×

ตามรอยสตีเฟน ฮอว์คิง ไปเดตในงาน “May Ball” อีกมนต์สะกดของเคมบริดจ์

แจน อุรุพงศา | Writer | 08 May 2019



เคยดูหนังเรื่องนี้ไหม “The Theory of Everything” หนังเกี่ยวกับชีวิตของ สตีเฟน ฮอว์คิง นักฟิสิกส์ นักจักรวาลวิทยาผู้ยิ่งใหญ่ที่ล่วงลับไปเมื่อปีที่ผ่านมา ช่วงประมาณนาทีที่ 14 ในหนัง สตีเฟนที่ขณะนั้นกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ประกาศระหว่างรับประทานอาหารเย็นร่วมกับครอบครัวว่า “I’m inviting Jane to be my partner to the May Ball.” (ผมจะชวนเจนไปงานเมย์บอลกับผมนะ)

หนังตัดมาฉากที่สตีเฟนขับรถมาจอดที่หน้าบ้านสาวเจน ผู้ซึ่งกรุยกรายออกมาจากบ้านในชุดราตรีแนวฟิฟตี้สีฟ้าอ่อนละมุน ตัดภาพไปที่งาน May Ball เสียงดนตรี เสียงคนหัวเราะ ภาพม้าหมุน ภาพผู้คนแต่งตัวสวยงาม และบรรยากาศของสถานที่ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง ทั้งสองเดินเล่นกัน คุยกัน เต้นรำกัน และแล้วพระเอกกับนางเอกก็ได้จุมพิตกัน 5 นาทีที่หนังฉายภาพบรรยากาศของงาน May Ball เพียงพอที่จะทำให้ใครหลายๆ คนวาดฝันที่จะได้ไปร่วมงานแบบสตีเฟนกับเจนบ้าง และเราก็เป็นหนึ่งในนั้น...

May Ball แปลตรงตัวได้ว่า งานรื่นเริง (Ball) แห่งเดือนพฤษภาคม (May) เป็นงานรื่นเริงที่จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เป็นประจำทุกปี จัดขึ้นในสัปดาห์ที่เรียกว่า May Week ซึ่งคือสัปดาห์หลังจากการสอบประจำปีการศึกษา จากชื่อก็คงจะเดากันว่าเป็นงานที่จัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม แต่นั่นเป็นเรื่องในอดีตไปเสียแล้ว ปัจจุบันงานนี้กลับจัดขึ้นในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ถึงกระนั้นชื่องานก็ยังคงอยู่เช่นเดิมให้งงกันเล่นๆ



ว่าง่ายๆ คือ งาน May Ball เป็นงานปล่อยผีของนักเรียนเคมบริดจ์นี่เอง หลังจากที่บากบั่นจากการเรียนมาตลอดปีการศึกษา งานนี้จัดขึ้นโดยนักเรียนที่สังกัดอยู่ในแต่ละวิทยาลัย (College)* ซึ่งหมายความว่าตลอดทั้งสัปดาห์เหล่านักเรียนสามารถเริงระบำในงาน May Ball ได้ทุกวันเลยทีเดียว ถ้ามีพลังและที่สำคัญมีทุนทรัพย์ที่เพียงพอนะ ราคาค่าตั๋วของงานเริ่มต้นที่ประมาณ 100 ปอนด์ หรือประมาณ 4,200 บาท ยิ่งคอลเลจที่งานหรูหราอลังการมากขึ้นเท่าไรราคาตั๋วก็อาจสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

สำหรับเรา สาวผู้เชี่ยวชาญกิจกรรมปาหี่แต่ไม่ถนัดงานปาร์ตี้และไม่อยากเสียสตางค์ กระนั้นใจยังเวิ่นเว้ออยากมีประสบการณ์แบบในหนังเหลือเกิน (นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาดูหนังบางเรื่องจึงควรมีผู้ปกครองให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด) ดังนั้นการที่จะได้มาซึ่งทุกสิ่งที่ต้องการจำต้องเอาตัวเข้าแลกด้วยการเข้าสมัครเป็นทีมงาน May Ball นั่นเอง

การเป็นทีมงานนอกจากจะได้เข้าไปอยู่ในงานแบบคลุกวงในแล้วยังได้ค่าขนมเอาไว้ไปจ่ายค่าตั๋วงานต่อๆ ไปได้ด้วย หลังจากคำนวณความคุ้มค่า เราก็สมัครเข้าทำงานที่ Trinity May Ball ทันที ที่เลือก Trinity ก็เพราะว่าที่นี่เป็นต้นกำเนิดของงาน May Ball ที่เคมบริดจ์ จัดมาแล้วกว่า 150 ปี และที่สำคัญตั๋วงานนี้ราคาเริ่มต้นที่ 200 ปอนด์...จบนะคะ

งานที่เราได้รับมอบหมายคือการเดินสอดส่องดูแลความเรียบร้อยของบริเวณที่รับผิดชอบ ทักษะที่สำคัญในการทำงานนอกจากต้องเป็นนักสังเกต หูตากว้างไกล และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับแขกในงานแล้ว ทักษะการสร้างความเป็นมิตรกับผู้ร่วมงานก็สำคัญอย่างยิ่ง เพราะการสร้างทีมเวิร์กที่ดีเปิดโอกาสให้เราสามารถผลัดเวรกันไปกิน ดื่ม เดินเล่น ทักทายเพื่อนฝูงในงานได้ตามจังหวะที่เหมาะสม แม้การทำงานทำให้เราไม่สามารถสนุกหลุดโลกแบบแขกที่มาร่วมงานได้ก็ตาม แต่การได้รู้เรื่องอินไซด์ เป็นต้นว่าพลุจะจุดกี่โมง หอยนางรมหมดหรือยัง แก้วน้ำแตกที่จุดไหนบ้าง “May Ball Crashers” หรือคนที่แอบเข้างานเขารูปพรรณสัณฐานเป็นอย่างไร ก็มีเรื่องให้เราตื่นเต้นได้ตลอดเวลา สนุกดีนะ

แถมในช่วงพักยังได้สวมรอยไปเป็นแขก รื่นเริงกับความบันเทิงรอบด้านที่มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และกิจกรรมมากมาย สำหรับคนรักสนุก Trinity May Ball มีเครื่องเล่นเสมือนว่ายกสวนสนุกขนาดย่อมมาตั้งไว้เลยทีเดียว แต่แอบเสียดายว่าปีที่เราไปไม่มีม้าหมุนแบบในหนัง แต่เอาเถอะ ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครมาซ้อนม้าด้วยกันแบบสาวเจนอยู่ดี (ถอนหายใจ)



สำหรับผู้รักการดื่มกิน ซุ้มอาหาร บาร์ และคาเฟ่ต่างเรียงแถวมาออกร้านให้เลือกรับประทานได้ไม่อั้นตลอดงาน ส่วนขาแดนซ์และผู้ชื่นชอบดนตรีและการแสดงก็ไม่มีผิดหวัง เพราะมีดนตรีให้เลือกสรรเกือบทุกแนว ไม่ว่าจะเป็นคลาสสิก แจ๊ซ ร็อก ป๊อป ดิสโก้ ฮิปฮอป หรือแม้แต่เพลงฮิตดิสนีย์ก็มีให้คลอตาม แถมด้วยการแสดงของนักเต้น ดาวตลก และคอนเสิร์ตจากศิลปินชาวอังกฤษที่ผลัดเปลี่ยนกันมาแสดงแบบแน่นตาราง แค่ได้ไปแจมช่วงพักยังเพลิน

ในระหว่างที่เราหลงระเริงกับแสงสี ทีมงานก็ส่งสัญญาณผ่านวิทยุสื่อสารให้เจ้าหน้าที่เข้ายืนประจำจุดเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการจุดพลุสุดตระการตา ที่ทั้งแขกในงานและชาวเมืองอีกนับร้อยต่างมารอชม การจอดเรือชมพลุเป็นการเข้าร่วมงาน May Ball แบบใกล้ชิดแม้ไม่ได้อยู่ในงานจริงๆ ก็ตาม เรียกได้ว่าจุดพลุครั้งเดียวเห็นกันได้ทั่วเมือง ขอแนะนำประชาชนที่บังเอิญไปเที่ยวเคมบริดจ์ในวันที่มีงาน May Ball แต่ไม่มีตั๋วเข้างาน จงถ่อเรือไปจอดแถวทรินิตีคอลเลจเพื่อชมพลุและบรรยากาศของงานได้ฟรีๆ (เช็กวันที่จัดงานในแต่ละปีได้ที่พี่กูเกิลค่ะ เสิร์ชว่า “May Week Cambridge”)

เสียงดนตรีกระหึ่มจากเครื่องเสียงรอบทิศทาง ตามมาด้วยแสงไฟจากพลุชุดแรกที่ถูกจุด ท้องฟ้าสว่างไสวและก้องกังวานไปด้วยเสียงพลุและดนตรีประกอบ ผ่านไปราว 20 นาที การแสดงพลุประกอบแสงสีเสียงที่อลังการประมาณงานเคานต์ดาวน์ปีใหม่ก็จบลง ผู้คนต่างแยกย้ายไปยังจุดอื่นๆ ในงาน ส่วนชาวเมืองก็ต่างพายเรือกลับบ้านนอนหลับฝันดี



แต่งาน May Ball ก็ยังคงดำเนินต่อไปจนพระอาทิตย์เริ่มฉายแสงอ่อนๆ บนท้องฟ้า เวลาประมาณตีห้าเสียงดนตรีเริ่มแผ่ว ผู้คนต่างเคลื่อนไหวช้าลง เสียงเพลงจากวงประสานเสียงที่ยืนร้องจากริมแม่น้ำก็ก้องกังวานขึ้น เป็นเพลงส่งแขกกลับบ้านที่เปี่ยมไปด้วยพลังและมนต์ขลัง เติมพลังเฮือกสุดท้ายให้กับทุกคนก่อนจะร่ำลากันในเช้าวันนั้น...

งาน May Ball ของจริงอาจไม่ดูโรแมนติกเทียบเท่ากับภาพงานที่คุณสตีเฟนและสาวเจนได้ไป แต่เราเชื่อว่ามนต์เสน่ห์ของ May Ball ในศตวรรษที่ 21 ก็สร้างความสุขให้กับหลายๆ คนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เห็นได้จากรอยยิ้มของเหล่า “ผู้รอดตาย” ที่ยืนหยัดจนจบงาน

รูปถ่ายผู้รอดตาย Survivors’ Photo เป็นประเพณีการถ่ายรูปหมู่ของแขกที่สามารถยืนหยัดในงานได้จนถึงวินาทีสุดท้าย


หมายเหตุ: *มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เป็นมหาวิทยาลัยที่ใช้ระบบวิทยาลัย (College) โดยนักเรียนและอาจารย์จะเข้าเป็นสมาชิกในวิทยาลัยใดวิทยาลัยหนึ่งจากทั้งหมด 31 วิทยาลัย คล้ายๆ กับบ้านที่นักเรียนแต่ละคนสังกัดในเรื่องแฮรี่ พอตเตอร์

ขอบคุณภาพถ่าย: คุณสรวิศ

แจน อุรุพงศา

ชื่อเล่น แจน คือชื่อที่ครอบครัวตั้งให้ ด้วยเหตุผลไม่ซับซ้อนเพราะว่าเกิดเดือนมกราคม เพื่อนๆ เรียกแจนแจน เพราะชื่อซ้ำกับเพื่อนในห้อง ส่วนครูแจนแจนเป็นนามปากกาที่ใช้เวลาเขียนหนังสือเด็ก (ผลงานล่าสุดเป็นหนังสือนิทานเรื่อง "แมวที่ไม่เคยยิ้ม" หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปค่ะ) ที่เรียกตัวเองว่า "ครู" เพราะทำงานคลุกคลีอยู่ในวงการศึกษามากว่า 10 ปี ก่อนจะลาออกแล้วพลิกผันบทบาทมาเป็นนักเรียนที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ระหว่างเรียนถ้ามีว่างจากการเก็บข้อมูลวิจัยก็จะหนีเที่ยวต่างเมืองเก็บเกี่ยวความสุขอยู่เสมอๆ