของเคาน์เตอร์ได้เลย



ในขณะเดียวกันพื้นที่ในคาเฟ่แต่ละโซนก็มีเสน่ห์ลึกลับในแบบของตัวเอง บนผนังบางด้านของร้านจะมองเห็นวิวด้านนอกแค่ประมาณ 1 คืบ แต่กินพื้นที่ในแนวนอน ในบางโซนเราจะเห็นพื้นที่ช่วงล่างของวิวด้านนอกแบบที่ถ้านั่งเก้าอี้จะเห็นชัด แต่ถ้ายืนปุ๊บก็จะไม่เห็นอะไรแล้ว เหมือนกับได้เข้ามาชมงานศิลปะที่ต้องตั้งใจดูรายละเอียดทุกๆ มุม ทุกๆ ช่อง และได้โฟกัสเท่าที่ร้านอนุญาตให้เราเห็น เราว่านั่นคือความสนุกของร้านนี้

เมนูสีดำ
แน่นอนว่าเมนูสีดำคือทีเด็ดของร้านนี้ที่ล้อไปกับสีของร้าน ความเจ๋งคือไม่ใช่แค่มีกิมมิกแต่อร่อยมากๆ ด้วยนี่สิ

ขนมของที่นี่เป็นโฮมเมดทั้งหมด เมนูสีดำเมนูแรกคือ Black Honey Toast (185 บาท) ที่เรา (ไปเช้ามากจน) ต้องรอให้พนักงานวอร์มเตาก่อน (แต่ไม่มีปัญหาอะไรกับการรอเลย เพราะเวลาที่พอจะมีทำให้ได้เดินดูร้านเสียเพลินจนพนักงานต้องเดินมาเรียกว่าโทสต์ได้แล้วนะครับ แหะๆ)



ความหอมละมุนและเทกซ์เจอร์กรอบนอกนุ่มในของโทสต์ชาร์โคลนี้เข้ากันกับสตรอว์เบอร์รีและไอศกรีมสุดๆ ระหว่างกินอยากให้ลองก้มดูการละลายของไอศกรีมที่ปนกับสีดำของโทสต์นิดหน่อยบนจานดู แล้วจะพบภาพสวยๆ เหมือนมีใครมาสร้างงานศิลปะ มาสาดสีลงบนแคนวาสอย่างไรอย่างนั้น และถ้าไม่กลัวฟันดำ ไม่แคร์ลุคเท่าไร แนะนำว่ากินเมนูนี้เสร็จแล้วเธอและเพื่อนจงฉีกยิ้มยิงฟันเซลฟี่กันดู รับรองว่าสีดำตามซอกฟันจะยิ่งทำให้ลืมร้านนี้ไม่ลงแน่ๆ ทันใดนั้นเองก็จะพบว่าเธอคอมพลีตการมาถึงร้านนี้แล้วแบบไม่ต้องเช็กอินก็อินกว่าใครในโลกนี้



Pecan Pie & Strawberry (140 บาท) คืออีกเมนูที่เกือบจะดำปิ๊ดปี๋ถ้าไม่ได้สตรอว์เบอร์รีมาช่วยโปะหน้าไว้ ความอร่อยของถั่วพีแคนคือวัตถุดิบหลักที่ทำให้เมนูนี้ไม่ซ้ำใคร ยิ่งทุกๆ คำมีสตรอว์เบอร์รี (แถมมีเพิ่มให้แบบไม่งกไว้ที่ข้างจานอีกแน่ะ) เข้าไปด้วยแล้วก็ยิ่งตัดรสชาติให้พายมีมิติเข้าไปใหญ่



อย่าเพิ่งออกจากร้านถ้ายังไม่ได้ลองกาแฟของที่นี่ เราได้ลอง 2 เมนูและพบว่าดีไปหมด อย่าง Yellow Oxygen (95 บาท) หรือซิกเนเจอร์ของที่นี่ที่คือพระเอกของร้านเลย แก้วนี้เป็นเมล็ดกาแฟ Custom Blend จากสุมาตรา (อินโดนีเซีย), แทนซาเนีย และไทย ที่คั่วโดย Alto เป็นเมนูน้ำเมนูเดียวในร้านที่แปะสติกเกอร์ให้พิเศษกว่าแก้วไหน เหมือนจะบอกว่านี่คือที่สุดความพิเศษแล้วนะของเครื่องดื่มร้านนี้ เธอตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกฉัน



จังหวะที่เราเดินออกจากร้านก็เจอกับหญ้าเขียวๆ ป่ากว้าง ต้นไม้น้อยใหญ่ บ้านไม้น่ารักที่มีไก่ 4-5 ตัวเดินเล่นอยู่แถวๆ นั้น เทือกเขาไกลสุดสายตาที่มีหมอกประดับประดาด้านบน “อยากให้รู้สึกเหมือนหลุดออกมาอยู่อีกที่หนึ่ง” เรารู้สึกอย่างนั้นเหมือนกับที่คุณแนทบอกจริงๆ นั่นแหละ

Yellow Submarine Coffee Tank
149 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
เปิดวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 9.00-19.00 น.
โทร. 09-6981-0682



ดลนภา รามอินทรา : ถ่ายภาพ