×

7 องศาอาร์ตริมเจ้าพระยาใน Bangkok Art Biennale

ศรัณยู นกแก้ว | Writer | 22 October 2018


นอกจากอาร์ตแกลเลอรีและจุดแสดงงานศิลปะใจกลางเมืองแล้ว บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ (Bangkok Art Biennale) ครั้งแรกในไทยที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 ตุลาคม 2561 - 3 กุมภาพันธ์ 2562 ยังได้ปักหมุดลงบนไอคอนิกของกรุงเทพฯ รวมทั้งย่านเมืองเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา

แน่นอนว่าในสายตานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ นี่คือโอกาสดีที่จะได้ชมงานศิลปะจากศิลปินระดับโลกและศิลปินไทยไปพร้อมๆ กับโปรแกรมทัวร์แหล่งท่องเที่ยวแลนด์มาร์ก ด้านชาวไทยที่คุ้นเคยกับวัดโพธิ์ วัดอรุณฯ และย่านเมืองเก่าอยู่พอสมควรก็อย่าเพิ่งเบื่อหน่าย เพราะนี่ถือเป็นโปรแกรมเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ทำให้ได้ท่องกรุงเทพฯ ผ่านแว่นตาของนักศิลปะซึ่งรับประกันความแปลกใหม่ในมุมมอง พร้อมเปิดบางพื้นที่ที่เราไม่เคยปรายตาไปเลยด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับ “7 องศาอาร์ต” เลาะเรียบโค้งเจ้าพระยาที่เป็นไฮไลต์ต้องห้ามพลาดของเทศกาลบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018 นี้ 

1. วัดอรุณราชวรารามราชวรวิหาร 

สารภาพว่าเมื่อขึ้นจากท่าเรือวัดอรุณฯ เข้าไปยังเขตวัด เรามองหางานศิลปะแทบไม่เจอทั้งๆ ที่งานรูปปั้นชิ้นใหญ่ “Giant Twins” ของ คมกฤษ เทพเทียน ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เหตุก็มาจากความแนบเนียนที่คมกฤษเลือกหยิบจับรากของงานสถาปัตยกรรมของวัดอรุณฯ ซึ่งเป็นลูกครึ่งไทยจีนเข้ามาเป็นโจทย์ ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงเป็นการนำยักษ์วัดแจ้งแบบไทยแท้และยักษ์จีนโบราณมาคอลแล็บส์กันแบบแฝดอิน-จัน อีกชิ้นของศิลปินหนุ่มคือการผสมผสานระหว่างครุฑไทยและครุฑจากการตีความของช่างชาวจีน เซอร์ไพรส์กับตู้กาชาปองตุ๊กตาอับเฉาที่ถอดคาแรกเตอร์มาจากตุ๊กตาอับเฉารอบวัด พร้อมแรร์ไอเท็มเป็น Giant Twins

อีกงานที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงคือ “ข้ามจักรวาล” ของ สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ ที่เป็นกล่องกระจกสีแดงชาดประดับดาวเพดาน จัดวางครอบเขามอขนาดใหญ่ริมน้ำ อันที่จริงเขามอแห่งนี้เป็นจุดที่อยู่ใกล้รูปปั้นยักษ์วัดแจ้งผู้โด่งดัง แต่ที่ผ่านมากลับเป็นเพียงมุมรกร้าง ทั้งๆ ที่ความหมายของเขามอเปรียบได้กับแกนกลางจักรวาล งานศิลปะข้ามจักรวาลจึงเป็นเหมือนสะพานที่พาเราข้ามจากปัจจุบันไปสู่อดีตอีกครั้ง เพื่อที่จะพบว่าแกนกลางจักรวาลที่แท้ก็เหลือเพียงความว่างเปล่า

2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

ที่นี่ถือเป็นอีกชุมทางงานอาร์ตที่จัดแสดงงานอาร์ตหลากรูปแบบ เริ่มจากบริเวณประตูทางเข้าพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งดีไซเนอร์แบรนด์ Playhound จิตต์สิงห์ สมบุญ ได้นำคอลเล็กชั่นเสื้อคลุม “Paths of Faith” ปักคำว่าศรัทธาในหลากหลายภาษาให้นักท่องเที่ยวได้สวมใส่ก่อนเข้าไปไหว้พระ เพื่อให้ผู้ชมได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะ และงานศิลปะก็เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของผู้ชม

อีกจุดที่ใกล้ตัวแต่ไกลตา คือ สวนมิสกวันข้างวิหารพระนอน ซึ่งซ่อนเก๋งจีนหลังเล็กไว้ตรงกลางพร้อมงานปั้นทวารบาล 2 ฝั่งประตูที่ดูแปลกตาด้วยการเปลี่ยนจากเทพเป็นเท้าขนาดยักษ์มีหัวเป็นสัตว์กำลังคาบตำราความรู้ ผลงานของศิลปินชาวจีนหัวโมเดิร์น Huang Yong Ping บอกเลยว่ามองเผินๆ จะนึกว่าเป็นงานสมัยเดียวกับเก๋งจีนโบราณหลังนี้ เช่นเดียวกับงาน “Sediments of Migration” ของ ปานพรรณ ยอดมณี ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากจิตรกรรมฝาผนังในวัดโพธิ์มาเขียนลงบนแผ่นหิน จัดแสดงแนบเนียนอยู่กับรูปปั้นฤๅษีดัดตน จนเผลอนึกไปว่างานของปานพรรณเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์

สระจระเข้เป็นอีกมุมของวัดโพธิ์ที่ถูกหลงลืม ทว่าศิลปินรุ่นใหญ่อย่าง ภาพตะวัน สุวรรณกูฏ กลับเลือกที่จะดึงความสงบเงียบของตึกฝรั่งทรงจีนที่อยู่กลางสระให้กลับมามีชีวิต พร้อมถ่ายทอดความทรงจำของวัดโพธิ์ที่มีมาตั้งแต่วัยเยาว์ผ่านจิตรกรรมฝาผนัง ตำนานแม่ซื้อ เสียงเห่กล่อม และกลิ่นหอมของดอกไม้สมุนไพรไทย จุดสุดท้ายที่ต้องตั้งใจออกตามหาคืองาน “A Shadow of Giving” ของ ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ ซึ่งนำภาพเขียนเพอร์สเปกทีฟ 2 มิติในจิตรกรรมฝาผนังมาเปลี่ยนเป็นงาน 3 มิติที่เปิดโอกาสให้คนธรรมดาสามารถเข้าไปสัมผัสงานศิลปะได้จริง




 

3. วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

ต้องขอบคุณผู้จัดงานที่เลือกวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารเป็นหมุดหมายของบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เพราะแม้ที่นี่จะเคยได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์จาก UNESCO แต่ก็ไม่มีท่าเรือ อีกทั้งตัววัดตั้งหลบอยู่เกือบจะใต้สะพานพระพุทธยอดฟ้า เรียกได้ว่าต้องแปะยี่ห้อเด็กฝั่งธนฯ เท่านั้นจึงจะรู้จัก ทว่ามาแล้วการันตีว่าไม่ผิดหวัง เริ่มจากเต่ายักษ์ “Turtle Religion” ของ กฤช งามสม ที่แบกความเชื่อ 4 ศาสนาอันเป็นรากของชุมชนไว้บนหลัง

ต่อด้วยงาน “WHAT WILL WE LEAVE BEHIND?” โดย นีโน่ สาระบุตร ที่โรยเซรามิกรูปหัวกะโหลก 125,000 ชิ้นบนทางเดินรอบพระบรมธาตุเจดีย์ ใครอยากเข้าใจงานให้ลึกซึ้งแนะนำให้ถอดรองเท้าแล้วเดินเบาๆ บนหัวกะโหลกกันสักนิด อีกงานชั้นครูที่ห้ามพลาดตั้งอยู่บนชั้น 2 ศาลาการเปรียญ ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงงาน “Zodiac Houses” ของศิลปินผู้ล่วงลับ มณเฑียร บุญมา ร่วมด้วยการแปลความหมายของไตรลักษณ์ผ่านความเข้าใจของศิลปินชาวอิตาเลียน Paolo Canevari
 

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 ตุลาคม 2561 - 3 กุมภาพันธ์ 2562 ตลอดเทศกาลจะมีกิจกรรมด้านศิลปะทั่วกรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.bkkartbiennale.com

4. ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย 

ผลงานอีกชิ้นของ Huang Yong Ping จัดแสดงอยู่ที่นี่ในชื่อ “Dragon Boat” เรือมังกรที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงต่อการอพยพย้ายถิ่นของคนจีนโพ้นทะเลมายังเมืองไทย ต่อความโมเดิร์นให้สุดกับกลุ่มศิลปิน Souled Out Studios (SOS) ที่มาครบทั้ง Alex Face, Beejoir, Candice Tripp, Lucas Price และ Mue Bon งานนี้บ้านเด็กน้อยสามตาก็มาตั้งอยู่ริมเจ้าพระยาเช่นกัน
 



5. โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ

โรงแรมริมแม่น้ำที่มีงานศิลปะซ่อนอยู่ในมุมต่างๆ โดยงานหลักที่จะแสดงตลอดเทศกาล ได้แก่ แอนิเมชัน “Mamuang for BAB” ของ วิศุทธิ์ พรนิมิตร และวิดีโอของ กวิตา วัฒนะชยังกูร ที่เชื่อมโยงกับงานแสดงหลักของเธอซึ่งอยู่ที่ East Asiatic ในฝั่งตรงข้าม ด้านหน้าประตูล็อบบี้ยังมีเหล่านางฟ้าบิน “Flying Angels” แกะจากไม้ ผลงานของ Heri Dono ส่งเสียงและขยับปีกต้อนรับแขกอยู่ตลอดเทศกาลงานอาร์ต นอกจากนี้จะมีงานหมุนเวียนเป็นประติมากรรมเป่าลมของศิลปินเกาหลี Choi Jeong Hwa จัดแสดงสลับกันระหว่าง “Breathing Flower”, “Love Me Pink Pig” และ “Fruit Tree” (สำหรับใครที่เช็กอินทางโรงแรมมีโปรแกรมล่องเรือชมงานศิลปะเส้นทางริมน้ำเจ้าพระยาทั้งวัดโพธิ์ วัดอรุณฯ และวัดประยูรฯ พร้อมพนักงานนำชมในราคา 500 บาท ส่วนใครที่จะไปชมงานที่ East Asiatic ทางโรงแรมมีเรือข้ามฟากบริการฟรี)



6. โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล

ด้านหน้าโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล มีหมาบูลด็อกสีทอง LostDog Ma-Long ความสูง 5.9 เมตรนั่งอยู่ โดย Aurèle ศิลปินชาวฝรั่งเศสที่พาซีรีส์ LostDog ออกไปท่องเที่ยวยังมุมต่างๆ ของโลก ไม่ไกลกันคืออาคาร O.P. Place จัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยอย่างสื่อผสม เพอร์ฟอร์แมนซ์ วิดีโอเป็นส่วนใหญ่
 



7. East Asiatic

ไม่บ่อยนักที่ประตู East Asiatic จะเปิดให้คนทั่วไปได้เข้าไปชมความรุ่งเรืองแห่งโคโลเนียล โดยงานศิลปะทั้งหมดจัดแสดงอยู่บริเวณชั้น 2 ที่เป็นพื้นไม้สีน้ำตาลแก่ ซึ่งครึ่งหนึ่งของพื้นที่ถูกย้อมให้เป็นสีเงินวาวสุดอลังด้วยผลงาน “Diluvium” ของศิลปินเกาหลี Lee Bul ผู้นำเทปสีเงินมาเปลี่ยนพื้นไม้ให้กลายเป็นโลกอนาคตไปเลย ถัดมาคืองานของศิลปินหญิงหน้าหวานแต่สร้างงานเผ็ดร้อนเจาะลึกปัญหาสังคม กวิตา วัฒนะชยังกูร กับผลงาน “Dye” ที่นำตัวเธอเองไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทอผ้า เพื่อที่จะบอกว่าเบื้องหลังวงการแฟชั่นคือความแสบสันที่กดขี่แรงงานผู้หญิงด้วยกันเอง ส่วน Sara Favriau ศิลปินชาวฝรั่งเศสได้สร้างศิลปะการจัดวางโดยใช้ไม้ท้องถิ่นอย่างไม้สัก ไม้กันเกรา และไม้จันทน์มาสื่อสารกับกลิ่นอายโคโลเนียลที่ยังหลงเหลืออยู่ในอาคาร

ด้านหน้า East Asiatic ติดกับริมน้ำเจ้าพระยาคืออีกไฮไลต์ที่ถ้ามองจากเรือเจ้าพระยาเข้ามาจะเห็นเป็นเลขศูนย์ แต่พอขยับไปใกล้ๆ จึงได้รู้ว่านี่คือสระว่ายน้ำกลางอากาศ “Zero” ของศิลปินคู่ชาวเดนมาร์ก Elmgreen & Dragset หากยืนตรงกลางจะเห็นตึกโรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ อยู่กลางวงอย่างพอดิบพอดี แต่หากขยับมุมมองก็คล้ายกับว่านี่เป็นขอบสระที่ท้าทายให้เรากระโดดลงสู่ความเวิ้งว้างของแม่น้ำเจ้าพระยา