×

ยอกยาการ์ตา ดินแดนแห่งบุโรพุทโธและวัฒนธรรมชวา

ธีรดา มูลศิริ | Editorial Manager | 30 October 2018

ถ้าพูดถึงประเทศอินโดนีเซีย แหล่งท่องเที่ยวที่หลายคนตั้งใจไปเที่ยวเป็นครั้งแรกๆ คงหนีไม่พ้นเมืองหลวงจาการ์ตา เกาะสวรรค์บาหลี หรือภูเขาไฟโบรโม่แห่งเกาะชวาตะวันออก แต่สำหรับนักเดินทางที่หลงใหลในเสน่ห์ของอินโดนีเซีย ขั้นที่ว่ารักเราไม่เก่าเลย ไปกี่ครั้งก็ยังไม่เบื่อ เพื่อนเดินทาง อยากชวนไปเยี่ยมเยือน ยอกยาการ์ตา เมืองที่นอกจากจะเป็นศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมของชาวชวาแล้ว ยังเป็นดินแดนที่ตั้งของศาสนสถานของศาสนาพุทธนิกายมหายานที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย



มาทำความรู้จักกับเมืองนี้กันก่อน ยอกยาการ์ตา (Jogjakarta) หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า ยอกยา (Jogja) เป็นเมืองหลักของเขตปกครองพิเศษยอกยาการ์ตา เกาะชวากลาง ซึ่งปกครองโดยราชวงศ์สุลต่านแห่งยอกยาการ์ตา ฮาเม็งกูบูโวโน (Hamengkubuwono) มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1755 จนถึงปัจจุบัน 



จากประสบการณ์ที่เพื่อนเดินทางได้ไปสัมผัสเสน่ห์ของยอกยาการ์ตา เราพูดได้เต็มปากว่าพื้นที่ทั่วทุกตารางเมตรยังเข้มข้นไปด้วยวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองของชนชาวชวา ไม่ว่าจะเป็นวิจิตรศิลป์โบราณ ศิลปะการแสดง นาฏศิลป์ หุ่นกระบอกวายัง ดนตรี วรรณกรรม บทกวี เครื่องเงิน และผ้าบาติก แต่ในขณะเดียวกัน ยอกยาการ์ตาก็อ้าแขนต้อนรับความโมเดิร์น เพื่อปรับตัวตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ถ้าเริ่มสนใจยอกยาการ์ตาขึ้นมาจริงๆ จังๆ ก็ลองมาดูกันว่าพิกัดไหนที่เหล่า first timer ควรลิสต์ลงแพลนแล้วไปเช็กอินให้จงได้!
 

โบโรบูดูร์ (Borobudur) 



ยอกยาการ์ตาเป็นดินแดนที่ตั้งของหนึ่งในมรดกโลก ซึ่งก็คือ โบโรบูดูร์ (Borobudur) หรือที่คนไทยเรารู้จักกันในชื่อ บุโรพุทโธ นั่นแหละ ศาสนสถานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ไศเลนทร์ ย้อนกลับไปถึงช่วงราวๆ คริสต์ศตวรรษที่ 8-9 นู่นเลย



ความยิ่งใหญ่ตระการตาคงหนีไม่พ้นรูปแบบสถาปัตยกรรมอันซับซ้อน ที่หลายคนเชื่อว่าเป็นฝีมือของสถาปนิกชาวเนปาลชื่อว่า Gunadharma วิหารทรงปิรามิด 8 ชั้นก่อจากหินภูเขาไฟ มีพระพุทธรูปและภาพสลักตกแต่งอยู่ทุกๆ ชั้นไปจนถึงส่วนยอดบนสุด หากใช้โดรนบินขึ้นไป หรือมองมาจากไกลๆ ภาพที่ปรากฏจะคล้ายคลึงกับดอกบัวขนาดใหญ่ที่มาผุดอยู่ท่ามกลางเทือกเขาอันเขียวขจีโดยรอบ

ค่าเข้าชมราคา 450,000 รูเปียห์ (25 ดอลลาร์สหรัฐ)
 
พระราชวังสุลต่านแห่งยอกยาการ์ตา (Keraton Ngayogyakarta Hadiningrat)

ตัวพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมแบบชวาดั้งเดิม สังเกตได้จากรูปแบบหลังคายอกโล (Joglo) ที่บ่งบอกบรรดาศักดิ์ของเจ้าของบ้าน รวมถึงเสาหลักที่ต้องเป็นไม้สีเข้มและมีลวดลายแบบชวาโดยใช้สีเขียนอ่อน แดง และทองเป็นหลัก ส่วนที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้ก็คือ ศาลาบังเซา (Bangsal) บริเวณหลักด้านหน้าที่จะมีการแสดงนาฏศิลป์และดนตรีชวาทุกวัน ห้องหับด้านในส่วนหนึ่งจัดแสดงฉลองพระองค์แบบชวา คอลเลกชันพระบรมฉายาลักษณ์ (รูปถ่าย) ในอิริยาบถต่างๆ รวมถึงห้องเครื่องใหญ่ ปาวัน อากึง (Pawon Ageng) ที่เหล่าสนมจะเดินเรียงแถวมายกสำรับสำหรับสุลต่านในช่วงสายของทุกวันอีกด้วย

ค่าเข้าชมราคา 15,000 รูเปียห์ และค่า Photography Permit สำหรับถ่ายรูปราคา 1,000 รูเปียห์
 

อย่างที่เกริ่นไปว่ายอกยาการ์ตานั้นปกครองโดยสุลต่าน เพราะฉะนั้น หนึ่งในแลนด์มาร์กที่ไม่ควรพลาดด้วยประการใดๆ ทั้งปวงก็คือ พระราชวังสุลต่านแห่งยอกยาการ์ตา (Keraton Ngayogyakarta Hadiningrat) ซึ่งเป็นพระราชวังที่ศรีสุลต่านฮาเมงกูบูโวโนที่ 10 สุลต่านพระองค์ปัจจุบันและเครือญาติประทับอยู่จริงๆ 

พิพิธภัณฑ์โซโนบูโดโย (Museum Sonobudoyo Yogyakarta)

สถานที่ที่ทุกคนสามารถเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเมืองนั้นๆ ได้ดีที่สุดก็คือพิพิธภัณฑ์นี่แหละ เดินไม่ไกลจากพระราชวังสุลต่าน เราจะได้พบกับ พิพิธภัณฑ์โซโนบูโดโย (Museum Sonobudoyo Yogyakarta) ที่รวมรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของหลากหลายชาติพันธ์ในอินโดนีเซียเอาไว้ด้วยกัน ทั้งชวา มาดูรา บาหลี และลอมบอก

คอลเลกชันด้านในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกได้เป็น 10 หมวดหมู่ อาทิ คัมภีร์ทางศาสนา พระพุทธรูปปางต่างๆ เครื่องดนตรีพื้นบ้าน (ที่คล้ายกับระนาดบ้านเราเลยล่ะ) เครื่องเงิน และลายผ้าบาติกแบบดั้งเดิม หากใครแวะไปพิพิธภัณฑ์ตอน 20:00 น. ก็จะได้รับชมการแสดงหุ่นกระบอกวายัง (Pagelaran Wayang) ด้วยนะ 

ค่าเข้าชมราคา 5,000 รูเปียห์ และค่าชมการแสดงหุ่นกระบอกวายัง 20,000 รูเปียห์


ผ้าบาติกหลากสีที่ตลาด Pasar Beringharjo

ตลาดค้าผ้าบาติก Pasar Beringharjo

สำหรับขาชอปและนักต่อราคาผู้แข็งแกร่งเกินใครในปฐพี เราแนะนำให้ไปเลือกซื้อของฝากที่ ตลาดค้าผ้าบาติก Pasar Beringharjo ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบน ถนนมาลิโอโบโร (Malioboro) แสนคึกคัก ถ้าให้เปรียบเทียบถนนเส้นนี้ก็คงเหมือนกับจตุจักร แต่มีแค่เส้นเดียวแล้วจบไป ไม่ได้แยกเป็นซอยเล็กๆ มากมาย

ไม่ว่าจะมองไปทางไหนในตลาดค้าผ้าแห่งนี้ สายตาเราจะเจอแต่ผ้าบาติก ผ้าบาติก และผ้าบาติก ทุกร้านขายผ้าบาติกสีสันสดใส ลวดลายแตกต่าง และคัตติ้งหลากหลาย ตั้งแต่เสื้อเชิ้ตลำลองสบายๆ ไปจนถึงเดรสยาว และชุดเคบาย่า ส่วนราคานั้นเริ่มต้นเพียง 80-90 บาทไทยสำหรับผ้าถุง เราว่าผ้าบาติกเป็นผ้าพื้นเมืองที่สามารถใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพราะลวดลายไม่ได้ดูดั้งเดิมจนเกินไป แถมคนรุ่นใหม่ยังปรับนิดผสมหน่อยให้โมทิฟ (Motif) ดูทันสมัยขึ้นด้วย
 



เทศกาลประจำปี Wayang Jogja Night Carnival 



สำหรับสิ่งสุดท้ายที่เราอยากแนะนำกันตั้งแต่เนิ่นๆ ก็คือ Wayang Jogja Night Carnival เทศกาลคานิวัลที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันครบรอบการก่อตั้งเมืองยอกยาการ์ตา ทุกวันที่ 7 ตุลาคมของทุกปี ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คงจะเรียกได้ว่างานยอกยาการ์ตาร่วมใจ เพราะทั้ง 14 เขตจะมารวมตัวกันเดินขบวนพาเหรดแฟนซี และแสดงโชว์เด็ดของเขตตัวเองอย่างอลังการต่อหน้าพระพักตร์สุลต่านแห่งยอกยาการ์ตา





ตอนประมาณ 16:00-17:00 น. ของวันงาน ชาวบ้านจะเริ่มมาจับจองพื้นที่ริมขอบรั้วเพื่อรับชมขบวดพาเหรด ซึ่ง เพื่อนเดินทาง ขอชี้ทำเลทองให้เลยว่าต้องไปสร้างแลนด์มาร์กที่หัวโค้งตรงวงเวียนอนุเสารีย์ Tugu Jogja เพราะกระโจมสุลต่านตั้งอยู่ตรงนี้ แน่นอนว่าโชว์จาก 14 เขตก็ต้องจัดเต็มจัดหนักกันตรงบริเวณนี้นั่นเอง



ถ้าถามว่างานนี้จัดใหญ่ไฟกระพริบแค่ไหน? ก็บอกได้เลยว่า go big ขั้นสุด เพราะปิดการจราจรกันตั้งแต่ถนน Sudirman ต่อมาที่บริเวณวงเวียนอนุเสารีย์ Tugu Jogja จนถึงถนน Margo Utomo ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรหลักๆ ของเมืองทั้งนั้น ส่วนพาเหรดจะเริ่มจริงๆ 18:00 น. และยาวไปจนเกือบ 00:00 น. นู่นเลย แอบมาบอกล่วงหน้านานขนาดนี้แล้ว ปีหน้าต้องไปให้ได้นะ!

ร่วมงานฟรี ทุกวันที่ 7 ตุลาคมของทุกปี
 

รู้ไว้ใช่ว่า

การเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่ยอกยาการ์ตา
- ในปัจจุบันนี้ ยังไม่มีสายการบินใดให้บริการเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ยอกยาการ์ตา ส่วนใหญ่จะต้องเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน Soekarno-Hatta International Airport ที่จาร์กาตา เมืองหลวงของอินโดนีเซียนั่นเอง
- สนามบินจาร์กาตามีรถไฟให้บริการเปลี่ยนอาคารผู้โดยสาร (Terminal) ถึงแค่ประมาณเที่ยงคืน ซึ่งแต่ละเทอมินอลก็ไม่ได้ใกล้กันเลย และที่สำคัญคือไม่สามารถเดินเท้าถึงกันได้ ถ้าใครบินไฟลต์ดึกแล้วต้องรอข้ามคืนหลายชั่วโมง เราแนะนำให้จองโรงแรมแคปซูล หรือแอร์พอร์ตโฮเทลไปเลยดีกว่า

การเดินทางในยอกยาการ์ตา
- ยอกยาการ์ตามีระบบขนส่งมวลชน Trans Jogja เป็นรถโดยสารประจำทางครอบคลุมทั้งหมด 17 เส้นทาง ซึ่งป้ายรถเมล์ที่นี่มีลักษณะเหมือนศาลาเล็กๆ ยกสูงขึ้นจากพื้นถนนประมาณครึ่งเมตร มีช่องทางให้ขึ้น-ลงรถแค่บนศาลาเท่านั้น จะว่าไปก็คล้ายๆ กับสถานี BRT บ้านเรา ไขข้อข้องใจได้ว่าทำไมรถโดยสารในเมืองนี้จึงมีสัดส่วนความสูงที่ไม่คุ้นตา
- จะไปไหนมาไหนในยอกยาการ์ตาก็สะดวกไปหมด เพราะเขาก็มี Grab ให้บริการเหมือนเมืองไทยเด๊ะๆ แถมราคาถูกกว่า แต่ถ้าอยาก act like a local จริงๆ ก็ต้องโหลด GO-JEK มาใช้ เพราะนอกจากบริการรับ-ส่งทั้งคนทั้งอาหาร ยังมีบริการหมอนวดถึงบ้าน (และโรงแรม) อีกด้วย เหมาะมากๆ สำหรับวันที่เดินเยอะจนไม่อยากขยับร่างไปไหน

อื่นๆ
- 10 บาทเท่ากับ 4,600 รูเปียห์ (โดยประมาณ)