×

“Rye” เมืองที่กาลเวลาเดินผ่าน

แจน อุรุพงศา | Writer | 28 October 2018



หากบังเอิญได้ไปเที่ยวที่ลอนดอนแล้วอยากหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองชั่วครั้งชั่วคราว ขอแนะนำให้นั่งรถไฟสาย Southeastern จากสถานีรถไฟ St Pancras เพื่อเดินทางมายังเมืองเล็กๆ ที่มีชื่อสั้นๆ ว่า “Rye” (“ไรย์” สะกดและออกเสียงเหมือนขนมปัง Rye) เมืองริมทะเลที่ตั้งอยู่ใกล้บริเวณที่แม่น้ำสองสาย ได้แก่ Tilingham และ Brede มาบรรจบกัน ทำให้ครั้งหนึ่ง Rye เคยเป็นเมืองท่าที่สำคัญของอังกฤษ

เราเลือกเดินทางมาที่เมืองนี้แบบไม่ได้หาข้อมูลอะไรมาก่อน คิดแค่เพียงว่าอยากออกจากลอนดอนไปเมืองใกล้ๆ ที่ไม่เคยไปสักที่ เพียงไม่กี่อึดใจรถไฟก็พาเรามาถึงที่สถานี Rye ก้าวแรกที่เดินออกมาจากสถานีรถไฟมนตร์ขลังของเมืองเก่าอันเงียบสงบทำให้เรารู้สึกราวกลับหลุดไปอยู่ในอดีต
 



ตื่นค่ะ...

กลับมาในโลกแห่งความเป็นจริง...บรรยากาศและความสวยงามของเมืองไม่ได้มาเร็วขนาดนั้นค่ะ ด้วยความที่สถานีรถไฟไม่ได้อยู่ในบริเวณชุมชน เวลาออกมาจากสถานีอาจจะดูโหวงเหวงแบบที่เพลงพี่เบิร์ดแวบเข้ามาในหัวทันที

“ฉันมาทำอะไรที่นี่ ฉันมาทำอะไรที่นี่”

แต่ไม่ต้องกังวล ขอให้เดินอย่างมาดมั่นตรงไปข้างหน้าก็จะพบกับถนน Cinque Ports จากจุดนี้ไม่ว่าจะเลี้ยวไปทางซ้ายหรือขวาก็ไม่สำคัญ เพราะหากเดินตามทางไปเรื่อยๆ ก็จะสามารถวนกลับมาที่เดิม แถมตรอกซอกซอยแต่ละสายก็สามารถทะลุหากันได้

ถนนทุกเส้นสวยงามควรค่าแก่การเดินชม แค่เดินดูอาคารและบ้านเรือนข้างทางก็เพลินมากๆ แล้ว ตึกบางแห่งสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคกลาง (Medieval) ร้านค้า ร้านอาหาร และที่พักส่วนใหญ่ดำเนินกิจการโดยคนท้องถิ่น ร้านไฮสตรีตสีสันจัดจ้านแบบที่คุ้นหูคุ้นตาในเมืองอื่นๆ แทบไม่มีให้เห็น สมกับสมญานาม “เมืองที่เวลาลืมผ่าน (The town that time forgot)”
 



สำหรับถนนที่ดูเหมือนจะเป็นจุดเด่นที่สุดของเมืองนี้ก็คือถนน Mermaid (แค่ชื่อก็ยอมแพ้) ถนนทั้งเส้นปูด้วยก้อนกรวด (Cobblestone) แบบในอดีต นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ Mermaid Inn ที่เชื่อว่าสร้างตั้งแต่ในยุคศตวรรษที่ 12 และได้รับการบูรณะใน ค.ศ. 1420 ปัจจุบันเปิดดำเนินการเป็นโรงแรม (www.mermaidinn.com) ด้วยความเก่าแก่โรงแรมนี้จึงมีชื่อเสีย(ง)เรื่องผีสางอย่างไม่มีข้อกังขา สำหรับคนจิตแข็งชอบเรื่องลี้ลับแนะนำให้ลองเข้าพักสักคืนสองคืน



นอกจากโรงแรมที่เป็นแลนด์มาร์กของถนนเส้นนี้ สิ่งที่เป็นไฮไลต์อีกอย่างคือการที่ชาวบ้านชาวเมืองต่างพร้อมใจกันตั้งชื่อบ้านและติดป้ายชื่อไว้หน้าบ้าน อีกทั้งยังมีภาพประกอบในธีมเงือกน้อยและท้องทะเล แนะนำว่าควรเดินดูให้ครบทุกหลัง มันเจริญใจจริงๆ

ในส่วนของการชอปปิง มนุษย์ที่รักของเก่าของโบราณ Rye ถือได้ว่าเป็นสวรรค์ขนาดย่อมเลยทีเดียว เห็นเมืองเล็กๆ กะทัดรัดแบบนี้แต่กลับอัดแน่นไปด้วยร้านขายของเก่าหลายสิบร้าน ไม่ว่าจะเป็นของใช้ ของเล่น ของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้กระทั่งแผ่นเสียง ที่เมือง Rye มีหมด โดยร้านเหล่านี้กระจายไปตามถนนเส้นต่างๆ แต่แหล่งที่มีร้านมารวมตัวกันมากที่สุดคือถนน Wish เรื่อยไปจนถึงถนน Cinque Ports
 



สารภาพว่าเราใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเดินดูของจนเกือบจะตกรถไฟ จริงอยู่ว่าใช้เวลาแค่หนึ่งวันก็สามารถเดินครบถนนทุกสายในเมือง แต่ถ้าต้องการซึมซับบรรยากาศความโบราณและเนิบนาบของเมืองนี้ให้เต็มที่คงต้องนอนที่นี่สักหนึ่งคืน เตรียมชุดย้อนยุคหรือพกรถม้ามาด้วยได้ยิ่งดี จะกลมกลืนไปกับเมืองอย่างยิ่งยวด

การเดินทางมาเที่ยว Rye นั้นทำได้ตลอดปี แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทางที่สุดน่าจะเป็นช่วงฤดูร้อน (ประมาณเดือนมิถุนายน-สิงหาคม) เพราะเป็นช่วงที่อากาศสดชื่นแจ่มใส เดินเล่นสบาย แต่ถ้าใครไม่กลัวหนาวและชอบอาหารทะเลเป็นนิจแนะนำให้มางาน “Rye Bay Scallop Festival” ที่เป็นงานไฮไลต์ประจำเมือง จัดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

หนึ่งชั่วโมงถัดมารถไฟสาย Southeastern ก็พาเรากลับสู่ลอนดอน เสียดายที่เราพกเวลาอันน้อยนิดไปยัง Rye “สัญญาว่าครั้งหน้าเราจะกลับไปใช้เวลาให้เนิ่นนานกว่านี้นะ Rye”

แจน อุรุพงศา

ชื่อเล่น แจน คือชื่อที่ครอบครัวตั้งให้ ด้วยเหตุผลไม่ซับซ้อนเพราะว่าเกิดเดือนมกราคม เพื่อนๆ เรียกแจนแจน เพราะชื่อซ้ำกับเพื่อนในห้อง ส่วนครูแจนแจนเป็นนามปากกาที่ใช้เวลาเขียนหนังสือเด็ก (ผลงานล่าสุดเป็นหนังสือนิทานเรื่อง "แมวที่ไม่เคยยิ้ม" หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปค่ะ) ที่เรียกตัวเองว่า "ครู" เพราะทำงานคลุกคลีอยู่ในวงการศึกษามากว่า 10 ปี ก่อนจะลาออกแล้วพลิกผันบทบาทมาเป็นนักเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ระหว่างเรียนถ้ามีว่างจากการเก็บข้อมูลวิจัยก็จะหนีเที่ยวต่างเมืองเก็บเกี่ยวความสุขอยู่เสมอๆ