×

พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย ถ้าได้ไปเล่นสักครั้งแล้วจะตั้งใจเรียน

สราลี อุรุพงศา | Editorial Manager | 05 October 2018


พิพิธภัณฑ์ที่ยังไม่มีเบอร์โทร.ติดต่อ ยังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการ (แต่เปิดให้เข้าชมได้แล้วนะ) ยังไม่มีการประชาสัมพันธ์ แถมยังแอบอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการไปอีก

แต่พูดก็พูดเถอะ นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องการศึกษาได้สนุกแบบพลิกทุกตำราการศึกษาไทยเลยละ


 

ไอ้เรานักเรียนน่าจะเคยได้ยินหรือเคยเห็นด้วยกับคำพูดประเภท “คนที่จะทำให้เรารักหรือเกลียดวิชานั้นได้คือครูผู้สอน” ประโยคนี้ก็ใช้ได้กับพิพิธภัณฑ์นี้นะ เพราะถ้าพิพิธภัณฑ์นี้คือโรงเรียนก็เป็นโรงเรียนที่ทำให้เราเรียนเรื่องวิชาการน่าเบื่อได้สนุกชะมัดตลอด 1 คาบหรือประมาณ 1 ชั่วโมงเต็ม

คนไทยเราร่ำเรียนกันมากินเวลาก็ประมาณคนละ 17-18 ปีแหละนะ ไม่อยากรู้กันเหรอว่าที่เราเรียนกันน่ะมันมาจากไหน ใครคิด แล้วแต่ก่อนก่อนที่จะมีหลักสูตรโน่นนี่เขาเรียนรู้อะไรกันมาบ้าง

ในนี้เล่าไว้หมดแล้ว เล่าไว้แบบไต่ระดับความเข้มข้นของเนื้อหาที่เป็นไปในทางเดียวกันกับความสนุกตื่นตาตื่นใจจนหยดสุดท้ายเลยละ





ปฐมนิเทศก่อนเข้าชม
ถึงที่นี่จะไม่มีครูบาอาจารย์มาจ้ำจี้ แต่ก็มีผู้นำชมพิพิธภัณฑ์นะ เพียงเราลงทะเบียนหน้าพิพิธภัณฑ์ให้เรียบร้อยแล้วแจ้งด้านหน้าเลยว่าต้องการคนพานำชมไหม ทีนี้ก็เดินชมได้เลย

คุณหนุ่ม-ปรีชา เจนรัตนพลชัย คือบรรณารักษ์ที่พาเราเดินเล่นพิพิธภัณฑ์ในวันนี้ ห้องแรกของพิพิธภัณฑ์เป็นประวัติของกระทรวงศึกษาธิการที่เข้มข้นเต็มไปด้วยตัวอักษรมากมายให้อ่าน แต่ก่อนที่จะตาลายไปซะก่อนก็ถูกเบรกสายตาด้วยโต๊ะทำงานจริงของรัฐมนตรี หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล สมัยท่านทำงานอยู่ในกระทรวงฯ (เป็นศิลปวัตถุอายุร้อยกว่าปี) แถมด้วยตัวจริงเสียงจริงของหนังสือรายงานกระทรวงฯ ระเบียบการประชุมต่างๆ ที่ใช้ในกระทรวงฯ


 

รวมไปถึงเราจะได้รู้จักกับหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล บุคคลสำคัญของโลกที่ริเริ่มให้มีการศึกษาผู้ใหญ่ในประเทศของเรา (เพราะเมื่อการศึกษาเริ่มเป็นระบบมากขึ้นท่านก็ย้อนไปนึกถึงผู้ใหญ่สมัยก่อนที่เติบโตมาแบบยังไม่มีโอกาสได้ศึกษา) เริ่มทำท้องฟ้าจำลอง จัดตั้งโรงเรียนอุดมศึกษาแห่งแรกของไทย

เอาละ เหมือนได้ย้อนกลับไปในห้องเรียนจริงแล้วละตอนนี้


วิชานอกบทเรียน
เรากลับมาสะดุ้งตัวตื่นรู้ว่ากำลังอยู่ในพิพิธภัณฑ์อีกครั้งก็ในห้องนี้นี่แหละ นี่คือห้องราชสกุลมหิดลกับการศึกษา ในนี้มีจอยักษ์เล่าเรื่องของรัชกาลที่ 9 ที่ทรงสร้างศาสตร์พระราชามากมายขึ้นมาด้วยพระองค์เอง (ท่านทรงให้ความรู้ต่างๆ ที่ไม่มีในบทเรียน)

บนจอนี้ฉายต้นแบบการศึกษาไทยที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อของพระองค์ในรูปแบบลายเส้นที่น่ารัก จนคนสมาธิสั้นอย่างเรา (และน่าจะหลายๆ คนที่อยู่ในยุคออนไลน์ที่อะไรก็รวดเร็วไปหมดระดับที่เน็ตช้าไป 3 วินาทียังขี้เกียจรอ) สามารถนั่งนิ่งๆ ตั้งใจอ่านทุกประโยคบนนั้นได้ 3-4 นาที

เอาละ หลังจากสงบและซึมซับการศึกษานอกตำราเรียนไปแล้ว ความตื่นเต้นกำลังจะเพิ่มขึ้นในห้องถัดไป


ห้องเรียนสมัยรัตนโกสินทร์



ห้องเรียนห้องนี้จะสลัวหน่อย แต่ก่อนจะสังเกตเห็นความสลัวนั้นเราจะถูกชักนำให้เดินเข้าไปหากระดานดำ (จริงๆ คือจอที่จำลองให้เป็นกระดานดำ) และโต๊ะเรียนหนังสือ ด้วยเสียงของคุณครูมิชชันนารีสาวท่านหนึ่งที่มาแต่เสียง ตัวไม่มา



เราถูกดูดให้นั่งลงไปบนโต๊ะที่มีหนังสือแบบเรียนจริง (มีหนังสือแบบเรียนปลุกใจเสือป่าด้วยนะ) มีสมุดจดการบ้าน มีดินสอ ยางลบ (สมัยนั้นใช้ดินสอกันแล้ว) แล้วตั้งใจนั่งอ่านนั่งฟังคุณครูที่ไม่มีตัวตนสอนวิชาภาษาอังกฤษ บนกระดานมีแปรงลบกระดานให้โพสท่าถ่ายรูปเป็นคุณครูเล่นด้วยนะ (คุณหนุ่มเล่าว่าตอนเปิดแรกๆ มีชอล์กวางไว้ให้ด้วย แต่มีเด็กมาเขียนเล่นเต็มไปหมดเลยคงเหลือไว้แต่แปรงลบกระดาน)




ห้องเรียนนี้เป็นการจำลองการเรียนสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ห้องนี้จะให้เราได้คอสเพลย์เป็นนักเรียนในวัง (สมัยนั้นราชวงศ์หรือขุนนางเท่านั้นที่จะได้เรียนแบบนี้ ถ้าเป็นสามัญชนจะได้เรียนในวัด และถ้าเป็นผู้หญิงก็จะได้เรียนแค่ในบ้าน) ที่มีทั้งครูคนไทยและครูชาวต่างชาติมาสอน การสอนก็น่ารักน่าชังด้วยน้ำเสียงฝรั่งที่พูดไทยได้ฉะฉานยานคางเล็กน้อยให้พอน่าเอ็นดู มองดูผนังด้านข้างจะพบว่ามีตารางเรียนหนังสือจริงของราชกุมารสมัยก่อนแปะอยู่ด้วยนะ



ความน่ารักอีกอย่างคือมีเกมกลบทให้เล่นในมุมหนึ่งของห้องด้วย กลบทก็คือโคลงหรือกลอนในสมัยโน้น โดยเกมนี้จะสอนแต่งโคลงก่อน จากนั้นก็ให้เราลองแต่งโคลงให้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ ตอบถูกปุ๊บได้รับคำชมปั๊บ


นั่งไทม์แมชีนไปในสุโขทัย อยุธยา




การศึกษายังคงถูกตีความออกมาให้น่ารักน่าเรียนต่อเนื่องไปอีกที่ห้องถัดไป ที่ให้เราได้นั่งพื้นใช้กระดานชนวนเรียนกับคุณครูสมัยอยุธยาเลยละ (คราวนี้คุณครูไม่มีตัวตนนะ เสียงก็ไม่มี มีแต่ครูพี่หนุ่มนี่แหละที่จะสอนเรา) เราได้ทดลองเขียนหินลงบนกระดานชนวน (ที่ทำจากหินชนวน) เป็นการเขียนหินบนหินที่ต้องใช้น้ำหนักเบามือกำลังพอดี ที่เขียนไปแล้วปรากฏตัวหนังสือและลบออกได้ง่ายๆ ด้วยนิ้วเราเลยละ (สนุกแล้วเดี๋ยวนี้ด้วยกระดานชนวนแผ่นเดียว)



เดินไปอีก 4 ก้าวจะเจอลายสือไทยที่พาย้อนไปไกลถึงสมัยสุโขทัย แน่นอนว่าเราก็จะได้เรียนอีกแล้ว คราวนี้เรียนจากศิลาจารึกเลยละ (คุณพระ!) บนศิลาจารึกจำลองแท่นนี้จะขึ้นตัวลายสือไทยออกมาเป็นประโยคหรือกลุ่มคำให้ยืนเดาว่าอ่านว่าอะไร สักพักเฉลยก็จะขึ้นมา บอกเลยว่ายากมาก แต่ถ้ามากับเพื่อนฝูงแล้วช่วยกันเดาก็จะบันเทิงกันมากเช่นกัน




ที่ด้านข้างสนุกไปอีกด้วยการมีตัวปั๊มลายสือไทยทั้ง 39 ตัวอักษรให้ปั๊มเล่น (ตัวอักษรและสระของลายสือไทยต้องเขียนในบรรทัดเดียวกันนะ) มีกระดาษมีหมึกให้เรียบร้อย แล้วเราก็จะพบชื่อตัวเองในรูปแบบใหม่ ทว่าแท้จริงแล้วเป็นชื่อโบราณที่ต้องแทบอยากเอากลับไปให้บรรพบุรุษสมัยสุโขทัยอ่านให้ฟังเลย

นั่นไง แค่อยู่ในห้องนี้ก็เพลินไปจะหมดชั่วโมงแล้ว

วิชาจินดามณี



เราจะได้เจอแบบเรียนไทยเล่มแรกในประเทศที่ห้องนี้ ถึงจะเป็นการจำลองจินดามณีมาแต่ก็เก่าเหมือนจริงซะน่าตกใจ แถมรอบๆ ห้องก็มีหนังสือแบบเรียนเก่าๆ หลายวิชาที่ถ้าพ่อแม่หรือคุณปู่คุณย่ามาดูก็อาจตื่นเต้นว่านี่แหละคือหนังสือเรียนสมัยเขาเรียนจริงๆ



อ่อ ไม่ได้แค่ให้ส่องดูในตู้โชว์นะ เรายังสามารถอ่านหนังสือวิชาต่างๆ บนจอคอมพิวเตอร์ระบบสัมผัสที่มีให้อ่านเป็น E-book เลย อยากดูวิชาไหนก็มีให้เลือกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึง 9 เลย (ใช่แล้ว เรานั่งอ่านหนังสือบนหน้าจอตรงนี้ได้เป็นชั่วโมงแน่ๆ)


ห้องสมุดหยุดอ่านไม่ได้



อย่าเพิ่งออกจากพิพิธภัณฑ์นะถ้ายังไม่ได้แวะ Hidden Library ห้องนี้ จะอวยว่าเป็นห้องสมุดสุดสวยที่ซ่อนตัวไว้ในพิพิธภัณฑ์นี้ก็ไม่ผิดนัก เพราะสวยสงบมากจริงๆ แถมหนังสือ (เกี่ยวกับการศึกษา รวมไปถึงงานวิจัยต่างๆ ของหน่วยงานทั้งหลาย) ในนี้เราหยิบมาอ่านได้ทุกเล่ม แต่อ่านในนี้เท่านั้นนะ ยืมกลับบ้านไปไม่ได้

เอาละ นี่เกินเวลา 1 คาบไปโขเลย ก่อนกลับเราเดินไปเจอโน้ตสั้นๆ ในรัชกาลที่ 6 ที่หันหลังให้กับประตูทางเข้าของพิพิธภัณฑ์ คล้ายกับเป็นบทสรุปของทุกการศึกษาไทยอันหนักหน่วงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา

ก็เราคนไทยเรียนกันมาคนละ 17-18 ปี ถ้าได้แค่วิชาการ แต่ใช้ชีวิต (ที่เหลือ) ให้ดีไม่ได้ ก็เสียเวลาเรียนไปหลายปีเลยนะ จริงไหม



พิพิธภัณฑ์การศึกษาไทย
เปิดให้เข้าชมฟรี ในวันและเวลาราชการ (วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00-17.00 น.)
319 อาคารราชวัลลภ (กระทรวงศึกษาธิการ) วังจันทรเกษม ถนนราชดำเนินนอก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300




ดลนภา รามอินทรา : ถ่ายภาพ