×

15 พิกัดศิลป์ที่อยากชวนไปแอ็กอาร์ตใน BAB 2018

ศรัณยู นกแก้ว | Writer | 20 October 2018



เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการสำหรับเทศกาลศิลปะระดับนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ (Bangkok Art Biennale) หรือ BAB 2018 หนึ่งในเทศกาลศิลปะระดับตำนานที่จุดพลุปังขึ้นในกรุงเวนิส ประเทศอิตาลี เมื่อ พ.ศ. 2438 หรือเมื่อราว 123 ปีที่ผ่านมา และเริ่มขยายสู่ความเป็นนานาชาติโดยจัดขึ้นในทุกๆ 2 ปี กระทั่งได้ปักหมุดลงที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย พร้อมเชิญศิลปินจากทั่วโลกกว่า 75 กลุ่มศิลปินเข้าร่วมจัดแสดงผลงานอย่างไม่จำกัดรูปแบบกว่า 200 ชิ้น ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคมนี้เรื่อยไปถึง 3 กุมภาพันธ์ 2562

แน่นอนว่าบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่กำลังจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นอีกจุดหมายของคนรักงานศิลปะ แต่สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานวิชาศิลปะ หรือมีความกลัวว่าจะไม่เข้าใจงานศิลปะก็ไม่ต้องกังวล เพราะศิลปินหลายท่านได้เลือกผสมผสานงานศิลปะลงไปในไลฟ์สไตล์ ห้างสรรพสินค้า และแลนด์มาร์กต่างๆ ของกรุงเทพฯ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็กลายไปเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะชิ้นเอกไปเสียแล้ว

สำหรับใครที่ยังตั้งหลักไม่ถูกว่าจะเริ่มอินไปกับงานศิลปะแห่งบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ได้ที่ไหน อย่างไร เรามีพิกัดมาให้อย่างพร้อมสรรพ ขาดก็เพียงหยิบกล้อง ชุด และพรอปเก๋ๆ แล้วออกไปเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ...เอาจริงๆ นะ ไม่ต้องรู้เรื่องทั้งหมด สวย โดนใจ เห็นแล้วมีความสุข เท่านั้น จบ!

1. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

อัดแน่นด้วยงานศิลปะจาก 26 กลุ่มศิลปิน ไฮไลต์แรกหน้าหอศิลป์คืองาน “ผีในเมือง” ของ ศรชัย พงษ์ษา กับการจัดวางตู้คอนเทนเนอร์ใต้โครงไม้ไผ่ดิบๆ ด้านในหอศิลป์มีหอคอยจากตะกร้า “Basket Tower” ของศิลปินเกาหลี Choi Jeong Hwa ที่สูงจากชั้นล่างขึ้นไปเกือบจรดเพดาน ส่วนชั้น 7 มีไฮไลต์ที่งานตุ๊กตาไม้เชิงทดลองของศิลปินร่วมสมัยจากอินโดนีเซีย Heri Dono งานถักเส้นผมที่ส่อเสียดสังคมเหยียดสาวบริการของ อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์ งานแสดงภาพถ่ายของศิลปินหญิงชาวอินเดีย Guari Gill เจ้าของรางวัล Grange Prize และอีกชิ้นที่เราตั้งใจว่าจะมาชมให้ได้คืองานจากกลุ่มศิลปินมุสลิมะห์ที่สะท้อนเสียงเบาๆ ของสตรีในชายแดนใต้ รวมทั้งงานศิลปะจากเทปกาวของ Numen For Use Design Collective ที่นำเทปกาวมาห้อยแขวนไว้เป็นถ้ำกลางอากาศในงานชื่อ “Tape Bangkok”




2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร

ในแลนด์มาร์กอย่างวัดโพธิ์ได้ซ่อนงานศิลปะไว้ 5 จุด จาก 4 ศิลปินไทยและ 1 ศิลปินจีนโมเดิร์น Huang Yong Ping ซึ่งความน่าสนใจของที่นี่คือการผสมผสานระหว่างจุดที่เป็นแลนด์มาร์กและไม่ใช่แลนด์มาร์กของวัด เช่น สวนมิสกวัน สระจระเข้ รวมทั้งการนำเรื่องราวในจารึกเกี่ยวกับแม่ซื้อที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงมาตีความใหม่ เรียกได้ว่าการตามรอยบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่มายังวัดโพธิ์จะช่วยเปิดมุมใหม่ที่ไม่เคยรู้จักในสายตาของนักท่องเที่ยวมาก่อน



3. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

ยักษ์วัดแจ้งกำลังจะกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง เพราะศิลปินไทยรุ่นใหม่อย่าง คมกฤษ เทพเทียน ได้นำยักษ์วัดแจ้งมาแปลงเป็นแฝดอิน-จันคู่กับยักษ์สไตล์จีน ยืนเด่นเป็นสง่าต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่หน้าวัดในผลงาน “Giant Twins” อีกชิ้นที่น่าสนใจคือการฟื้นเขามอที่เคยรกร้างให้กลายเป็นจักรวาลในกรอบสีแดงขนาดย่อม “ข้ามจักรวาล” โดย สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์
 



4. วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

แม้ไม่ใช่แลนด์มาร์กการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ แต่สปอตไลต์ของบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่สาดมาที่วัดประยูรฯ แบบเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะจากศิลปินผู้ล่วงลับ มณเฑียร บุญมา ที่เคยไปแสดงผลงานที่เวนิส เบียนนาเล่ ครั้งที่ 51 ทางเดินหัวกะโหลก “WHAT WILL WE LEAVE BEHIND?” ของ นีโน่ สาระบุตร และการผสมผสานหลากความเชื่อผ่านเต่ายักษ์รอบเขามอ “Turtle Religion” ของ กฤช งามสม 





5. บางรัก

สำหรับที่บางรักนั้นจุดแสดงงานศิลปะรวมอยู่บริเวณท่าเรือโอเรียนเต็ล ทั้งน้องหมาสีทองตัวใหญ่ “Lost Dog Mah Long” ของ Aurèle ที่ตั้งอยู่หน้าโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ รวมทั้งการเปิดพื้นที่ชั้น 2 ของอาคาร East Asiatic เป็นอาร์ตแกลเลอรีเต็มทั้งชั้นโดยมีบรรยากาศของอาคารเก่าเข้ามาร่วมเป็นองค์ประกอบ ติดกันคืออาคาร O.P. Place ซึ่งมีงานแนวสื่อผสมให้ได้ชม รวมทั้งสระว่ายน้ำกลางอากาศของ Elmgreen & Dragset ที่โดดเด่นอยู่ริมเจ้าพระยา



6. ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย

ใครที่ชอบความจัดจ้านของงานศิลปะจากศิลปินรุ่นใหม่ ที่นี่มีงานของ Souled Out Studios ซึ่งมีงานของ อเล็กซ์ เฟซ, บีฌัวร์, แคนดิซ ทริปป์, ลูคัส ไพรซ์ และมือบอน จัดแสดงร่วมกับงานของศิลปินรุ่นใหญ่ Huang Yong Ping ที่นำเรือมังกรมาวางคู่เจ้าพระยาในผลงาน “Dragon Boat”

7. โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ 

เป็นโรงแรมที่มีงานศิลปะกระจายอยู่ในหลายมุม รวมทั้งมีงานหมุนเวียนเข้ามาร่วมแจมเป็นระยะๆ เริ่มจากหมูสีชมพู “Love Me Pink Pig” และ “Breathing Flower” ของศิลปินดังชาวเกาหลี Choi Jeong Hwa หมุนเวียนมาจัดแสดง ส่วนใครเป็นแฟนคลับน้องมะม่วงของ วิศุทธิ์ พรนิมิตร สามารถแวะมาได้ที่นี่เช่นกัน และสำหรับแขกที่มาพักกับโรงแรมมีโปรแกรมล่องเรือชมงานศิลป์ พิกัด 3 วัดริมเจ้าพระยาให้บริการตลอดเทศกาล (ราคาคนละ 500 บาท)

8. BAB Box, โครงการ One Bangkok

เป็นอีกพิกัดที่อุดมไปด้วยงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นสื่อผสมสีสดใส “Animal Kingdom” ของ Canan ภาพวาดสะท้อนชีวิตและความตายของ นที อุตฤทธิ์ สื่อวิดีโอโลกสมมติที่โยงไปถึงอำนาจและการรัฐประหารไร้เลือดของกลุ่มศิลปินชาวรัสเซีย AES+F งานประติมากรรมเรืองแสงของศิลปินแนวเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ถูกกล่าวถึงไปทั่วโลก Marina Abramovic นอกจากนี้ยังมี กลุ่มศิลปินฮูปแต้มลาว-ไทย ที่นำมหากาพย์ลาวเรื่องสังข์ศิลป์ชัยข้ามแม่น้ำโขงมาเล่าใหม่ในใจกลางกรุง และที่เป็นไฮไลต์ในตอนนี้คือบอลลูนผลไม้ต้นยักษ์ของ Choi Jeong Hwa ที่โดดเด้งท้าสายตาเหล่าอินสตาแกรมเมอร์อยู่กลางสนามหญ้า





9. สยาม

ใครเดินสยามช่วงนี้ก็จะรู้สึกอาร์ตๆ หน่อย เพราะทั้งสยามพารากอน สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์ และสยามสแควร์วันต่างก็มีงานศิลปะเข้ามาร่วมแจมเป็นหนึ่งในไลฟ์สไตล์ ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่เราชอบมากถึงมากที่สุด เพราะเป็นการเชิญชวนให้คนทั่วไปหันมาสนใจงานศิลปะได้อย่างแนบเนียนโดยไม่จำกัดว่าต้องเดินเข้าอาร์ตแกลเลอรีเท่านั้น ในย่านสยามนี้งานศิลปะรูปทรงฟักทองของคุณป้าลายจุด Yayoi Kusama ยังคงเป็นไฮไลต์ รวมทั้งภาพพอร์เทรตของชนชั้นแรงงานในไซต์ก่อสร้างของ Ralf Tooten ซึ่งจะไปปรากฏบนจอ LED นอกจากนี้แอนิเมชันน้องมะม่วง และน้องหมูชมพูของ Choi Jeong Hwa ก็จะสลับสับเปลี่ยนมาจัดแสดงด้วยเช่นกัน

10. เซ็นทรัลเวิลด์

นอกจากบอลลูนฟักทองยักษ์ลายจุดทั้ง 14 ใบของ Yayoi Kusama ศิลปินดังจากญี่ปุ่นที่แขวนอยู่กลางห้างพร้อมกับการย้อมสีบันไดเลื่อนให้เป็นลายจุดแล้ว ทางเดินบริเวณ Groove ยังถูกเปลี่ยนให้เป็นแกลเลอรีแสดงงานของศิลปินภาพถ่ายชาวอินโดนีเซีย Angki Purbandono

11. เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

บอลลูนต้นผลไม้ยักษ์ของ Choi Jeong Hwa จะถูกนำมาจัดแสดงที่นี่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ไปจนถึง 13 มกราคม 2562

12. สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ

ที่นี่ถูกใช้เป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะอยู่บ่อยครั้ง และในบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ผลงานวิดีโออาร์ตในภาษาฟาร์ซีที่เมืองเตหะรานของ Tao Hui ถูกนำมาจัดฉายตลอดเทศกาล รวมทั้งผลงานการตวัดพู่กันเป็นภาพเหมือนบุคคลสำคัญในศตวรรษของ Yan Pei Ming ศิลปินที่เติบโตมากับกระแสปฏิวัติวัฒนธรรมในจีนก็จัดแสดงอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน

13. บ้านปาร์คนายเลิศ

ใครที่ตามหาประติมากรรมสัมฤทธิ์สีขาว “Miss Forest” ของ Yoshitomo Nara ให้ตรงมาที่นี่ รวมทั้งงานของภัณฑารักษ์ Marc Schmitz ผู้โด่งดังจากวลีเด็ดบนหลอดนีออน “We take care of your sex”

14. ดิ เอ็มควอเทียร์

ประติมากรรมเป่าลมของ Choi Jeong Hwa จะหมุนเวียนมาสร้างสีสันตลอดเดือนตุลาคม ทั้ง “Black Robot” และดอกไม้ยักษ์สีแดงที่มีลมหายใจ จากนั้นหมุนเวียนเป็นงานน้องมะม่วง และวิดีโออาร์ตของกวิตา วัฒนะชยังกูร



15. Theatre of Indulgence

ใครที่ชอบงานภาพถ่าย ที่นี่จัดแสดงนิทรรศการของตุลย์ หิรัญญลาวัลย์ Leica Brand Ambassador โดยในงานบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่เขานำเสนอภาพถ่ายในคอนเซปต์ดินแดนมหัศจรรย์ผ่านหญิงสาวร่างเปลือยที่อยู่กลางลำธาร